รายงานล่าสุดจาก CryptoQuant บริษัทวิเคราะห์คริปโตบนบล็อกเชน เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระบุว่า Bitcoin (BTC) ได้ “หลุดเส้นแนวรับสำคัญ” ลงมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งโดยปกติราคา Bitcoin มักจะเด้งกลับได้เสมอ เมื่อราคาลงมาแตะราคาทุนเฉลี่ยของนักเทรดในตลาด
แม้ Bitcoin จะมีการทดสอบแนวรับสำคัญได้ถึง 3 ครั้ง แต่สุดท้ายราคาก็ไม่สามารถประคองตัวอยู่ได้ จนปรับตัวลดลงหลุดแนวรับ ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นสำคัญของฝั่งขาขึ้น
สถานการณ์นี้ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า Bitcoin กำลังเสียทรงในระยะสั้น และมีโอกาสร่วงลงไปทดสอบโซนแนวรับใหญ่ถัดไป ในช่วง $70,000 ดอลลาร์ ถึง $60,000 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญว่า ตลาดจะยังรักษาภาพรวมของขาขึ้นไว้ได้หรือไม่

สถานการณ์ของฝั่งกองทุนยักษ์ใหญ่ก็น่ากังวลไม่แพ้กัน เพราะรายงานระบุชัดเจนว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังคงมีแรงเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง
โดยตั้งแต่ต้นปี 2026 กองทุน ETF มียอดขายสุทธิออกไปแล้วกว่า 15,000 BTC ซึ่งแตกต่างจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะตอนนั้นมียอดซื้อมหาศาล ทำให้ตอนนี้เกิดช่องว่างของความต้องการซื้อ ที่หายไปถึง 62,000 BTC เมื่อเทียบกับปีก่อน จนทาง CryptoQuant ออกมาสรุปทิ้งท้ายว่า
“ช่วงเวลาของความต้องการซื้อแบบก้าวกระโดดในวัฏจักรรอบนี้ได้ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว”
สัญญาณลบที่น่ากังวลอีกอย่างคือ Coinbase Premium หรือส่วนต่างราคา Bitcoin บนเว็บเทรด Coinbase ของสหรัฐฯ ที่ติดลบต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งตัวเลขนี้เป็นเครื่องชี้วัดสำคัญที่บอกว่า นักลงทุนฝั่งสหรัฐฯ เริ่มถอยห่างและมีความต้องการซื้อ Bitcoin น้อยลง เมื่อเทียบกับตลาดโลก
ด้านสภาพคล่องในตลาดคริปโตก็กำลังส่งสัญญาณเงินฝืด โดย CryptoQuant พบว่า อัตราการเติบโตของ USDT ในรอบ 60 วันที่ผ่านมา พลิกกลับมาเป็นติดลบ อยู่ที่ประมาณ -133 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี จากที่เคยเติบโตพุ่งสูงสุดถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปลายปีที่แล้ว การหดตัวลงนี้ มักเป็นสัญญาณล่วงหน้าของสภาวะขาดสภาพคล่องที่เคยเกิดขึ้นในตลาดหมี

ยิ่งไปกว่านั้น ความต้องการซื้อ Bitcoin รายปี ก็พุ่งดิ่งลงเหวถึง 93% โดยลดลงจาก 1.1 ล้าน BTC เหลือเพียง 77,000 BTC เท่านั้นในปัจจุบัน
การที่ทั้งอัตราการเติบโตของ USDT หายไป และความต้องการซื้อ Bitcoin ลดลงพร้อมกันแบบนี้ จึงกลายเป็นปัจจัยกดดันราคาที่รุนแรงที่สุดในขณะนี้
ที่มา : coinpost

