สรุปข่าว
- สว. เล็งเสนอแผนปรับโครงสร้างภาษี โดยมีหัวข้อสำคัญคือการขยับเพดาน VAT จาก 7% เป็น 10% ภายในระยะเวลา 3 ปี
- นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะรื้อฟื้นการเก็บภาษีขายหุ้นในอัตรา 0.11% และยังเล็งพิจารณาจัดเก็บภาษีซื้อขายทองคำทั้งรูปแบบส่งมอบจริง และซื้อขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์
- นักลงทุนคริปโตในไทยอาจยังไม่ได้รับผลกระทบจากแนวทางนี้มากนัก เพราะหากกฎหมายดังกล่าวได้รับการอนุมัติ นักลงทุนก็จะยังได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ไปจนถึงปี 2572
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
เนื่องด้วยประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยทางคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา จึงได้มีการเสนอไอเดียปรับโครงสร้างภาษี ซึ่งประกอบไปด้วยการปรับ VAT ขึ้นเป็น 10% รวมถึงการปัดฝุ่นจัดเก็บภาษีขายหุ้น–ทองคำ และภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เพื่อสร้างรายได้ให้แก่รัฐ ที่จะนำไปเพิ่มเงินในส่วนของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา โดยคณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง ได้จัดสัมมนาเรื่อง “ภาษีไทย ถึงเวลาปรับโครงสร้างภาษี เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย
โดยมี นายกัมพล สุภาแพ่ง ประธานคณะกรรมาธิการ เปิดการสัมมนา นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย เลขานุการคณะกรรมาธิการและประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง กล่าวรายงาน พร้อมด้วย สมาชิกวุฒิสภา คณะอนุกรรมาธิการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ คณะทำงานพิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษีของประเทศไทย เข้าร่วม และมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญดังนี้
สว. เสนอแผนปฏิรูปภาษี ดันจัดเก็บ VAT 10% ในกรอบ 3 ปี
นายปิยพัฒน์ สุภาวรรณ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการคลัง กล่าวว่า ประเทศไทยได้ทำการตรึง VAT ที่ 7% มานานกว่า 33-34 ปี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ แต่เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนและ OECD แล้ว อัตราการจัดเก็บของไทยยังถือว่าต่ำมาก
ดังนั้น หนึ่งในประเด็นหลักของการประชุมคือ การเสนอแผนการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% ขึ้นเป็น 10% ภายในระยะเวลา 3 ปีแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละ 1% ในแต่ละปี โดยมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถเพิ่มรายได้รัฐได้อีก 2-3 แสนล้านบาท ต่อปี และจำนำเงินส่วนนี้นำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล เพื่อเป็นแหล่งเงินสำหรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาทต่อเดือน
เก็บ VAT จากทุกกิจการโดยไม่ยกเว้น
ถัดมา คณะอนุกรรมาธิการเสนอให้มีการจัดเก็บ VAT โดยไม่ยกเว้นเกณฑ์รายได้พึงประเมิน 1.8 ล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งให้แพลตฟอร์ม E-commerce ทำหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 2% จากยอดขายร้านค้าออนไลน์ เพื่ออุดช่องว่างการจัดเก็บภาษีในเศรษฐกิจดิจิทัล
ปัดฝุ่นจัดเก็บภาษีขายหุ้น–ทองคำ
สำหรับนักลงทุนชาวไทย ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องน่าจับตามากที่สุดเพราะ คณะทำงานได้เสนอให้กลับมาจัดเก็บภาษีการขายหุ้นในอัตรา 0.11% (รวมภาษีท้องถิ่น) หลังได้รับการยกเว้นมากว่า 40 ปี จึงไม่มีความจำเป็นต้องยกเว้นภาษีอีกต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำ ทั้งในรูปแบบทองคำแท่งและการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เนื่องจากปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายทองคำได้พุ่งสูงถึง 6.5 หมื่นล้านบาทต่อวัน ซึ่งแซงหน้ามูลค่าการซื้อขายหุ้นเฉลี่ยที่ระดับ 4.2 หมื่นล้านบาทต่อวัน ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของการขยายฐานภาษีอื่น ๆ คณะกรรมาธิการฯ ยังได้นำเสนอแผนการฟื้นฟูการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร สำหรับบุคคลสัญชาติไทยและผู้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยกำหนดอัตราการจัดเก็บไว้ที่ 1,000 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางผ่านทางอากาศ และ 500 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางผ่านทางบกหรือทางน้ำ เพื่อเป็นการสร้างรายได้เข้าสู่รัฐเพิ่มเติมจากช่องทางอื่นนอกเหนือจากภาษีเงินได้
ข้อเสนอดังกล่าวมีที่มาจากความกังวลต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศในระยะยาว โดยมีการคาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 69.78% ภายในปี 2571 ซึ่งเข้าใกล้กรอบเพดานความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% สวนทางกับภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.2 แสนล้านบาทในปี 2570
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบภาษีไทยที่มีฐานแคบและเปราะบาง โดยมีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพียง 4 ล้านคน จากจำนวนแรงงานทั้งระบบกว่า 40 ล้านคน
นักลงทุนคริปโตจะเป็นอย่างไร
โชคยังดีที่ฝั่งของคริปโตเคอร์เรนซีอาจยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักในระยะสั้น เพราะ
คณะรัฐมนตรีมีมติให้ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สําหรับ Capital Gains ของผู้ขายจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล , การขายผ่านนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล, และการขายให้แก่ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 31 ธันวาคม 2572
ที่มา : Facebook
มุมมองผู้เขียน : การรื้อระบบภาษีครั้งมโหฬารทั้ง VAT, หุ้น, ทอง, และภาษีเดินทาง สะท้อนความจริงที่น่ากังวลว่า รัฐบาลกำลังเตรียมแผนการรองรับสังคมผู้สูงอายุ นักลงทุนต้องตระหนักว่า ยุคแห่งการลงทุนต้นทุนต่ำในไทยอาจกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว และเราต้องเริ่มวางแผนภาษีให้รัดกุมยิ่งขึ้นตั้งแต่วันนี้

