USD1 ถูกโจมตี! Stablecoin ของทรัมป์ดิ่งเหลือ $0.98 หลังถูกแฮกเกอร์เจาะ

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Stablecoin USD1 ของ World Liberty Financial ถูกโจมตีทั้งคู่ในเวลาเดียวกัน ราคาดิ่งลงไปที่ $0.98 บน Binance
  • แฮกเกอร์เจาะบัญชีผู้ร่วมก่อตั้ง WLFI หลายราย และเปิดคำสั่ง short token WLFI จำนวนมหาศาล
  • ราคา USD1 ฟื้นกลับมาที่ $1 ภายในไม่กี่นาที แสดงความแข็งแกร่งของกลไกป้องกัน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การโจมตีครั้งนี้แม้จะสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยของโครงการที่เกี่ยวข้องกับตระกูลทรัมป์ แต่การฟื้นตัวกลับมาที่ $1 อย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นว่ากลไกรักษาเสถียรภาพยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นกับโครงการ stablecoin ใหม่ ๆ และคอยจับตาความปลอดภัยของระบบ

USD1 stablecoin ของ World Liberty Financial ผ่านการทดสอบครั้งใหญ่ในคืนวันที่ 23 ก.พ. เมื่อมันถูกโจมตีทั้งคู่ในเวลาเดียวกัน ทำให้ราคาดิ่งลงไปแตะ $0.98 บนเว็บกระดานเทรด Binance ก่อนจะฟื้นกลับมาที่ $1 ภายในไม่กี่นาทีตามรายงานจาก SolanaFloor โจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากแฮกเกอร์บุกบัญชีของผู้ร่วมก่อตั้ง WLFI หลายราย และเปิดคำสั่ง short token WLFI ในปริมาณมหาศาล

แผนโจมตีสองด้าน พุ่งเป้า USD1 และ WLFI พร้อมกัน

World Liberty Financial ยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการโจมตีที่วางแผนมาอย่างดี โดยแฮกเกอร์เข้าควบคุมบัญชีโซเชียลมีเดียของผู้ร่วมก่อตั้ง WLFI หลายคนเกือบพร้อมกัน จากนั้นใช้บัญชีเหล่านี้กระจายข้อมูลเท็จเพื่อสร้างความตื่นตระหนกในตลาด ขณะเดียวกัน มีการเปิดคำสั่ง short WLFI จำนวนมหาศาลบนเว็บกระดานเทรด สร้างแรงกดดันต่อราคา

การโจมตีส่งผลให้ราคา USD1 ลดลงมาที่ $0.98 บน Binance ซึ่งถือเป็นการ depeg ครั้งใหญ่สำหรับ stablecoin ที่ควรมีมูลค่าคงที่ที่ $1 อย่างไรก็ตาม กลไกรักษาเสถียรภาพของ USD1 ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ราคาฟื้นกลับมาที่ $1 ภายในไม่กี่นาที

โครงการ World Liberty ใน spotlight มาตลอด

World Liberty Financial เป็นโครงการคริปโตของตระกูลทรัมป์ที่ก้าวเข้ามาในวงการคริปโตอย่างรวดเร็วด้วยการเปิดตัว USD1 stablecoin ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Binance ถือครอง USD1 มากกว่า 87% ทำให้เกิดคำถามเรื่องการกระจายอำนาจของ stablecoin นี้

โครงการนี้ยังเผชิญกับข้อกล่าวหาหลายประการ รวมถึง การลงทุน $500 ล้านจาก UAE ที่ถูกมองว่าเป็นการทุจริต และ ดีลลับขายหุ้น 49% ให้ราชวงศ์ UAE แต่ World Liberty ยังคงขยายธุรกิจ โดย จับมือปากีสถานนำร่องใช้ USD1 ชำระเงินข้ามพรมแดน และ ยื่นขอตั้งธนาคารทรัสต์ เพื่อควบคุมระบบ stablecoin เบ็ดเสร็จ

จุดสังเกตหลังเหตุการณ์โจมตี

การโจมตีครั้งนี้ทำให้เห็นช่องโหว่สำคัญ 2 จุด ประการแรกคือความปลอดภัยของบัญชีโซเชียลมีเดียของทีมงานระดับสูง ซึ่งหากถูกแฮกสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล ประการที่สองคือความสามารถของกลไกรักษาเสถียรภาพของ stablecoin ในการรับมือกับแรงขายปริมาณมาก

สำหรับ USD1 การฟื้นตัวกลับมาที่ $1 อย่างรวดเร็วถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่การดิ่งลงไปที่ $0.98 แสดงให้เห็นว่าระบบยังมีจุดอ่อนที่ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์ได้ นักลงทุนต้องจับตาดูว่า WLFI จะปรับปรุงระบบความปลอดภัยอย่างไร และจะมีมาตรการป้องกันการโจมตีในรูปแบบนี้เพิ่มเติมหรือไม่


ส่วนตัวผมมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการทดสอบที่ดีสำหรับ USD1 การที่ราคาฟื้นกลับมาที่ $1 ภายในไม่กี่นาทีแสดงให้เห็นว่ากลไกรักษาเสถียรภาพทำงานได้ แต่การที่ราคาดิ่งไปแตะ $0.98 ก็สะท้อนให้เห็นความเสี่ยง สำหรับคนที่สนใจลงทุนใน USD1 หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับ World Liberty ผมแนะนำให้จับตาดูว่าทีมงานจะปรับปรุงระบบความปลอดภัยอย่างไร โดยเฉพาะการป้องกันบัญชีโซเชียลมีเดียของผู้บริหาร และต้องระวังว่าอาจมีการโจมตีซ้ำในรูปแบบใหม่ ๆ ได้ การที่ Binance ถือ USD1 มากกว่า 87% ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องคอยติดตาม เพราะถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับ Binance ก็อาจส่งผลกระทบต่อ USD1 อย่างหนัก