<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เปิด 5 วิธี Prompt AI ที่เหล่า “มือโปร Wall Street” ใช้ ChatGPT ช่วยวิเคราะห์หุ้นให้ปัง

สรุปข่าว
  • Dave Wang อดีตผู้จัดการกองทุนเผยเทคนิคการเขียน Prompt 5 ส่วนประกอบ เพื่อรีดศักยภาพ AI ออกมาให้ถึงขีดสุด
  • การสั่งให้ AI สวมบทบาท เป็นนักวิเคราะห์หรือผู้จัดการกองทุน จะช่วยให้คำตอบมีความลึกซึ้งและตรงจุดกว่าการถามแบบทั่วไป
  • ป้อนข้อมูลดิบ อย่าเชื่อใจฐานข้อมูล AI เพียงอย่างเดียว ควรอัปโหลดงบการเงินหรือเอกสาร 10-K ล่าสุดเข้าไปด้วยเพื่อให้ AI วิเคราะห์จากข้อเท็จจริง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินทรัพย์ใด ๆ แต่เป็นข้อมูลเชิงการศึกษาที่ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยสามารถสร้างความได้เปรียบในการวิเคราะห์ข้อมูลได้รวดเร็วและแม่นยำเทียบเท่ามืออาชีพ

ในยุคที่ใคร ๆ ก็เข้าถึง AI ได้ ความแตกต่างระหว่างเม่า กับ มือโปร จึงไม่ได้อยู่ที่ใครมีเครื่องมือดีกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าใคร “Prompt” ได้เก่งและตรงจุดมากกว่ากัน โดยล่าสุด Dave Wang อดีตผู้จัดการกองทุนที่ผันตัวมาเป็นนักวิจัย AI ได้ออกมาเปิดเผยผ่าน MarketWatch ถึงเคล็ดลับ “5 ขั้นตอนการเขียน Prompt” ที่เขานำมาใช้จริงในการเจาะลึกข้อมูลตลาดหุ้นและสินทรัพย์ต่าง ๆ

1. กำหนดบทบาทชัดเจน : อย่าคุยกับ AI แต่ให้คุยกับผู้เชี่ยวชาญ

ขั้นตอนแรกคือ การกำหนดบทบาทให้ชัดเจน อย่าเริ่มด้วยคำถามทันที แต่จงสั่งว่า “คุณคือนักวิเคราะห์ฝั่ง Sell” หรือ “คุณคือผู้จัดการกองทุน Hedge Fund”

Dave อธิบายว่า AI เรียนรู้จากข้อมูลมหาศาล การระบุตัวตนจะช่วยจำกัดกรอบความคิดของมันให้โฟกัสเฉพาะข้อมูลที่คนอาชีพนั้น ๆ ให้ความสำคัญ เช่น นักบัญชีจะมองงบการเงินต่างจากนักกลยุทธ์ การกำหนด Persona จึงเหมือนการเลือกหยิบแว่นตาที่ถูกต้องมาใส่ให้ AI

2. ระบุเป้าหมาย : บอกให้ชัดว่าจะเอาข้อมูลนี้ไปใช้ทำอะไร

ส่วนนี้สำคัญที่สุด การถามกว้าง ๆ จะได้คำตอบกว้าง ๆ คุณต้องระบุไปเลยว่า “ผมต้องการข้อมูลนี้ไปเพื่อตัดสินใจเรื่อง…”

เคล็ดลับเด็ดของ Dave คือการเพิ่มคำสั่งพิเศษลงไปใน Prompt ว่า “ก่อนที่คุณจะตอบ ให้ถามคำถามกลับมาเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ หรือถามหาสิ่งที่คุณยังไม่รู้เกี่ยวกับพอร์ตของผม” วิธีนี้จะเปลี่ยนจากการถาม-ตอบทางเดียว เป็นการระดมสมองร่วมกัน ช่วยอุดรอยรั่วความรู้ที่เราอาจมองข้ามไป

3. ป้อนบริบทและข้อมูล : อย่าปล่อยให้ AI เดา

AI มักจะมีอาการ “หลอน” หรือมั่วข้อมูลเมื่อไม่รู้คำตอบ สิ่งที่มือโปรทำคือไม่คิดเอาเองว่า AI รู้ทุกเรื่อง แต่จะ “ป้อนข้อมูลดิบ” ให้

ลองอัปโหลดไฟล์ PDF รายงานประจำปี (10-K), ตาราง Excel หรือลิงก์ข่าวล่าสุดเข้าไป แล้วสั่งให้วิเคราะห์จากเอกสารเหล่านี้เท่านั้น วิธีนี้จะช่วยลดความผิดพลาดและมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ได้เป็นปัจจุบันที่สุด

4. เลือกกลุ่มเป้าหมาย : ให้ตอบแบบไหน

แม้อาจดูไม่สำคัญ แต่การระบุว่า “อธิบายให้เหมือนสอนนักลงทุนสถาบัน” หรือ “อธิบายให้เด็ก 10 ขวบเข้าใจ” จะช่วยปรับระดับภาษาและความซับซ้อนของคำตอบให้อ่านง่ายและตรงกับความต้องการใช้งานจริงมากขึ้น

5. กำหนดรูปแบบ : จัดหน้าให้สวยพร้อมใช้

ขั้นตอนสุดท้ายคือการสั่งจัดรูปแบบ เช่น “ขอเป็นตารางเปรียบเทียบ”, “แยกหัวข้อเป็น Bullet List” หรือ “เขียนเป็นรายงานรูปแบบ Pitch Deck” เพื่อให้นำข้อมูลไปใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องมานั่งจัดหน้าใหม่

สิ่งสำคัญที่สุด ตรวจทานคำตอบของ AI ทุกครั้ง

กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดในการใช้ AI ช่วยวางแผนการเงินคือ “ต้องตรวจสอบคำตอบเสมอ” เพราะ AI มีโอกาสเกิดอาการ “หลอนข้อมูล” หรือการกุเรื่องขึ้นมาเองได้ เนื่องจากระบบ AI ถูกออกแบบมา ให้พยายามตอบคำถามเราให้ได้มากที่สุด หากมันไม่มีข้อมูลจริง หรือเข้าถึงข้อมูลชุดนั้นไม่ได้ มันอาจจะสร้างตัวเลขหรือเหตุผลที่ดูสมจริงแต่ผิดพลาดขึ้นมาแทน

วิธีป้องกันคือ คุณควรสั่งให้ AI อธิบายเหตุผลเบื้องหลังของแต่ละคำตอบ และตรวจสอบแหล่งอ้างอิงเสมอ หาก AI ไม่สามารถระบุลิงก์หรือที่มาที่ชัดเจนได้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจไม่ใช่ข้อมูลล่าสุด ทางที่ดีที่สุดคือ การหาเอกสารจริงมาอัปโหลดให้มันอ่านโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าบทวิเคราะห์นั้นวางอยู่บนฐานความจริง ไม่ใช่การมโนของระบบ

ที่มา : morningstar


มุมมองนักเขียน: AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการวิเคราะห์ระดับมืออาชีพ แต่มันไม่ใช่ไม้กายสิทธิ์ที่จะทำให้ทุกคนรวยได้ในทันที การเรียนรู้วิธีการถามคำถามที่ถูกต้องและการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคำตอบยังคงเป็นทักษะที่จำเป็นในอนาคต