สรุปบทความ
- ดัชนี Fear & Greed ตกลงไปแตะระดับ 8 (Extreme Fear) ซึ่งเป็นค่าที่ต่ำที่สุดระดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ Bitcoin
- ในขณะเดียวกัน sentiment บนแพลตฟอร์ม X กลับถูกจัดอยู่ในระดับ “เป็นขาขึ้นอย่างแรง” สร้างช่องว่างความรู้สึกที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา
- ข้อมูลจาก X แสดงให้เห็นว่าโพสต์จำนวนมหาศาลมาจากบอทและบัญชีปลอมที่สแปม “สัญญาณเทรดฟรี” ด้วยอัตราความแม่นยำ 95-98% ที่ไม่มีอยู่จริง
- ในรอบตลาดก่อนหน้า เมื่อ Fear & Greed ลงไปแตะหลักเดียว มันมักเป็นสัญญาณของ “จุดต่ำสุด” แต่เฉพาะเมื่อเสียงบวกปลอมเงียบลงแล้ว
- นักเทรดไทยที่แยกแยะระหว่าง “ความหวังสังเคราะห์” กับ “การยอมจำนนจริง” จะเป็นกลุ่มแรกที่เจอจุดต่ำสุดที่แท้จริง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา NEUTRAL
ดัชนีความกลัวระดับหลักเดียวเคยเป็นสัญญาณซื้อระยะยาวในอดีต แต่ครั้งนี้เสียงบวกปลอมจากบอทยังไม่เงียบ จึงยังไม่ใช่จังหวะเข้าซื้อที่ชัดเจน ต้องรอให้ sentiment สังเคราะห์หายไปก่อน จึงจะเห็นจุดต่ำสุดที่แท้จริง
ลองนึกภาพตามนี้ ตลาดหุ้นร่วง นักลงทุนแตกตื่น ทุกคนวิ่งหนีออกจากตึก แต่พอคุณเปิดโซเชียลมีเดีย กลับเห็นแต่คนตะโกนว่า “ซื้อเลย กำไร 98% แน่นอน!” ไม่ใช่แค่คนสองคน แต่เป็นร้อยเป็นพันบัญชีพูดเหมือนกันทุกตัวอักษร นี่ไม่ใช่สถานการณ์สมมติ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Bitcoin ในขณะนี้ และมันน่ากลัวกว่าที่คุณคิด
ตัวเลขที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ Bitcoin
ดัชนี Fear & Greed ของ Bitcoin ร่วงลงมาแตะระดับ 8 จากคะแนนเต็ม 100 ซึ่งอยู่ในโซน “ความกลัวขั้นสุด” (Extreme Fear) ตัวเลขหลักเดียวแบบนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในตลาด crypto เปรียบเหมือนเทอร์โมมิเตอร์ที่ชี้ว่าคนในตลาดกำลังตื่นตระหนกอย่างหนัก ขายทิ้งกันถ้วนหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะมองกราฟ
แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อเราไปดู sentiment โดยรวมบนแพลตฟอร์ม X (ที่เคยรู้จักกันในชื่อ Twitter) ผลลัพธ์กลับถูกจัดอยู่ในระดับ “เป็นขาขึ้นอย่างแรง” (Strongly Bullish) หมายความว่าเครื่องมือวิเคราะห์ความรู้สึกอัตโนมัติอ่านข้อความบน X แล้วสรุปว่า “ทุกคนมองตลาดเป็นบวกมาก”
หยุดคิดสักครู่ ความกลัวอยู่ที่ 8 จาก 100 แต่โซเชียลมีเดียบอกว่าทุกคนมองบวกสุดขีด ตัวเลขสองตัวนี้ไม่ควรเกิดขึ้นพร้อมกัน มันเหมือนกับอุณหภูมิอากาศแสดง -20 องศา แต่แอปพยากรณ์อากาศบอกว่า “อากาศร้อนจัด ควรใส่เสื้อแขนสั้น” มีบางอย่างผิดปกติอย่างร้ายแรง และคำตอบไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด
เปิดหน้า Timeline ที่ตายแล้ว

เพื่อพิสูจน์ว่าเกิดอะไรขึ้น เราลองสำรวจโพสต์ที่ใช้แฮชแท็ก #Bitcoin บน X ในช่วงเวลาเดียวกับที่ดัชนี Fear & Greed แตะ 8 สิ่งที่เจอทำให้ขนลุก
