<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีโอกาส 74% ตัดสินภาษีศุลกากรของทรัมป์ผิดกฎหมาย อาจกระทบตลาดคริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าศาลฎีกาสหรัฐฯ มีโอกาสสูงถึง 74% ที่จะตัดสินว่านโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ผิดกฎหมาย
  • การตัดสินดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตและการค้าระหว่างประเทศในวงกว้าง
  • นักลงทุนควรจับตาการพิจารณาคดีของศาลฎีกาและผลกระทบต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้มีผลกระทบเชิงกลาง (Neutral) ต่อตลาดคริปโต เพราะยังไม่มีผลตัดสินที่ชัดเจน แต่ความไม่แน่นอนทางกฎหมายอาจสร้างความผันผวนระยะสั้น หากศาลฎีกาตัดสินว่าภาษีศุลกากรผิดกฎหมาย อาจช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตในระยะยาว

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ข้อมูลจากตลาดการเดิมพันการเมืองเผยว่าศาลฎีกาสหรัฐอเมริกามีโอกาสสูงถึง 74% ที่จะตัดสินว่านโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ตามรายงานจาก Watcher.Guru ข่าวนี้ได้สร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนและผู้ติดตามตลาดการเงิน โดยเฉพาะในตลาดคริปโตที่มักมีความอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง นโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์เป็นหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจหลักที่มีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ทางการค้าของสหรัฐฯ กับประเทศต่าง ๆ

ข้อมูลความน่าจะเป็นจากตลาดการเดิมพันการเมือง

ตัวเลข 74% มาจากตลาดการเดิมพันการเมืองและการคาดการณ์ทางกฎหมาย ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญว่าศาลฎีกาอาจมองว่าอำนาจในการกำหนดภาษีศุลกากรของฝ่ายบริหารมีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ ประเด็นสำคัญคือการแบ่งแยกอำนาจระหว่างสาขาบริหารและสภาคองเกรส ซึ่งตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ การกำหนดภาษีควรอยู่ในอำนาจของสภานิติบัญญัติเป็นหลัก

หากศาลฎีกาตัดสินว่านโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ผิดกฎหมายจริง อาจส่งผลให้นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ต้องปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าหลัก เช่น จีน สหภาพยุโรป และประเทศอื่น ๆ

ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยง

ตลาดคริปโตมีความอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองอยู่เสมอ ความเป็นไปได้ที่ศาลฎีกาจะตัดสินคดีนี้สร้างความไม่แน่นอนในระยะสั้น ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกที่จะถือเงินสดหรือลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน อย่างไรก็ตาม หากการตัดสินเป็นไปในทิศทางที่ช่วยลดความตึงเครียดทางการค้า อาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin มียอด Open Interest ต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนในตลาด Futures และ หนี้สหรัฐฯ 9.6 ล้านล้านดอลลาร์จ่อครบกำหนด ซึ่งอาจบีบให้ FED ต้องลดดอกเบี้ย ประเด็นเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ส่งผลต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต

จุดสังเกตที่ต้องจับตามอง

นักลงทุนควรจับตาการพัฒนาของคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกำหนดการพิจารณาคดีของศาลฎีกาและแถลงการณ์จากทีมกฎหมายของรัฐบาล นอกจากนี้ ผลกระทบต่อนโยบายการเงินของ Federal Reserve และดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตาม หากความไม่แน่นอนยืดเยื้อ อาจเห็นแรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นในระยะสั้น

ในขณะที่บางนักวิเคราะห์มองว่าการตัดสินที่เป็นผลให้ภาษีศุลกากรถูกยกเลิกอาจช่วยลดต้นทุนการนำเข้า-ส่งออก ซึ่งจะเป็นบวกต่อเศรษฐกิจโลกและอาจส่งผลดีต่อตลาดคริปโตในระยะยาว เนื่องจากเงินทุนอาจไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงเมื่อความไม่แน่นอนลดลง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าตัวเลข 74% จะฟังดูค่อนข้างสูง แต่ก็ยังไม่ใช่ความแน่นอน 100% ดังนั้นยังต้องรอดูการพิจารณาคดีที่แท้จริง สำหรับตลาดคริปโต ผมคิดว่าผลกระทบในระยะสั้นอาจเป็นความผันผวนเพิ่มขึ้น เพราะนักลงทุนไม่ชอบความไม่แน่นอน แต่ในระยะยาวถ้าผลตัดสินช่วยลดความตึงเครียดทางการค้า อาจเป็นบวกต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดคริปโตด้วย สิ่งที่ผมแนะนำคือไม่ต้องตื่นตระหนกกับข่าวนี้มากเกินไป แต่ควรจัดการความเสี่ยงในพอร์ตให้ดี จับตาข่าวสารจากศาลฎีกาและปฏิกิริยาของตลาดในช่วงนี้ และที่สำคัญอย่าลืมว่าการลงทุนในคริปโตควรเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม