สรุปข่าว
- นักเทรดรายหนึ่งสามารถปั้นพอร์ตจาก 15,000 ดอลลาร์ (ราว 5.2 แสนบาท) เป็น 529,000 ดอลลาร์ (ราว 18.5 ล้านบาท) ได้สำเร็จ โดยใช้บอท AI ที่ชื่อว่า OpenClaw ในการทำ Arbitrage บนแพลตฟอร์ม Polymarket
- กลยุทธ์ของบอทคือการเข้าซื้อหุ้นทายผลฝั่ง YES และ NO พร้อมกันในตลาดราคาบิตคอยน์ระยะสั้น หากราคาของทั้งสองฝั่งรวมกันแล้วมีมูลค่าต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ (ราว 35 บาท) ทำให้ได้กำไรส่วนต่างทันทีประมาณ 4% ต่อรอบ
- วิธีการนี้อาศัยช่องโหว่จากความหน่วงของราคา (Lag) บน Polymarket ที่ช้ากว่ากระดานเทรดหลักอย่าง Binance ประมาณ 20-30 วินาที แต่ผู้ใช้งานต้องมีระบบที่ตอบสนองไวมาก (Low-latency) และต้องคำนวณหักลบค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มให้ดี
แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาเหรียญคริปโตโดยตรง แต่เป็นการชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการทำกำไรและช่องโหว่ของตลาดทายผล (Prediction Market) ที่นักเทรดสายอัลกอริทึมสามารถดึงมาใช้ประโยชน์ได้
วงการคริปโตมักมีเรื่องราวการทำกำไรแบบพลิกแพลงมาให้เห็นเสมอ ล่าสุดมีการเปิดเผยกรณีศึกษาของนักเทรดที่สามารถทำกำไรมหาศาลจากการเริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 15,000 ดอลลาร์ (ราว 5.2 แสนบาท) และปั้นพอร์ตทะยานไปถึง 529,000 ดอลลาร์ (ราว 18.5 ล้านบาท) ได้อย่างน่าทึ่ง เคล็ดลับเบื้องหลังความสำเร็จนี้คือการใช้เครื่องมือบอท AI ที่มีชื่อว่า OpenClaw เพื่อทำกระบวนการทำกำไรส่วนต่างไร้ความเสี่ยง (Arbitrage) บนแพลตฟอร์มตลาดทายผลชื่อดังอย่าง Polymarket
กลยุทธ์กินรวบ ซื้อทั้ง YES และ NO
หลักการทำงานของบอทตัวนี้คือการจับจังหวะความไร้ประสิทธิภาพของราคาในตลาดทายผลราคาบิตคอยน์ระยะสั้น โดยบอทจะถูกตั้งค่าให้เปิดโพสิชันซื้อทั้งฝั่ง YES และ NO พร้อมๆ กัน ในจังหวะที่ผลรวมของราคาทั้งสองฝั่งรวมกันแล้วมีมูลค่าต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ (ราว 35 บาท) ส่วนต่างที่หายไปนี้เองจะกลายมาเป็นกำไรเข้ากระเป๋าทันทีราว 4% ต่อการเทรดหนึ่งรอบ
ข้อมูลบันทึกการเทรดแสดงให้เห็นถึงการซื้อขายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในกรอบเวลา 15 นาที โดยสแนปช็อตของพอร์ตการลงทุนขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากระดับ 31,000 ดอลลาร์ (ราว 1.08 ล้านบาท) ไปจนทะลุ 18.5 ล้านบาทในที่สุด
อาศัยความหน่วง ชิงความได้เปรียบ
กุญแจสำคัญที่ทำให้กลยุทธ์นี้ทำงานได้ คือการอาศัยความหน่วงของราคา บน Polymarket ที่มักจะอัปเดตช้ากว่ากระดานเทรดหลักระดับโลกอย่าง Binance อยู่ประมาณ 20-30 วินาที บอท OpenClaw จึงสามารถมองเห็นแนวโน้มราคาก่อนและชิงเปิดออเดอร์ทำกำไรได้ก่อนที่ราคาบน Polymarket จะปรับตัวตามตลาดจริง
ข้อมูลแบบออนเชนยังระบุด้วยว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 เป็นต้นมา มีกลุ่มผู้ใช้งานบอทลักษณะคล้ายคลึงกันที่สามารถกวาดกำไรรวมกันไปแล้วมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ราว 35 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม การจะทำกำไรด้วยวิธีนี้อย่างยั่งยืน ผู้เทรดจะต้องมีความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายที่สูงมาก เพื่อแย่งชิงจังหวะกับบอทตัวอื่นๆ ที่เพิ่มจำนวนขึ้น และยังต้องจัดการคำนวณหักลบค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม Polymarket อย่างละเอียดเพื่อไม่ให้กินส่วนต่างกำไรจนหมด
ในโลกของการเทรด “ความเร็ว” คือข้อได้เปรียบที่ทรงพลังที่สุด การทำ Arbitrage ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่วิธีที่นักเทรดรายนี้ประยุกต์ใช้ความหน่วงของตลาดย่อยเมื่อเทียบกับตลาดหลัก ถือเป็นการใช้เทคโนโลยี AI และบอทมาปิดจุดบอดของมนุษย์ได้อย่างชาญฉลาด
ในมุมมองของผู้เขียน กลยุทธ์นี้เป็นเหมือนการพิมพ์เงินฟรีที่มีความเสี่ยงต่ำมากหากระบบเซ็ตอัปมาดีพอ แต่ก็ใช่ว่าใครๆ ก็จะทำได้ เพราะเมื่อช่องโหว่นี้ถูกเปิดเผยออกไป การแข่งขันในตลาดก็จะยิ่งดุเดือดขึ้น บอทจะแข่งกันเร็วขึ้นเพื่อแย่งส่วนแบ่งกำไรที่แคบลงเรื่อยๆ และในอนาคต Polymarket เองก็คงต้องพัฒนาระบบ Oracle ให้ดึงราคาได้แบบเรียลไทม์มากขึ้นเพื่อปิดช่องโหว่นี้ ใครที่คิดจะกระโดดเข้ามาเล่นเกมนี้ ต้องแน่ใจว่าเครื่องมือและเซิร์ฟเวอร์ของคุณมีความเร็วระดับเสี้ยววินาทีเพื่อเอาชนะคนทั้งตลาดได้กอบการต้องให้ความสำคัญที่สุดในตอนนี้
ที่มา: @RoundtableSpace

