สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์รายงานว่า FED มีกำหนดอัดฉีดสภาพคล่องมูลค่า $14,685 ล้าน (ประมาณ 510,000 ล้านบาท) เข้าสู่ระบบการเงินภายใน 2 วันข้างหน้า
- การอัดฉีดรอบนี้เกิดขึ้นหลังจาก FED เพิ่งอัดฉีด $18,500 ล้านเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการอัดฉีดครั้งใหญ่อันดับ 4 นับตั้งแต่ยุคโควิด
- -นับตั้งแต่สิ้นปี 2025 เป็นต้นมา Fed ได้อัดฉีดสภาพคล่องรวมแล้วหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านหลายช่องทาง รวมแล้วกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในไม่กี่เดือน
แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bullish
สภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นในระบบมักเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง Bitcoin และคริปโต แต่ต้องจับตาว่าสภาพคล่องจะไหลเข้าตลาดคริปโตจริงหรือไม่ เพราะในสภาวะ Risk-off เม็ดเงินอาจไหลไปพักใน Safe haven แทน
ท่ามกลางตลาดคริปโตที่ยังคงซบเซา มีข่าวดีเรื่องสภาพคล่องที่น่าจับตา เมื่อ DefiWimar ได้รายงานว่าธนาคารกลางสหรัฐฯหรือ FED มีกำหนดอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินอีก $14,685 ล้าน ภายใน 2 วันข้างหน้า พร้อมระบุว่า “เครื่องพิมพ์เงินถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว” และมองว่านี่เป็นสัญญาณ Bullish สำหรับตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง
FED กำลังทำอะไร? ไม่ใช่ QE แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การอัดฉีดสภาพคล่องผ่าน Repo Operations (ธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตร) ของ Fed นั้น ไม่ใช่ QE (Quantitative Easing) ในความหมายดั้งเดิม แต่เป็นการจัดการสภาพคล่องระยะสั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดเงิน (money market) ขาดสภาพคล่องจนชะงัก โดย Fed จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลจากธนาคารแล้วให้เงินสดแลก ซึ่งเพิ่ม reserve ในระบบธนาคาร
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์อย่าง Lyn Alden เคยชี้ว่าสิ่งที่ FED ทำอยู่ตอนนี้คือ “การพิมพ์เงินรูปแบบใหม่” ที่แม้จะไม่ได้เรียกว่า QE อย่างเป็นทางการ แต่ผลลัพธ์ในแง่สภาพคล่องนั้นคล้ายคลึงกัน โดยเม็ดเงินใหม่ถูกเติมเข้าระบบ ดอลลาร์ในตลาดมากขึ้น และสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดอย่าง Bitcoin จึงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามปริมาณเงินในระยะยาว
สภาพคล่องเพิ่ม = ราคาขึ้น?
ในประวัติศาสตร์ Bitcoin มักจะเคลื่อนไหวตาม Global Liquidity โดยมี Lag time ประมาณ 2-3 เดือน นั่นคือเมื่อสภาพคล่องเพิ่มขึ้น ราคา Bitcoin มักตามขึ้นมาในภายหลัง แต่ในสภาวะปัจจุบันที่ตลาดอยู่ในโหมด risk-off อย่างหนัก มีปัจจัยกดดันจากทั้งเงินเฟ้อดื้อ (Core PCE 3.0%), ETF ไหลออก และ sentiment ที่ Extreme Fear โดยเม็ดเงินที่ FED อัดฉีดอาจยังไม่ไหลเข้าคริปโตทันที
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการสะสมสภาพคล่องขนาดนี้เป็น “ลมใต้ปีก” ที่จะช่วยพยุงตลาดไม่ให้ร่วงลึกไปกว่านี้ และเมื่อ sentiment เปลี่ยน สภาพคล่องที่สะสมไว้จะกลายเป็นเชื้อเพลิงให้กับการ Rally ครั้งใหญ่
ผู้เขียนมองว่าการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องของ FED เป็น ปัจจัยบวกในระยะกลาง-ยาว สำหรับ Bitcoin อย่างชัดเจน เพราะเงินที่ถูกเติมเข้าระบบไม่ได้หายไปไหน มันจะหมุนเวียนในระบบการเงินและในที่สุดก็จะไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง แต่ในระยะสั้น อย่าคาดหวังว่าราคาจะพุ่งทันทีเพียงเพราะ FED อัดฉีดเงิน เพราะยังมีปัจจัยลบอื่น ๆ ที่กดดันอยู่
ที่มา: DefiWimar, AInvest, Siam Blockchain(1), Siam Blockchain(2)