บัญชีชื่อ @HAUUSDAILIE1 โพสต์ข้อความเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “สัญญาณเทรด BTC ฟรี! อัตราความแม่นยำ 95% ได้สัญญาณทำกำไร 3-6 ครั้งต่อวัน” ทุกโพสต์เหมือนกันหมดทุกตัวอักษร ต่างกันแค่แฮชแท็กสุ่มท้ายข้อความ บ้าง #ytbc บ้าง #yfhcn บ้าง #iffnx บ้าง #temv ไม่มีแฮชแท็กไหนเป็นคำที่มีความหมาย ทุกโพสต์มียอดไลค์เป็นศูนย์
อีกบัญชีหนึ่งคือ @forexgold12344 ทำเหมือนกันทุกประการ แต่อ้าง “อัตราความแม่นยำ 98%” และใส่แฮชแท็กสุ่มแบบเดียวกัน #Xashdhdhhdhdd, #Xasbdgdhdhbd, #Xashzhxhxhbxd สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่คำ มันคือการสุ่มตัวอักษรเพื่อหลีกเลี่ยงระบบตรวจจับสแปม ทุกโพสต์ ไม่มีแม้แต่ไลค์เดียว
แล้วก็มี @HChristian57776 ที่โพสต์ภาพกำไร 871% จากเหรียญ PLAY/ USDT ใน 13 ชั่วโมง 32 นาที พร้อมลิงก์ชวนเข้ากลุ่มสัญญาณเทรดฟรี อีกโพสต์หนึ่งก็อ้างกำไร 860% จากเหรียญเดียวกัน ยอดไลค์เท่ากัน คือศูนย์
นี่ไม่ใช่ตัวอย่างที่คัดมาเพื่อสร้างความตื่นเต้น นี่คือหน้าตาจริงของ timeline เมื่อคุณค้นหา #Bitcoin บน X ในตอนนี้ โพสต์เหล่านี้ครองพื้นที่ทั้งหมด และเมื่อเครื่องมือวิเคราะห์ sentiment สแกนผ่านข้อความเหล่านี้ มันอ่านคำว่า “กำไร” “ความแม่นยำ” “ทำกำไรทุกวัน” แล้วสรุปว่า ผู้คนมองตลาดเป็นบวกมาก
แต่ความจริงคือ ผู้คนจริงไม่ได้โพสต์อะไรเลย คนจริงหนีไปหมดแล้ว เหลือแต่บอท
กายวิภาคของ “ความหวังสังเคราะห์” ที่ถูกผลิตขึ้นมา
ลองวิเคราะห์รูปแบบของบอทเหล่านี้ให้ลึกขึ้น สิ่งที่เราเห็นมีลักษณะร่วมกันชัดเจน
ประการแรก ข้อความทุกอันเป็นสำเนาที่ถูกคัดลอกมา ต่างกันเพียงแฮชแท็กสุ่มที่ท้ายโพสต์ การสุ่มแฮชแท็กนี้เป็นเทคนิคที่รู้จักกันดีในวงการสแปม เพื่อทำให้แต่ละโพสต์ดูเหมือนเป็นเนื้อหาใหม่ในสายตาของอัลกอริทึม
ประการที่สอง ตัวเลขที่อ้างนั้นเป็นไปไม่ได้ในทางสถิติ “อัตราความแม่นยำ 95-98%” ในการเทรด Bitcoin คืออะไร? ไม่มีกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ดีที่สุดในโลกทำได้ขนาดนั้น ไม่มี Renaissance Technologies ไม่มี Two Sigma ไม่มีใครเลย ตัวเลขเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดคนที่กำลังสิ้นหวัง คนที่เพิ่งเสียเงินจากตลาดขาลง และอยากหาทางกลับมาเร็วที่สุด
ประการที่สาม ยอดไลค์ทุกโพสต์เป็นศูนย์ หมายความว่าไม่มีมนุษย์จริงมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาเหล่านี้เลย แต่มันยังคงถูกนับเป็น “โพสต์” ในระบบวิเคราะห์ sentiment ข้อความเชิงบวกหลายพันข้อความที่ไม่มีใครอ่าน กลับถูกนับว่าเป็น “เสียงของตลาด”
ผลลัพธ์คือสิ่งที่ผมเรียกว่า “ความหวังสังเคราะห์” (Synthetic Optimism) เป็นกำแพงเสียงเชิงบวกที่ถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่สะท้อนความรู้สึกของมนุษย์จริงแม้แต่นิดเดียว และมันกำลังบิดเบือนตัวชี้วัดที่นักเทรดจำนวนมากใช้ตัดสินใจ
บทเรียนจากอดีต เมื่อ Fear & Greed เคยแตะหลักเดียว
