สรุปข่าว
- เฮดจ์ฟันด์เทขายหุ้นทั่วโลกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ก.พ. ด้วยความเร็วสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตภาษีเดือน เม.ย. 2568 โดยตัวเลขการขายสุทธิอยู่ที่ -1.54 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
- การขายครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยมีแรงขายจากการเปิด Short เป็นปัจจัยหลัก ไม่ใช่แค่การขายของถือครองเดิม
- สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าสถาบันขนาดใหญ่กำลังหนีความเสี่ยงพร้อมกัน ซึ่งมักลามไปกดดันตลาดคริปโตในช่วงต่อมา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เมื่อเฮดจ์ฟันด์เทขายหุ้นในระดับนี้ มักหมายความว่าความเชื่อมั่นของสถาบันกำลังสั่นคลอนในวงกว้าง ตลาดคริปโตซึ่งมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นในช่วง risk-off มักได้รับแรงกดดันตามมาในระยะสั้น โดยเฉพาะถ้าแรงขายยังไม่หยุด
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 The Kobeissi Letter รายงานว่าเฮดจ์ฟันด์ทั่วโลกเทขายหุ้นในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ก.พ. ด้วยความเร็วสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตภาษีเดือน เม.ย. 2568 โดยตัวเลขการขายสุทธิอยู่ที่ -1.54 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจากระดับปกติ แรงขายครั้งนี้ขับเคลื่อนหลักโดยการเปิด Short และครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยมีอเมริกาเหนือนำหน้า นับเป็นสัญญาณหนีความเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุดในรอบหลายเดือน

เฮดจ์ฟันด์เปิด Short ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ขายของเดิม
สิ่งที่น่ากังวลกว่าตัวเลขการขายสุทธิคือองค์ประกอบของมัน รายงานระบุว่าแรงขายครั้งนี้ขับเคลื่อนหลักโดย Short Sales ซึ่งหมายความว่าเฮดจ์ฟันด์ไม่ได้แค่ขายของที่ถืออยู่เพื่อทำกำไรหรือลดพอร์ต แต่กำลังเดิมพันว่าตลาดจะลงต่อ การเปิด Short ในระดับนี้สะท้อนว่าสถาบันเชื่อว่าราคาในปัจจุบันยังสูงเกินไป และมีความเสี่ยงที่ยังไม่ได้ถูก Pricing In เข้าไปในตลาด
รูปแบบนี้คล้ายคลึงมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเดือน เม.ย. 2568 ช่วงที่ทรัมป์ประกาศกำแพงภาษีรอบใหม่ ซึ่งทำให้ตลาดดิ่งหนักทั้งหุ้นและคริปโต โดย Bitcoin เองก็ร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงนั้นก่อนจะฟื้นตัวกลับมา
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับตลาดหุ้นในช่วงที่สถาบันการเงินหนีความเสี่ยง เมื่อเฮดจ์ฟันด์เทขายหุ้นพร้อมกันในระดับที่เบี่ยงเบนออกจากปกติถึง 1.54 เท่า มักตามมาด้วยการลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอื่น รวมถึง Bitcoin และ altcoin ด้วย เพราะผู้จัดการกองทุนต้องรักษาสัดส่วนพอร์ตโดยรวมให้สมดุล
ยิ่งไปกว่านั้น สัปดาห์ที่ผ่านมามีปัจจัยลบสะสมหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งสัญญาณเตือนของ Jamie Dimon เกี่ยวกับวิกฤตการเงินที่คล้ายปี 2551 ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานไว้ใน บทความก่อนหน้า รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากหลายทิศทาง สภาพแวดล้อมเช่นนี้เอื้อต่อการเกิด risk-off ในวงกว้างที่กระทบทุกสินทรัพย์เสี่ยงพร้อมกัน
จับตาว่าแรงขายจะหยุดหรือเร่งขึ้นในสัปดาห์นี้
คำถามสำคัญในตอนนี้คือแรงขายจากเฮดจ์ฟันด์จะหยุดลงหรือยังดำเนินต่อไปในสัปดาห์ที่ 25 ก.พ. ถ้าตัวเลขการขายสุทธิสัปดาห์นี้ยังสูงในระดับเดิม อาจเป็นสัญญาณว่าเราอยู่ในช่วงเริ่มต้นของรอบ de-risking ใหญ่ที่คล้ายกับช่วง เม.ย. 2568 ในทางกลับกัน ถ้าแรงขายเบาลง อาจหมายความว่าสถาบันปรับพอร์ตแค่ระยะสั้นและยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองระยะยาว
นักลงทุนในตลาดคริปโตควรติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะสัญญาณจากตลาดหุ้นมักนำหน้าการเคลื่อนไหวของคริปโตในช่วง risk-off ประมาณ 12-24 ชั่วโมง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข -1.54 เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การขายทั่วไป แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือมันเกิดในช่วงที่ไม่มีตัวเร่งเดี่ยวๆ ชัดเจน แต่มีปัจจัยลบสะสมจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งความกังวลเรื่องภาษี ภูมิรัฐศาสตร์ และสัญญาณเตือนจากนักการเงินระดับโลก สำหรับคริปโตในตอนนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ระวังความผันผวนในระยะสั้น และจับตาว่า Bitcoin จะรักษาแนวรับสำคัญได้หรือไม่ถ้าแรงขายจากหุ้นยังต่อเนื่อง

