สรุปข่าว
- ธปท. เตรียมออกประกาศต้นเดือน มี.ค. นี้ ใครเบิกถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ (Due Diligence) ต้องตอบแบงก์ให้ได้ว่าเอาเงินไปทำอะไร
- อนาคตเตรียมขยายเกณฑ์นี้ไปครอบคลุม “การฝากเงิน” ด้วย และเล็งลดเพดานการตรวจสอบจาก 5 ล้านบาท ลงมาเหลือแค่ 3 ล้านบาท
- ผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำนี่คือแผนสกัดเงินสีเทา ไล่ตั้งแต่คุมโควตาซื้อดอลลาร์, สั่งร้านทองรายงานธุรกรรม และที่สำคัญคือทางการกำลังตามจับตาดูเส้นทางของ USDT อย่างใกล้ชิด
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
แบงก์ชาติ (ธปท.) เตรียมจัดหนักขบวนการเงินสีเทา โดยเตรียมคลอดกฎเหล็กช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ สั่งทุกธนาคารคุมเข้มการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ลูกค้าจะต้องชี้แจงที่มาและวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน หากตอบไม่ได้แบงก์มีสิทธิ์สั่งเบรกธุรกรรมทันที พร้อมเล็งหั่นเพดานตรวจสอบลงเหลือ 3 ล้านบาทในอนาคต และขยายไปยังการฝากเงินในอนาคต
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) “วิทัย รัตนากร” เตรียมงัดกฎเหล็กประกาศบังคับใช้ในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ กำหนดให้สถาบันการเงินทุกแห่งต้องทำ Due Diligence หรือตรวจสอบประวัติและวัตถุประสงค์ สำหรับประชาชนที่ต้องการเบิกถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป
โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสกัดกั้นเส้นทางการฟอกเงินและปราบปรามธุรกรรมสีเทา พร้อมแย้มแผนระยะยาวที่เตรียมจะขยายผลไปคุมเข้มฝั่ง “การฝากเงิน” และเตรียมหั่นเพดานตรวจสอบลงเหลือเพียง 3 ล้านบาทในอนาคตอันใกล้
เบิกเงินสดเกิน 5 ล้าน ต้องมีคำตอบให้แบงก์ !
มาตรการนี้จะทำให้การทำธุรกรรมด้วยเงินสดจำนวนมากไม่ใช่ง่ายๆ อีกต่อไป ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุชัดเจนว่า ต่อจากนี้แบงก์พาณิชย์มีหน้าที่ต้องซักไซ้ไล่เลียงว่า ลูกค้าจะนำเงิน 5 ล้านบาทนั้นไปทำอะไร สุจริตหรือไม่ หากเป็นบุคคลธรรมดาแต่ไม่มีเหตุผลที่สมควรมาอธิบาย แบงก์ก็มีสิทธิ์สั่งเบรกและจำกัดการเบิกถอนนั้นทันที
นอกจากนี้ ในเฟสถัดไป ธปท. เตรียมจะนำหลักเกณฑ์เดียวกันนี้ไปใช้กับ “การฝากเงิน” ด้วย ต้องตอบให้ได้ว่าเอาเงินก้อนนี้มาจากไหน โดยเริ่มจากเพดาน 5 ล้านบาทเพื่อให้อุตสาหกรรมปรับตัว ก่อนที่จะทยอยปรับลดเพดานลงมาเหลือ 3 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมและอุดช่องโหว่ได้สนิทขึ้น
ปิดประตูเงินเทา ลามตั้งแต่คุมดอลลาร์, ทองคำ ยันคริปโทฯ (USDT)
การคุมเข้มเงินสดครั้งนี้ เป็นเพียงหนึ่งในจิ๊กซอว์ของการล้างบาง “เงินเทา” ของ ธปท. ที่พยายามทำมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ทางการได้ปิดช่องโหว่มาแล้วหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดเพดานรับซื้อเงินดอลลาร์ ไม่เกิน 8 แสนบาทต่อวันต่อราย หรือการออกคำสั่งให้ร้านทองต้องรายงานข้อมูลการซื้อขายทั้งในและต่างประเทศอย่างเข้มงวด
และประเด็นที่น่าจับตาที่สุดสำหรับชาวคริปโทฯ คือ ผู้ว่าฯ ธปท. ได้เอ่ยปากชัดเจนว่ากำลังตามติดและดูอยู่ สำหรับเส้นทางของเหรียญคริปโทฯ สเตเบิลคอยน์ อย่าง USDT เพื่อค่อยๆ ปิดทางหนีทีไล่ของกลุ่มทุนสีเทาให้หมดไปจากระบบประเทศ
มุมมองผู้เขียน: การขยับตัวของ ธปท. รอบนี้ถือว่าเป็นการตั้งการ์ดคุมเข้มเงินสดก้อนโต ซึ่งอาจกระทบกับพฤติกรรมการใช้จ่ายและทำธุรกิจของคนไทยหลายกลุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

