<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ทรัมป์อ้าง IEEPA ให้อำนาจปิดการค้า ตลาดคริปโตเสี่ยงผันผวน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทรัมป์แถลงว่า IEEPA ให้อำนาจปิดการค้าหรือห้ามส่งออกกับประเทศต่าง ๆ ได้ แม้จะเก็บภาษีไม่ได้
  • ประธานาธิบดีกล่าวว่า “ผมสามารถทำลายประเทศได้” ส่งสัญญาณบานปลายสงครามการค้า
  • นักลงทุนคริปโตต้องจับตาความไม่แน่นอนทางนโยบายที่อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่ทรัมป์ประกาศใช้อำนาจพิเศษภายใต้ IEEPA เพื่อปิดการค้ากับประเทศต่าง ๆ สร้างความไม่แน่นอนรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมดรวมถึงคริปโต นักลงทุนมองว่านี่เป็นการบานปลายของความขัดแย้งทางการค้าที่อาจนำไปสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 อ้างอำนาจภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ว่าตนสามารถปิดการค้าหรือประกาศคว่ำบาตรประเทศต่าง ๆ ได้ แม้จะไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามคำตัดสินของศาลสูงสุด ทรัมป์กล่าวว่า “ผมสามารถทำลายประเทศได้” ตามรายงานของ Cointelegraph ซึ่งสร้างความกังวลในตลาดการเงินโลกรวมถึงตลาดคริปโตที่มีความไวต่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การแถลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสุดฯ ตัดสินว่านโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์ผิดรัฐธรรมนูญเมื่อไม่กี่วันก่อน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทรัมป์หาช่องทางใหม่เก็บภาษีนำเข้า หลังแพ้ศาลสูงสุด โดยทีมกฎหมายของทรัมป์พยายามหาช่องทางทางกฎหมายอื่น ๆ เพื่อดำเนินนโยบายการค้าของตน

IEEPA คืออะไร ทำไมทรัมป์ถึงยกมาอ้าง

กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษแก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการจัดการกับภัยคุกคามความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยสามารถสั่งอายัดทรัพย์สิน ห้ามทำธุรกรรม หรือตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับบุคคลหรือประเทศที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ กฎหมายนี้ถูกใช้มาก่อนหน้านี้ในการคว่ำบาตรประเทศต่าง ๆ เช่น อิหร่าน และเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม การที่ทรัมป์อ้างถึง IEEPA ในบริบทสงครามการค้าครั้งนี้ ถือเป็นการขยายขอบเขตการใช้กฎหมายที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม นักกฎหมายหลายคนมองว่าการใช้ IEEPA เพื่อบังคับใช้นโยบายภาษีหรือการค้าแทนที่จะเป็นการจัดการกับภัยคุกคามความมั่นคงโดยตรง อาจถูกท้าทายในศาลได้เช่นกัน ทรัมป์เองก็ยอมรับว่ากฎหมายนี้ไม่อนุญาตให้เก็บภาษี “แม้แต่หนึ่งดอลลาร์” แต่ให้อำนาจในการตัดขาดการค้าได้โดยสิ้นเชิง

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

การแถลงของทรัมป์ครั้งนี้สร้างความไม่แน่นอนอย่างมากต่อตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี หากทรัมป์ดำเนินการตัดการค้ากับประเทศหลัก ๆ โดยใช้ IEEPA จะส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในห่วงโซ่อุปทานโลก กระทบการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งสหรัฐฯ และทั่วโลก ส่งผลให้นักลงทุนหลบหนีจากสินทรัพย์เสี่ยงไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการบานปลายของสงครามการค้าในรูปแบบนี้ อาจนำไปสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบหนักต่อ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ที่ยังคงมีความสัมพันธ์สูงกับตลาดหุ้น นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางรัฐธรรมนูญที่เพิ่มขึ้นจากการใช้อำนาจบริหารโดยไม่คำนึงถึงคำตัดสินของศาลสูงสุด ยังกระทบความเชื่อมั่นต่อระบบสถาบันของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนตลาดการเงินทั่วโลก

นักลงทุนต้องจับตาอะไร

สิ่งที่นักลงทุนคริปโตต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือการตอบสนองของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดโลก หาก S&P 500 และ Nasdaq ร่วงหนักเนื่องจากความกังวลเรื่องสงครามการค้า แนวโน้มของ Bitcoin และสินทรัพย์คริปโตจะตามไปด้วย นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐก็เป็นปัจจัยสำคัญ หากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเนื่องจากความไม่แน่นอน อาจกดดันราคาคริปโตลง

นักลงทุนควรจับตาการตอบสนองจากประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ โดยเฉพาะจีนและสหภาพยุโรป หากเกิดการตอบโต้ในรูปแบบที่รุนแรงขึ้น จะยิ่งทำให้ตลาดการเงินผันผวนมากขึ้น นอกจากนี้ การตัดสินใจของศาลต่อการใช้อำนาจของทรัมป์ภายใต้ IEEPA ในอนาคตก็เป็นจุดที่ต้องติดตาม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการแถลงของทรัมป์ครั้งนี้เป็นสัญญาณที่น่ากังวลมาก การที่ประธานาธิบดีพูดว่า “สามารถทำลายประเทศได้” แสดงให้เห็นถึงท่าทีที่ก้าวร้าวและไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบในวงกว้าง สำหรับตลาดคริปโต ผมมองว่านี่เป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นที่ชัดเจน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งทางรัฐธรรมนูญที่เพิ่มขึ้นจะทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง ผมแนะนำให้จับตาระดับแนวรับสำคัญของ Bitcoin ที่ $80,000 ถ้าหลุดลงไปอาจเห็นแรงขายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว หากสถานการณ์นี้ทำให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินแบบดั้งเดิม Bitcoin อาจกลับมาได้รับความสนใจในฐานะทางเลือกในการเก็บมูลค่าทรัพย์สิน ตอนนี้ระมัดระวังและรอดูพัฒนาการต่อไปเป็นสำคัญครับ