สรุปข่าว
- AllUnity ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Deutsche Bank เปิดตัว Stablecoin สกุลฟรังก์สวิส (CHF) ชื่อ CHFAU อย่างเป็นทางการ
- CHFAU ได้รับใบอนุญาตจาก BaFin หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของเยอรมนี และปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย MiCA ของสหภาพยุโรป โดยในระยะแรกให้บริการเฉพาะลูกค้าสถาบันผ่านแพลตฟอร์ม AllUnity Mint
- การเปิดตัวครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าธนาคารระดับโลกเริ่มก้าวเข้ามาในตลาด Stablecoin อย่างจริงจังภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ธนาคารขนาดใหญ่อย่าง Deutsche Bank เดินหน้าสนับสนุนการออก Stablecoin ที่ถูกกฎหมายเต็มรูปแบบ ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการยอมรับโครงสร้างพื้นฐานคริปโตในระดับสถาบัน แม้ CHFAU จะเป็น Stablecoin สกุลเงินเฉพาะกลุ่มที่ไม่ส่งผลต่อราคา Bitcoin โดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า TradFi กำลังปรับตัวเข้าหาโลกคริปโตอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2569 Cointelegraph รายงานว่า AllUnity บริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจาก Deutsche Bank ได้เปิดตัว Stablecoin ที่อิงกับสกุลเงินฟรังก์สวิส (CHF) ภายใต้ชื่อ CHFAU อย่างเป็นทางการ โดย CHFAU ได้รับใบอนุญาตจาก BaFin (Bundesanstalt für Finanzdienstleistungsaufsicht) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของเยอรมนี และดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย MiCA (Markets in Crypto-Assets Regulation) ของสหภาพยุโรป ในระยะแรก Stablecoin ตัวนี้จะให้บริการเฉพาะลูกค้าระดับสถาบันผ่านแพลตฟอร์ม AllUnity Mint Platform เท่านั้น ถือเป็นก้าวสำคัญของธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่เดินหน้าเข้าสู่ตลาด Stablecoin อย่างเต็มตัว
CHFAU คืออะไร และทำไมต้องฟรังก์สวิส
CHFAU เป็น Stablecoin ที่ผูกค่าไว้กับฟรังก์สวิส (CHF) ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ขึ้นชื่อเรื่องความมั่นคงและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในแวดวงการเงินสถาบันและกองทุนระหว่างประเทศ การเลือกฟรังก์สวิสเป็นสินทรัพย์อ้างอิงสะท้อนกลยุทธ์ที่ AllUnity มุ่งเจาะตลาดสถาบันการเงินที่ต้องการเครื่องมือโอนเงินและชำระหนี้ระหว่างประเทศที่มีความน่าเชื่อถือสูง โดยไม่ต้องพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ การที่ AllUnity เลือกรับใบอนุญาตจาก BaFin และปฏิบัติตามมาตรฐาน MiCA ยังเป็นการส่งสัญญาณให้ลูกค้าสถาบันทั่วยุโรปมั่นใจได้ว่า CHFAU ผ่านการตรวจสอบโดยหน่วยงานรัฐอย่างครบถ้วน ซึ่งต่างจาก Stablecoin หลายตัวในตลาดที่ยังอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย
Deutsche Bank หนุน Stablecoin สัญญาณใหม่ของ TradFi ในโลกคริปโต
การที่ Deutsche Bank ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกเลือกสนับสนุน AllUnity นั้นถือเป็นเรื่องที่น่าจับตาอย่างมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมไม่ได้มองคริปโตเป็นแค่สินทรัพย์เก็งกำไรอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินใหม่บนเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างจริงจัง กระแสนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ Fidelity เคยประกาศแผนออก Digital Dollar ของตัวเอง ดังที่ Siam Blockchain เคยรายงานไว้ใน ยักษ์ตื่น! Fidelity เตรียมออก ‘Digital Dollar’ เหรียญดอลลาร์ดิจิทัลแบรนด์ตัวเอง
และไม่ใช่แค่ Fidelity เพราะก่อนหน้านี้ JPMorgan ก็เปิดตัว JPM Coin Deposit Token บนเชน Base เช่นกัน นับเป็นการยืนยันว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างแข่งกันสร้างระบบนิเวศ Stablecoin ของตัวเองเพื่อรองรับการโอนเงินระหว่างสถาบันที่รวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น น่าสังเกตด้วยว่า Deutsche Bank เองก็เคยออกมาประกาศว่า Bitcoin อาจก้าวขึ้นเป็นทุนสำรองเคียงข้างทองคำภายในปี 2030 ซึ่ง Siam Blockchain เคยรายงานไว้ใน Deutsche Bank ฟันธง! Bitcoin จ่อขึ้นแท่น ‘ทุนสำรอง’ เคียงข้างทองคำภายในปี 2030 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารแห่งนี้มองโลกคริปโตในเชิงบวกมาโดยตลอด
MiCA เปลี่ยนเกมตลาด Stablecoin ในยุโรป
การเปิดตัว CHFAU ภายใต้ MiCA ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการปฏิบัติตามกรอบกฎหมายคริปโตที่ครอบคลุมที่สุดในโลกขณะนี้ MiCA กำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ต้องสำรองสินทรัพย์อ้างอิงอย่างครบถ้วน มีระบบบริหารความเสี่ยงที่โปร่งใส และรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าสถาบันได้อย่างมีนัยสำคัญ การที่ผู้เล่นรายใหญ่ยิ่งเลือกเส้นทาง MiCA มากขึ้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่ากฎหมายคริปโตของสหภาพยุโรปกำลังกลายเป็นมาตรฐานอ้างอิงระดับโลก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจมากในแง่ภาพรวม เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าธนาคารใหญ่ระดับโลกไม่ได้มองคริปโตเป็นแค่กระแส แต่กำลังลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานจริงๆ อย่างไรก็ตาม CHFAU ยังเป็น Stablecoin ที่มีกลุ่มเป้าหมายค่อนข้างแคบคือสถาบันการเงินเท่านั้น และฟรังก์สวิสก็ไม่ใช่สกุลเงินหลักในตลาดคริปโต ดังนั้นอย่าคาดหวังว่ามันจะมีผลต่อราคา BTC หรือ ETH โดยตรงในระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือว่า AllUnity จะขยายบริการไปสู่ลูกค้ารายย่อยเมื่อใด และจะมีธนาคารอื่นเดินตามรอยนี้อีกไหมในปีนี้

