สรุปข่าว
- Anthropic กล่าวหา DeepSeek และ Moonshot AI ขโมยข้อมูลจาก Claude โดยใช้บัญชีปลอมกว่า 24,000 บัญชี
- บริษัทจีนทั้งสองใช้บัญชีปลอมเพื่อถามคำถาม Claude มากกว่า 16 ล้านครั้งเพื่อเร่งพัฒนา AI ของตัวเอง
- กรณีนี้สะท้อนความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้เป็นข้อพิพาททรัพย์สินทางปัญญาในวงการ AI ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคริปโต แม้จะสะท้อนความตึงเครียดทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน แต่ยังไม่ถึงระดับที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
Anthropic บริษัทผู้พัฒนา AI Claude กล่าวหาว่าบริษัท AI จีนอย่าง DeepSeek และ Moonshot AI ขโมยข้อมูลการฝึกสอน AI จาก Claude โดยใช้บัญชีปลอมมากกว่า 24,000 บัญชี เพื่อเร่งพัฒนาระบบ AI ของตัวเองให้เร็วและถูกกว่า ตามรายงานของ Wall Street Journal เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 เวลา 01:46 น. บริษัทจีนทั้งสองถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชีปลอมเหล่านี้ถามคำถาม Claude มากกว่า 16 ล้านครั้ง เพื่อนำข้อมูลไปใช้ฝึกสอนโมเดล AI ของตัวเอง ซึ่ง Anthropic มองว่าเป็นการละเมิดข้อกำหนดการใช้งานและทรัพย์สินทางปัญญาอย่างร้ายแรง
วิธีการขโมยข้อมูลที่ซับซ้อน
ตามรายงาน Anthropic ระบุว่า DeepSeek, Moonshot AI และ MiniMax ได้สร้างบัญชีปลอมจำนวนมากเพื่อเข้าถึง Claude API และพยายามแยกข้อมูลการฝึกสอนออกมาผ่านการใช้งานที่ผิดปกติ บัญชีปลอมเหล่านี้ถูกใช้เพื่อ prompt Claude มากกว่า 16 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับการใช้งานทั่วไป วิธีการนี้ช่วยให้บริษัทจีนสามารถเก็บข้อมูลการตอบสนองของ Claude จำนวนมหาศาลไปใช้ฝึกสอนโมเดลของตัวเอง
กลยุทธ์นี้ช่วยให้บริษัทจีนประหยัดต้นทุนและเวลาในการพัฒนา AI อย่างมาก เพราะแทนที่จะต้องเก็บข้อมูลและฝึกสอนโมเดลตั้งแต่เริ่มต้น พวกเขาสามารถ “ยืม” ความรู้จาก Claude ที่ Anthropic ใช้เวลาและเงินลงทุนมหาศาลในการพัฒนามา การกระทำนี้ไม่เพียงแต่ละเมิดข้อกำหนดการใช้งาน แต่ยังถูกมองว่าเป็นการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญาที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย
สะท้อนสงครามเทคโนโลยีสหรัฐฯ-จีน
กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการจำกัดการส่งออกชิป AI ไปจีน บริษัทจีนหลายแห่งพยายามหาทางเลี่ยงข้อจำกัดเหล่านี้โดยการขโมยหรือลอกเลียนเทคโนโลยีจากบริษัทสหรัฐฯ ซึ่ง Anthropic เป็นหนึ่งในเหยื่อล่าสุด
DeepSeek เป็นหนึ่งในบริษัท AI จีนที่โด่งดังในช่วงหลังหลังจากเปิดตัวโมเดล AI ที่อ้างว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียง GPT-4 แต่ใช้ต้นทุนต่ำกว่ามาก ซึ่งหลายฝ่าย รวมถึง Anthropic เชื่อว่าความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนี้มาจากการขโมยข้อมูลจากบริษัทสหรัฐฯ มากกว่าการพัฒนาเองอย่างแท้จริง กรณีนี้อาจนำไปสู่การตรวจสอบและข้อจำกัดเพิ่มเติมจากรัฐบาลสหรัฐฯ ต่oBริษัท AI จีนในอนาคต
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นความดุเดือดของสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ไม่ได้หยุดแค่ชิป AI หรือการค้า แต่ยังรวมถึงการแย่งชิงความเป็นผู้นำด้าน AI อีกด้วย การที่บริษัทจีนใช้วิธีขโมยข้อมูลแบบนี้ แม้จะช่วยให้พัฒนาเร็วขึ้น แต่ในระยะยาวอาจทำให้สูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาชุมชนโลก และอาจถูกตัดขาดจากความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีตะวันตกมากขึ้น สำหรับตลาดคริปโต เรื่องนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรง แต่ถ้าความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีนบานปลาย อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันตลาดได้ในอนาคต ควรจับตาดูว่า Anthropic จะดำเนินคดีหรือไม่ และรัฐบาลสหรัฐฯ จะมีมาตรการเพิ่มเติมกับบริษัทจีนอย่างไรต่อไป

