สรุปข่าว
- ประธาน CFTC ประกาศจะสร้างกฎหมายคริปโต “ที่ป้องกันอนาคต” (future-proof) เพื่อไม่ให้ถูกพลิกกลับ
- ย้ำว่า “เราจะไม่ยอมให้ Gary Gensler 2.0 เข้ามาและทำลายทุกอย่างที่สร้างขึ้น”
- เป็นสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ กำลังมุ่งสร้างกรอบกฎหมายคริปโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การประกาศครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความชัดเจนทางกฎหมายที่เป็นมิตรต่ออุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งตรงข้ามกับยุคของ Gary Gensler ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กรอบกฎหมายที่มั่นคงจะช่วยดึงดูดสถาบันเข้าสู่ตลาด และเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว
ประธาน CFTC (Commodity Futures Trading Commission) ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ว่า หน่วยงานจะดำเนินการสร้างกฎระเบียบด้านคริปโตที่ “ป้องกันอนาคต” (future-proof) เพื่อไม่ให้ถูกพลิกกลับหรือทำลายได้ง่ายในอนาคต โดยย้ำว่า “เราจะไม่ยอมให้ Gary Gensler 2.0 เข้ามาและทำลายทุกอย่างที่เราสร้างขึ้น” ตามรายงานจาก Watcher.Guru การประกาศครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารใหม่ในการสร้างความชัดเจนทางกฎหมายที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมคริปโต
บทเรียนจาก Gary Gensler และยุคแห่งความไม่แน่นอน
Gary Gensler อดีตประธาน SEC ที่ดำรงตำแหน่งในยุคของประธานาธิบดี Joe Biden เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่ออุตสาหกรรมคริปโต โดยใช้วิธีการ “regulation by enforcement” ซึ่งเป็นการฟ้องร้องบริษัทคริปโตต่าง ๆ แทนการสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจน นโยบายของเขาถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ และทำให้หลายบริษัทต้องย้ายฐานไปยังประเทศที่มีกฎหมายชัดเจนกว่า
การประกาศของประธาน CFTC ในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำว่า ยุคของการบังคับใช้กฎหมายแบบไม่มีความชัดเจนได้สิ้นสุดลงแล้ว และรัฐบาลใหม่ต้องการสร้างกรอบกฎหมายที่มีความยั่งยืนและไม่สามารถถูกพลิกกลับได้ง่าย ๆ เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล
กฎหมายที่ “ป้องกันอนาคต” หมายถึงอะไร
คำว่า “future-proof” ในบริบทของกฎระเบียบหมายถึงการสร้างกฎหมายที่มีความยืดหยุ่นและครอบคลุมพอที่จะสามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยไม่ต้องกลับมาแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังหมายถึงการทำให้กฎหมายมีความมั่นคงทางการเมือง โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคการเมือง ทำให้ยากต่อการพลิกกลับเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล
การที่ประธาน CFTC กล่าวถึง Gary Gensler โดยตรงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะไม่ให้เหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นอีก หน่วยงานกำกับดูแลต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมว่า กฎเกณฑ์ที่วางไว้จะไม่ถูกพลิกกลับอย่างกะทันหันตามอำเภอใจของผู้บริหารคนใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจคริปโตสามารถวางแผนระยะยาวได้อย่างมั่นใจ
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ
การประกาศครั้งนี้เป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ เพราะความชัดเจนทางกฎหมายเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมเรียกร้องมาอย่างยาวนาน นักลงทุนสถาบันและบริษัทต่าง ๆ ต้องการทราบว่ากฎเกณฑ์คืออะไร และจะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เพื่อที่จะสามารถดำเนินธุรกิจและวางแผนการลงทุนได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนและเป็นมิตรต่อคริปโตจะช่วยให้ประเทศสามารถดึงดูดบริษัทคริปโตจากทั่วโลกเข้ามาตั้งฐานในสหรัฐฯ และแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ที่มีกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว เช่น สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฮ่องกง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลในระยะยาว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า การประกาศของประธาน CFTC ครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีมาก ๆ สำหรับทั้งอุตสาหกรรมและนักลงทุน เพราะความชัดเจนทางกฎหมายคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้เงินทุนสถาบันเข้ามาในตลาดได้อย่างมั่นใจ ยุคของ Gary Gensler เป็นช่วงที่อุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนมากที่สุด และทำให้หลายบริษัทต้องย้ายไปดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ การที่รัฐบาลใหม่ตั้งใจจะแก้ไขปัญหานี้และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคตถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก แต่สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ กฎระเบียบที่ออกมาจะมีรายละเอียดอย่างไร และจะสามารถผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองพรรคการเมืองได้จริงหรือไม่ เพราะถ้ากฎหมายไม่มีการสนับสนุนจากทั้งสองฝ่าย ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกเปลี่ยนแปลงในอนาคต

