ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่ากังวลของปี 2025 เมื่อตัวเลข “สินเชื่อผู้บริโภค” ของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม พุ่งทยานขึ้นกว่า +24,000 ล้านดอลลาร์ ดันยอดหนี้รวมแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $5.11 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 โดยมีตัวการหลักคือ หนี้บัตรเครดิต ที่กระโดดขึ้นถึง +$13,800 ล้านดอลลาร์ สูงที่สุดในรอบกว่า 2 ปี
แม้ Fed จะลดดอกเบี้ยไปแล้วถึง 1.75% ตั้งแต่ปลายปี 2024 แต่ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเฉลี่ยยังค้างเติ่งอยู่ที่ 22.2% ใกล้จุดสูงสุดประวัติการณ์ นั่นหมายความว่าชาวอเมริกันกำลัง “กู้หนี้มาใช้จ่าย” ทั้งที่ต้นทุนทางการเงินสูงลิ่ว ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจภาคครัวเรือนเริ่ม “ตึงตัว” จนถึงขีดสุด และอาจนำไปสู่คลื่นการผิดนัดชำระหนี้
ตัวเลขหนี้ที่พุ่งสูงขนาดนี้ทำให้เฟดตกอยู่ในที่นั่งลำบาก หากเฟดยังคงดอกเบี้ยไว้ระดับนี้ต่อไป ฟองสบู่ของหนี้ภาคประชาชนอาจจะ “แตก” และลากเศรษฐกิจลงเหว บีบให้เฟดอาจต้อง “จำใจลดดอกเบี้ยต่อ” หรือกลับมาอัดฉีดสภาพคล่อง (QE) เร็วกว่าที่คิดเพื่อพยุงไม่ให้ระบบล่มสลาย แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อที่อาจปะทุขึ้นมาอีกรอบก็ตาม
สถานการณ์ “หนี้ท่วม-เงินเฟ้อค้าง-ดอกเบี้ยสูง” ถือเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้กับ Bitcoin และตลาดคริปโตในระยะยาว เพราะเมื่อความเชื่อมั่นในระบบเงินดอลลาร์ สั่นคลอนจากภาระหนี้มหาศาล นักลงทุนมักจะมองหาสินทรัพย์ทางเลือก ที่รัฐบาลไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เพื่อรักษามูลค่า สภาพคล่องจะไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ที่ถูกมองว่าเป็น “หลุมหลบภัย”ดห
ที่มา: @KobeissiLetter

