<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ประธาน CFTC ประกาศยุติ ‘การบังคับใช้กฎหมายแบบลงโทษ’ กับคริปโตอย่างเป็นทางการ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ประธาน CFTC ประกาศอย่างเป็นทางการว่ายุคของ “การบังคับใช้กฎหมายแบบลงโทษ” (regulation by enforcement) กับอุตสาหกรรมคริปโตได้สิ้นสุดลงแล้ว
  • การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้จะลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสำหรับผู้ประกอบการคริปโต โดยเฉพาะธุรกิจ derivatives และโปรโตคอล DeFi ที่อยู่ภายใต้เขตอำนาจของ CFTC
  • ต้องจับตาว่า CFTC จะออกแนวทางกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนอย่างไรในระยะต่อไป และจะส่งผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ derivatives ในตลาดคริปโตสหรัฐฯ อย่างไร

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การประกาศยุตินโยบาย “regulation by enforcement” ถือเป็นข่าวดีสำหรับตลาดคริปโต เพราะจะช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎหมายที่เป็นปัญหาหลักในการดำเนินธุรกิจคริปโตในสหรัฐฯ โดยเฉพาะธุรกิจ derivatives และ DeFi ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง การมีกรอบกฎระเบียบที่ชัดเจนมากขึ้นจะช่วยส่งเสริมการลงทุนและนวัตกรรมในอุตสาหกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การไหลเข้าของเงินทุนสถาบันเพิ่มมากขึ้นในระยะยาว

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ประธาน Commodity Futures Trading Commission (CFTC) ของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยุคของ “การบังคับใช้กฎหมายแบบลงโทษ” (regulation by enforcement) กับอุตสาหกรรมคริปโตได้สิ้นสุดลงแล้ว ตามรายงานของ Watcher.Guru การประกาศครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำกับดูแลคริปโตของสหรัฐฯ ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมคริปโตมักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าหน่วยงานกำกับดูแลใช้วิธีการฟ้องร้องและลงโทษก่อน แทนที่จะออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม นโยบายใหม่นี้จะเปิดทางให้มีการสื่อสารและกำหนดแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น

ความหมายของ “Regulation by Enforcement” และผลกระทบที่ผ่านมา

คำว่า “regulation by enforcement” หมายถึง แนวทางการกำกับดูแลที่หน่วยงานรัฐไม่ได้ออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนล่วงหน้า แต่กลับใช้วิธีการฟ้องร้องและดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ถือว่าละเมิดกฎหมาย แม้ว่าผู้ประกอบการเหล่านั้นอาจไม่ได้รับทราบล่วงหน้าว่าการดำเนินธุรกิจของตนถือว่าผิดกฎหมาย แนวทางนี้สร้างความไม่แน่นอนอย่างมากในอุตสาหกรรมคริปโตของสหรัฐฯ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทคริปโตหลายแห่งถูกฟ้องร้องโดย SEC และ CFTC โดยอ้างว่าละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์หรือ commodities แต่กลับไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าอะไรถือเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ อะไรอยู่ในเขตอำนาจของหน่วยงานใด สถานการณ์นี้ทำให้หลายบริษัทต้องใช้ค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายสูงมาก และบางรายต้องปิดตัวหรือย้ายไปดำเนินธุรกิจนอกสหรัฐฯ

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม Derivatives และ DeFi

CFTC มีอำนาจกำกับดูแลตลาด derivatives และ commodities ซึ่งรวมถึงสัญญา futures และ options ของคริปโต การที่ CFTC เปลี่ยนแนวทางจากการลงโทษมาเป็นการให้แนวทางที่ชัดเจน จะช่วยให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ derivatives สามารถพัฒนานวัตกรรมได้มากขึ้นโดยไม่ต้องกลัวถูกฟ้องร้องในภายหลัง

โปรโตคอล DeFi หลายแห่งที่มีฟีเจอร์คล้าย derivatives เช่น perpetual futures หรือ options protocols จะได้ประโยชน์อย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้ ก่อนหน้านี้หลาย protocol ไม่กล้าเปิดให้บริการกับผู้ใช้ในสหรัฐฯ เพราะกลัวปัญหาทางกฎหมาย หากมีแนวทางที่ชัดเจน อาจเห็นการเติบโตของ DeFi derivatives ในสหรัฐฯ มากขึ้น

สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายในวงกว้าง

การประกาศของประธาน CFTC ครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมคริปโตในช่วงหลัง มีสัญญาณว่าหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งกำลังมองหาวิธีการทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมมากกว่าการต่อสู้ การมี regulatory clarity จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจนกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่า CFTC จะออกแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างไรในระยะต่อไป และ SEC ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานสำคัญในการกำกับดูแลคริปโต จะมีท่าทีเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ หากทั้งสองหน่วยงานสามารถประสานงานและให้แนวทางที่ชัดเจนร่วมกัน จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่ออุตสาหกรรมคริปโตของสหรัฐฯ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการประกาศครั้งนี้เป็นข่าวดีมากสำหรับอุตสาหกรรมคริปโต แม้ว่าจะเป็นเพียงการประกาศเจตนารมณ์ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างชัดเจน ผมคิดว่าสิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเกณฑ์การจำแนกว่าอะไรคือ commodity อะไรคือ security และจะมีกระบวนการอนุมัติหรือขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างไร สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน ผมแนะนำให้ติดตามข่าวสารจาก CFTC อย่างใกล้ชิดในช่วง 6 เดือนข้างหน้า เพราะน่าจะมีการประกาศแนวทางที่สำคัญออกมา ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางของตลาด derivatives และ DeFi ในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