ดัชนี Fear & Greed ที่ลงไปอยู่ในระดับหลักเดียวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันเกิดขึ้นน้อยมาก และทุกครั้งที่เกิดขึ้น มันมักจะเป็นสัญญาณของ “จุดต่ำสุด” (Generational Bottom) ที่ใครก็ตามที่กล้าซื้อในจุดนั้นจะทำกำไรมหาศาลในระยะยาว
ในช่วงที่ตลาดร่วงหนักในอดีต ดัชนีนี้เคยลงไปแตะระดับต่ำมาก และหลังจากนั้นไม่กี่เดือน Bitcoin ก็กลับมาทำราคาสูงสุดใหม่ทุกครั้ง สำหรับนักลงทุนที่มีสายตายาว ตัวเลข Fear & Greed หลักเดียวจึงเป็นเหมือนไฟสัญญาณที่กระพริบว่า “โอกาสอยู่ตรงนี้”
แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่คนมักมองข้าม ในทุกรอบที่ Fear & Greed ลงไปแตะจุดต่ำสุดแล้วเด้งกลับ มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก่อนเสมอ นั่นคือเสียงบวกปลอมบนโซเชียลมีเดียหายไป คนที่ตะโกน “ซื้อตอนที่คนกลัว” เงียบลง คนที่โพสต์กราฟเทคนิคัลหายไป แม้แต่สแปมก็ลดลง เพราะไม่มีเหยื่อเหลือให้หลอก การยอมจำนน (Capitulation) ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อทุกคนเงียบ ทั้งคนจริงและบอท
แต่ครั้งนี้ต่างออกไป Fear & Greed อยู่ที่ 8 แต่เสียงบวกบน X ไม่ได้ลดลงเลย มันกลับดังขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเสียงเหล่านั้นไม่ได้มาจากมนุษย์ มันมาจากบอทที่ทำงาน 24 ชั่วโมงไม่มีหยุด ไม่รู้สึกกลัว ไม่รู้สึกเจ็บปวด ไม่ขายทิ้งตอนขาดทุน เพราะมันไม่มีเงินลงทุนตั้งแต่แรก
นี่คือสาเหตุที่สัญญาณ “จุดต่ำสุด” อาจยังมาไม่ถึง แม้ว่าตัวเลข Fear & Greed จะดูเหมือนว่าถึงแล้วก็ตาม
ใครได้ประโยชน์จากการสร้างภาพลวงตานี้
คำถามที่ต้องถามคือ ทำไมบอทเหล่านี้ถึงยังทำงานอยู่ ในเมื่อทุกโพสต์ยอดไลค์เป็นศูนย์ ไม่มีใครกดเข้าลิงก์ ดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่ไร้ผล
คำตอบมีหลายชั้น
ชั้นแรก บอทเหล่านี้ไม่ได้หวังให้คนไลค์ พวกมันหวังให้คนคลิกลิงก์ แม้จะมีอัตราการคลิกต่ำมาก แต่เมื่อโพสต์หลายร้อยหลายพันข้อความต่อวัน แม้แค่ 0.01% ก็อาจหมายถึงเหยื่อหลายคนที่เข้าไปในกลุ่มสัญญาณเทรด แล้วถูกหลอกให้เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่จ่ายค่าแนะนำ หรือแย่กว่านั้นคือถูกหลอกให้โอนเงินโดยตรง
ชั้นที่สอง เสียงบวกจำนวนมหาศาลเหล่านี้สร้าง “ฉากหลัง” ที่เป็นบวกให้กับตลาด โปรเจกต์ crypto ที่ต้องการระดมทุน เว็บเทรดที่ต้องการปริมาณการซื้อขาย และ influencer ที่มีรายได้จากการแนะนำโปรเจกต์ ล้วนได้ประโยชน์จากบรรยากาศบวกบนโซเชียลมีเดีย แม้มันจะเป็นของปลอมก็ตาม
ชั้นที่สาม และเป็นชั้นที่อันตรายที่สุด เสียงบวกปลอมเหล่านี้ทำให้นักเทรดรายย่อยคิดว่า “ตลาดยังไม่ได้แย่ขนาดนั้น” เมื่อเปิด X แล้วเห็นแต่คนพูดเรื่องกำไร มันยากที่จะเชื่อว่าตลาดอยู่ในภาวะตื่นตระหนกจริง ผลคือนักเทรดรายย่อยอาจ “ซื้อตอนลง” เร็วเกินไป ก่อนที่จะถึงจุดต่ำสุดจริง แล้วก็ขาดทุนซ้ำซ้อน
วิธีแยก “การยอมจำนนจริง” ออกจาก “ความเงียบปลอม” สำหรับนักเทรดไทย
สำหรับนักเทรดไทยที่ต้องการหาจุดต่ำสุดที่แท้จริง มีวิธีการที่ใช้ได้จริงหลายประการ
