ทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลกเป็น 15% เตรียมดันสูงกว่านี้ ตลาดคริปโตจับตา

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% และส่งสัญญาณจะใช้กลไกทางกฎหมายใหม่ดันภาษีให้สูงขึ้นอีก
  • การปรับขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญด้านเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงินและคริปโตทั่วโลก
  • นักลงทุนต้องจับตาปฏิกิริยาของตลาดในช่วง 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า และมาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าหลัก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การขึ้นภาษีนำเข้าในวงกว้างมักสร้างความไม่แน่นอนต่อตลาดการเงินทั่วโลก ทำให้นักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยแทนสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งคริปโตยังถูกมองเป็นสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากสงครามการค้าที่อาจบานปลายเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกเป็น 15% พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะใช้กลไกทางกฎหมายใหม่เพื่อดันอัตราภาษีให้สูงขึ้นไปอีกในอนาคต ตามรายงานจาก BullTheory การประกาศครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญด้านเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงตลาดคริปโตที่มีความไวต่อปัจจัยความเสี่ยงระดับโลก ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทรัมป์เตรียมแถลงคำสั่งศาลสูงสุดฯ ภาษีนำเข้า ซึ่งตอนนี้ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว

ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยง

การขึ้นภาษีนำเข้าในวงกว้างมักสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินทันที เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินผลกระทบต่อการค้าโลกและการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ มักได้รับผลกระทบในเชิงลบในระยะแรก เพราะนักลงทุนมักเลือกถอนเงินออกไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลหรือทองคำแทน

นอกจากนี้ การที่ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าจะใช้กลไกทางกฎหมายใหม่เพื่อดันภาษีให้สูงขึ้นอีก ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาด เพราะหมายความว่านโยบายภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้อีกในอนาคตอันใกล้ ทำให้ธุรกิจและนักลงทุนวางแผนระยะยากขึ้น ในอดีตที่ผ่านมา ตลาดคริปโตมักมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดสงครามการค้า

บริบทและความเชื่อมโยงกับนโยบายภาษีก่อนหน้า

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ใช้นโยบายภาษีนำเข้าเป็นเครื่องมือในการเจรจาทางการค้าและการเมืองหลายครั้ง เคยมีรายงานว่า ทรัมป์อ้างภาษีนำเข้าช่วยยุติสงคราม 8 ครั้ง แต่นักวิเคราะห์หลายคนตั้งคำถามถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะต่อผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็ก

การประกาศขึ้นภาษีทั่วโลกเป็น 15% ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการขยายขอบเขตกว้างกว่านโยบายก่อนหน้าที่มักจะเลือกเป้าหมายเฉพาะประเทศหรือสินค้า ซึ่งอาจทำให้หลายประเทศตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าอเมริกันเช่นกัน ส่งผลให้เกิดสงครามการค้าในวงกว้าง นักวิเคราะห์หลายคนเคยเตือนว่า ราคา Bitcoin ยังน่ากังวล ท่ามกลางความกังวลสงครามการค้าโลก

สิ่งที่นักลงทุนคริปโตต้องจับตา

ในช่วง 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า นักลงทุนควรจับตาปฏิกิริยาของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และดัชนีตลาดการเงินหลักทั่วโลก เพราะมักจะส่งผลต่อทิศทางของตลาดคริปโตในเวลาใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังต้องติดตามว่าประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นจะมีการตอบโต้อย่างไร หากเกิดสงครามการค้าขนาดใหญ่ อาจส่งผลให้เงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นจำนวนมาก

ในมุมกลับกัน หากนักลงทุนสถาบันมองว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงจากนโยบายภาษีนี้ อาจมีการไหลเข้าสู่สินทรัพย์อย่าง Bitcoin ในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง แต่มักจะเห็นการเคลื่อนไหวแบบนี้ในระยะกลางถึงยาว ไม่ใช่ทันทีหลังข่าวออกมา ในอดีตที่ผ่านมา กองทุนบำนาญยุโรปเคยขายพันธบัตรสหรัฐฯ จำนวนมากเมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับนักลงทุนคริปโต โดยเฉพาะคนที่ถือสัดส่วนสูงในพอร์ต การประกาศขึ้นภาษีทั่วโลกในระดับนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และการที่ทรัมป์บอกว่าจะใช้กลไกกฎหมายใหม่ดันให้สูงขึ้นอีก แสดงว่ายังมีความไม่แน่นอนอีกมากในอนาคตข้างหน้า ผมแนะนำให้ระวังการเทรดด้วยเลเวอเรจสูงในช่วงนี้ เพราะตลาดอาจผันผวนหนักได้ทุกเมื่อ ควรรอดูปฏิกิริยาของตลาดสัก 1-2 วันก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่ม และต้องจับตามาตรการตอบโต้จากประเทศอื่น ๆ ด้วย ถ้าเกิดสงครามการค้าขนาดใหญ่จริง ๆ ตลาดคริปโตอาจได้รับผลกระทบหนักในระยะสั้น แม้ว่าในระยะยาวอาจกลายเป็นโอกาสสะสมก็ได้