สรุปข่าว
- ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก Truflation ดัชนีวัดเงินเฟ้อแบบเรียลไทม์บนบล็อกเชน ที่ระบุว่าเงินเฟ้อรายปี (YoY) ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 อยู่ที่ 0.955%
- ตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับตัวเลขทางการของรัฐบาล (BLS) ในเดือนมกราคมที่ยังรายงานไว้ที่ 2.4%
- ตลาดเริ่มส่งเสียงกดดัน Jerome Powell ประธาน Fed ให้รีบลดอัตราดอกเบี้ย โดยคาดหวังว่าจะเห็นการปรับลดภายในเดือนพฤษภาคม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
เงินเฟ้อที่ต่ำกว่า 1% จะบีบให้ Fed “ต้องลดดอกเบี้ย” ในที่สุด (คาดว่าช่วงพฤษภาคม) ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า สภาพคล่องล้นระบบ และเม็ดเงินจะไหลเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin
เงินเฟ้อร่วงหลุด 1% สัญญาณเตือน Fed ขยับตัวช้า?
ดัชนีเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาได้ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทะลุเป้าหมาย 2% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตั้งไว้ไปไกลมาก พร้อมกับทิ้งท้ายข้อความแทงใจดำว่า “Too Late Powell” (สายไปแล้วพาวเวลล์) เพื่อเรียกร้องให้ประธาน Fed รีบหั่นอัตราดอกเบี้ยลงทันที
Truflation: เมื่อบล็อกเชนบอกความจริงเร็วกว่ารัฐบาล
เบื้องหลังตัวเลขสุดช็อกนี้มาจาก Truflation ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดอัตราเงินเฟ้อทางเลือกที่ทำงานอยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยใช้ Decentralized Oracles ในการดึงข้อมูลราคาสินค้าและบริการจริงมาอัปเดตแบบรายวัน
ข้อมูลจาก Truflation ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อแบบปีต่อปี (YoY) ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ร่วงลงมาอยู่ที่ 0.955% ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับข้อมูลตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อย่างเป็นทางการจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ในเดือนมกราคมที่ยังคงตัวเลขไว้ที่ 2.4% ทำให้ชุมชนคริปโตมักจะเชื่อถือ Truflation มากกว่า เพราะมองว่าสามารถสะท้อนความจริงของตลาดที่รัฐบาลอาจรายงานต่ำกว่าความเป็นจริงได้รวดเร็วกว่า
กดดันพาวเวลล์ลดดอกเบี้ย เปิดประตูสู่ตลาดกระทิง
การที่ตัวเลขเงินเฟ้อแบบเรียลไทม์ร่วงลงมาต่ำขนาดนี้ กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับ Jerome Powell และคณะกรรมการ FOMC ชุมชนนักลงทุนในโลกโซเชียลต่างเริ่มคาดการณ์กันว่า Fed จะถูกบีบให้ต้องประกาศลดอัตราดอกเบี้ยอย่างช้าที่สุดภายในเดือนพฤษภาคม 2026 เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย
ผู้เขียนมองว่าหาก Fed ยอมรับว่าเงินเฟ้อลงมาต่ำกว่าเป้าแล้ว และตัดสินใจ “ลดอัตราดอกเบี้ย” สิ่งที่จะตามมาคือสภาพคล่อง ที่จะไหลกลับเข้าสู่ระบบ เมื่อดอกเบี้ยเงินฝากไม่หอมหวาน ต้นทุนการกู้ยืมถูกลง เม็ดเงินลงทุนจะถูกโยกย้ายเข้าสู่ “สินทรัพย์เสี่ยง” และ “สินทรัพย์คงมูลค่า” อย่าง Bitcoin อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา: @AshCrypto