อย่าดู sentiment จาก X โดยตรง เครื่องมือวิเคราะห์ sentiment ที่สแกนโพสต์บน X ไม่มีความสามารถในการแยกบอทออกจากคนจริงได้ดีพอ เมื่อบอทครองพื้นที่มากกว่า 60% ของโพสต์ที่ใช้แฮชแท็ก crypto ค่า sentiment ที่ได้ก็ไร้ความหมาย ให้ใช้ดัชนี Fear & Greed เป็นตัวชี้วัดหลักแทน เพราะมันวัดจากข้อมูลตลาดจริง เช่น ความผันผวนของราคา ปริมาณการซื้อขาย และข้อมูลออนเชน
สังเกตว่าเมื่อไหร่บอทจะเริ่มหยุดทำงาน ฟังดูแปลก แต่เมื่อสแปมบอทลดจำนวนลง มันหมายความว่าแม้แต่คนที่หลอกลวงก็เลิกเพราะไม่มีเหยื่อเหลือ นั่นคือสัญญาณที่แท้จริงของการยอมจำนน ถ้าวันไหนคุณค้นหา #Bitcoin บน X แล้วเห็นแต่โพสต์ที่เงียบเหงา ไม่มีแม้แต่สแปม นั่นอาจเป็นวันที่คุณควรเริ่มมอง
เปรียบเทียบ Fear & Greed กับ sentiment ของคนจริงในชุมชนที่คุณไว้ใจ แทนที่จะดู X ลองไปดูกลุ่มเทเลแกรมของนักเทรดไทย ดูฟอรัม Pantip ดูกลุ่มไลน์ที่คุณอยู่ เมื่อคนรอบตัวคุณเลิกพูดเรื่อง crypto เลิกถามว่า “ซื้อเหรียญอะไรดี” เลิกแชร์กราฟ นั่นคือการยอมจำนนที่แท้จริง
ระวัง “จุดต่ำสุดปลอม” ในรอบที่ sentiment ถูกบิดเบือนโดยบอท จุดต่ำสุดจริงอาจมาช้ากว่าที่ดัชนี Fear & Greed บ่งบอก เพราะเสียงบวกปลอมยังคงหลอกให้คนเข้าซื้อ สร้างแรงซื้อชั่วคราวที่ไม่ยั่งยืน แล้วราคาก็ร่วงลงอีกรอบ
ความเห็นผู้เขียน
ผมเขียนเรื่อง crypto มาหลายปี และผมไม่เคยเห็นช่องว่างระหว่าง “ความรู้สึกจริงของตลาด” กับ “เสียงบนโซเชียลมีเดีย” กว้างขนาดนี้มาก่อน Fear & Greed ที่ 8 บอกว่าคนกำลังกลัวจนตัวสั่น แต่ X บอกว่าทุกคนกำลังฉลอง สองอย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้ ถ้าไม่มีการแทรกแซง
ผมดูข้อมูลจาก X ที่รวบรวมมาแล้วรู้สึกเศร้ามากกว่าโกรธ เพราะสิ่งที่เห็นมันน่าสมเพชจริง ๆ บัญชี @HAUUSDAILIE1 โพสต์ข้อความเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนแค่แฮชแท็กสุ่มท้ายข้อความ #ytbc, #yfhcn, #yenc ไม่มีใครไลค์ ไม่มีใครตอบ ไม่มีใครแคร์ แต่มันยังทำงานอยู่ ส่วน @forexgold12344 ก็เหมือนกันทุกประการ อ้างความแม่นยำ 98% พร้อมแฮชแท็กที่ดูเหมือนแมวเดินบนคีย์บอร์ด #Xashdhdhhdhdd, #Xasbdgdhdhbd
ผมไม่ได้บอกว่า Fear & Greed ที่ 8 ไม่ใช่โอกาส ในระยะยาว ผมเชื่อว่ามันเป็นโอกาส แต่ “ระยะยาว” อาจหมายถึงหลายเดือนหรือมากกว่านั้น และจุดต่ำสุดจริงยังอาจไม่ถึง ตราบใดที่ timeline ของ X ยังเต็มไปด้วยเสียงบวกปลอม มันหมายความว่ากระบวนการยอมจำนนยังไม่เสร็จสิ้น
สิ่งที่ผมแนะนำ อย่าอ่าน timeline ของ X แล้วคิดว่ามันเป็นเสียงของตลาด มันไม่ใช่ มันคือเสียงของเครื่องจักร ให้ฟังเพื่อนของคุณ ฟังคนในชุมชนจริงที่คุณไว้ใจ ดูว่าพวกเขายังพูดเรื่อง crypto อยู่ไหม ถ้าพวกเขาเงียบ นั่นคือสัญญาณที่แท้จริง
นักเทรดไทยที่มองเห็นความแตกต่างนี้ ที่แยกแยะระหว่างความหวังสังเคราะห์กับการยอมจำนนจริง จะเป็นคนที่เจอจุดต่ำสุดก่อนใคร ไม่ใช่เพราะฉลาดกว่า แต่เพราะไม่ยอมฟังเครื่องจักรที่แกล้งทำเป็นมนุษย์
