สรุปข่าว
- ทำเนียบขาวเร่งกดดันกลุ่มนายธนาคารให้ยอมรับ “การจ่ายผลตอบแทนจาก Stablecoin แบบจำกัด” เพื่อปลดล็อกให้ร่างกฎหมาย Clarity Act เดินหน้าต่อได้
- ปมขัดแย้งมาจากฝั่งธนาคารกังวลว่า Stablecoin จะมาแย่งลูกค้าบัญชีเงินฝาก แต่หากไม่ยอมประนีประนอม คริปโทฯ จะได้สิทธิ์ตามกฎหมายเก่า อย่าาง GENIUS Act ที่ให้อิสระในการจ่ายผลตอบแทนมากข้อตกลงใหม่
- แม้ธนาคารจะยอมถอย แต่ร่างกฎหมายยังติดหล่มพรรคเดโมแครตที่ต้องการคุมเข้ม DeFi และชงวาระห้ามเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง เข้ามายุ่งเกี่ยวกับคริปโทฯ ซึ่งชัดเจนว่าพุ่งเป้าไปที่ประธานธิบดีทรัมป์
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
แหล่งข่าววงในเผยว่า ทำเนียบขาวกำลังเร่งเป็นกาวใจประสานรอยร้าวระหว่างกลุ่มธนาคารและวงการคริปโทฯ เพื่อผลักดันร่างกฎหมาย Clarity Act โดยเสนอทางออกคนละครึ่งทางให้แพลตฟอร์มคริปโทฯ สามารถจ่าย “ผลตอบแทนจาก Stablecoin” ได้แบบจำกัดเพื่อไม่ให้กระทบฐานลูกค้าเงินฝาก ซึ่งเป็นไฟต์บังคับให้ฝั่งธนาคารต้องจำใจยอมรับ ดีกว่าปล่อยให้กลับไปใช้กฎหมายเก่าที่ให้อิสระกับคริปโทฯ มากกว่า
การจัดระเบียบขั้วอำนาจคริปโทฯ ในสหรัฐฯ เริ่มมีความคืบหน้าไปอีกขึ้น แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า ทำเนียบขาวได้ออกโรงเป็นกาวใจหย่าศึกระหว่างกลุ่มนายธนาคารยักษ์ใหญ่ และตัวแทนจากวงการคริปโทฯ โดยมีเป้าหมายหลักคือ การผลักดันร่างกฎหมายประวัติศาสตร์อย่าง Clarity Act ให้ผ่านสภาไปให้ได้
ปมความขัดแย้งหลักพุ่งเป้าไปที่การจ่ายผลตอบแทนจาก Stablecoin ในมาตรา 404 ของร่างกฎหมาย Clarity Act ฝั่งธนาคารดั้งเดิมกังวลว่าดอกเบี้ยจากคริปโทฯ จะเข้ามาแย่งฐานลูกค้าบัญชีเงินฝาก ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงธุรกิจของพวกเขามาอย่างยาวนาน
ในการประชุมครั้งที่ 3 ทีมทำเนียบขาว นำโดย แพทริค วิตต์ ที่ปรึกษาด้านคริปโทฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอคนละครึ่งทาง โดยเสนอให้ “ยอมจ่ายผลตอบแทนได้” แต่ต้องจำกัดเฉพาะบางกิจกรรมและบางธุรกรรมเท่านั้น ห้ามทำตัวเป็นบัญชีเงินฝากกินดอกเบี้ยแข่งกับธนาคารเด็ดขาด ซึ่งขณะนี้ตัวแทนจากฝั่งวอลล์สตรีทกำลังเร่งปรับแก้ถ้อยคำทางกฎหมายเพื่อหาจุดลงตัวโดยเร็วที่สุด
เกมนี้บีบให้ธนาคารต้องรีบตัดสินใจ เพราะหากดึงดันที่จะคว่ำร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ยอมให้มีการจ่ายผลตอบแทนใดๆ เลย ตลาดจะถูกบีบให้กลับไปใช้กฎหมาย GENIUS Act ของปีที่แล้ว ซึ่งเปิดช่องให้แพลตฟอร์มคริปโทฯ จ่ายผลตอบแทนได้เสรีและเป็นอิสระกว่าข้อเสนอนี้มาก การยอมถอยหนึ่งก้าวจึงเป็นทางเลือกที่เจ็บตัวน้อยที่สุดสำหรับกลุ่มธนาคาร
ทว่าศึกนี้ไม่ได้มีแค่ฝั่งธนาคาร ร่างกฎหมายยังต้องเผชิญหน้ากับด่านหินอย่างพรรคเดโมแครต ที่ตั้งป้อมเรียกร้องให้คุมเข้มความปลอดภัยของโลก DeFi และที่เดือดที่สุดคือการชงวาระสั่งห้าม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเข้ามายุ่งเกี่ยวกับอุตสาหกรรมคริปโทฯ โดยตรง ซึ่งตั้งใจพุ่งเป้าไปที่ประธานาธิบดีทรัมป์อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีประเด็นการต่อรองแย่งชิงเก้าอี้กรรมาธิการในหน่วยงานสำคัญอย่าง SEC และ CFTC ที่ยังว่างอยู่ หากเคลียร์ปมการเมืองที่ซับซ้อนเหล่านี้ไม่ได้ ร่างกฎหมายก็ยากที่จะฝ่าด่านโหวตในวุฒิสภาไปได้แบบม้วนเดียวจบ
มุมมองผู้เขียน: ตอนนี้คือช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของการหลอมรวมโลกการเงินเก่า (TradFi) เข้ากับโลกการเงินใหม่ (DeFi) แต่บรรยกาศกำลังเปลี่ยนแปลงไป หลังทำเนียบขาวออกโรงเป็นกาวใจ อีกทั้งยังดูเหมือนเข้าข้างคริปโทฯ มากกว่าฝั่งธนาคารดั้งเดิม
ที่มา: coindesk

