<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

SBF พลิกขั้ว! โพสต์เชียร์สื่อฝั่งขวาจากในคุก แซะเดโมแครตยับ หวังไพ่ตายขออภัยโทษ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว

Sam Bankman-Fried (SBF) อดีตซีอีโอ FTX โพสต์ข้อความผ่านตัวแทนจากในคุกเรือนจำกลาง โจมตีพรรคเดโมแครตอย่างหนักเรื่องการเซนเซอร์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย

SBF ได้กล่าวชื่นชมแพลตฟอร์มของฝั่งขวาอย่าง Truth Social และ GETTR ว่าเป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพในการพูด พร้อมยกประเด็นทฤษฎีโควิดหลุดจากห้องแล็บมาสนับสนุนคำกล่าวอ้างของตน

ชุมชนคริปโตแห่แซวพฤติกรรมพลิกขั้วแบบกะทันหัน เนื่องจากในอดีต SBF เคยนำเงินลูกค้ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ไปบริจาคให้พรรคเดโมแครต โดยหลายฝ่ายคาดว่าการเปลี่ยนข้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหวังการอภัยโทษ

แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวส่วนตัวและประเด็นทางการเมืองของอดีตผู้บริหารที่เสื่อมความนิยมไปแล้ว ไม่ได้มีนัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาคริปโตในตลาดภาพรวมแต่อย่างใด

แม้จะอยู่ในเรือนจำกลาง แต่อดีตเจ้าพ่อคริปโตอย่าง Sam Bankman-Fried หรือที่เรารู้จักกันในนาม SBF ก็ยังคงสร้างพื้นที่สื่อให้กับตัวเอง ล่าสุดเขาได้ให้ตัวแทนโพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์ม X ซึ่งสร้างความประหลาดใจและเสียงหัวเราะเยาะจากชุมชนคริปโตไปพร้อมๆ กัน

โจมตีเดโมแครต ชูเสรีภาพสื่อฝั่งขวา

ในโพสต์ล่าสุด SBF ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคเดโมแครตอย่างเผ็ดร้อน โดยกล่าวหาว่าพรรคนี้ชื่นชอบการเซนเซอร์สิ่งที่พวกเขาเรียกว่าข้อมูลบิดเบือนบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือข้อมูลที่เดโมแครตไม่ชอบนั่นเอง

เขายกตัวอย่างกรณีการเซนเซอร์ทฤษฎีต้นกำเนิดโควิดหลุดจากห้องแล็บ (ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นเรื่องจริงอย่างเห็นได้ชัด) และการบังคับให้โซเชียลมีเดียรณรงค์เรื่องการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมกันนี้ เขายังได้โปรโมตแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Truth Social และ GETTR ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับฝั่ง Donald Trump ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการพูดมาโดยตลอด

ย้อนรอยความย้อนแย้ง: จากผู้บริจาครายใหญ่สู่ผู้แปรพักตร์

สิ่งที่ทำให้โพสต์นี้กลายเป็นเรื่องตลกร้ายในสายตาชาวคริปโต คือวีรกรรมในอดีตของ SBF เอง ก่อนที่อาณาจักร FTX จะล่มสลายในปี 2022 เขาเคยเป็นหนึ่งในผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของพรรคเดโมแครต โดยใช้เงินทุนของลูกค้ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ในการสนับสนุนทางการเมืองให้กับพรรคที่เขากำลังด่าทออยู่ในขณะนี้

การที่เขาเปลี่ยนจุดยืนทางการเมืองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้เกิดการคาดเดากันอย่างหนาหูว่า นี่อาจเป็นความพยายามส่งสัญญาณเอาใจประธานาธิบดีฝั่งขวาเพื่อหวังผลในการขออภัยโทษ (Pardon) จากคดีฉ้อโกงระดับประวัติศาสตร์ของเขา

เสียงสะท้อนจากชุมชน: ไม่มีใครสนใจอีกต่อไป

โพสต์ดังกล่าวได้รับยอดไลก์เพียง 205 ไลก์ แต่กลับมีคอมเมนต์ตอบกลับมากกว่า 190 ข้อความ ซึ่งส่วนใหญ่เต็มไปด้วยการเสียดสีและล้อเลียนความย้อนแย้งทางการเมืองของเขา ตัวเลขการมีส่วนร่วมที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินนี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าสถานะทางสังคมและอิทธิพลของ SBF ได้จางหายไปจากวงการคริปโตอย่างสมบูรณ์แล้วหลังจากการล่มสลายของ FTX


กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความพยายามเฮือกสุดท้ายในการดิ้นรนทางการเมืองการพลิกขั้วอย่างฉับพลันของ SBF ไม่ได้สะท้อนถึงอุดมการณ์ที่เปลี่ยนไป แต่มันอ่านเกมได้ไม่ยากเลยว่านี่คือการพยายามสร้างความเชื่อมโยงกับฝั่งผู้มีอำนาจเพื่อหาช่องทางลดหย่อนโทษให้ตัวเอง

ในมุมมองของผู้เขียน ชุมชนคริปโตได้ก้าวข้าม SBF ไปนานแล้ว บาดแผลที่เขาทิ้งไว้ให้กับนักลงทุนจากการนำเงินฝากไปใช้ส่วนตัวและบริจาคทางการเมืองยังคงฝังลึก การออกมาเรียกร้องเรื่องเสรีภาพในการพูดจากคนที่กำลังชดใช้กรรมในคุกคดีฉ้อโกง จึงดูเป็นเรื่องตลกที่ไม่มีใครพร้อมจะซื้อตั๋วเข้าชมอีกต่อไป

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเพียงสีสันการเมืองและบทเรียนเตือนใจให้เราระลึกถึงจุดจบของความโลภในวงการคริปโตเท่านั้น

ที่มา: @SBF_FTX