สรุปข่าว
- กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอครั้งสุดท้ายให้ Anthropic ยอมรับเงื่อนไขการนำ AI ไปใช้ทางทหารแบบไร้ข้อจำกัด โดยมีเส้นตายภายในวันศุกร์นี้
- Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขู่ว่าจะขึ้นบัญชีดำ Anthropic ให้เป็น “ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน” รวมถึงอาจยกเลิกสัญญามูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ที่ทำไว้กับรัฐบาล
- Anthropic ยืนกรานต่อต้านข้อเรียกร้องดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ AI ของตนถูกนำไปใช้สอดแนมประชาชนในประเทศ หรือพัฒนาเป็นอาวุธสังหารอัตโนมัติ
- เหตุการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดขั้นสุดระหว่าง “จริยธรรม AI” กับ “ความมั่นคงของชาติ” และอาจนำไปสู่การงัดกฎหมายพิเศษมาบังคับใช้ ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันทางเทคโนโลยีกับจีน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
เชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนของ Anthropic และตลาดหุ้นกลุ่ม AI โดยรวม เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องการแทรกแซงและบังคับใช้กฎหมายจากภาครัฐ ในทางกลับกันอาจเป็น Bullish เชิงบวกต่อบริษัทกลุ่ม Defense Tech เช่น Palantir ที่พร้อมร่วมมือและรับสัญญาจ้างจากกองทัพแทน
วงการปัญญาประดิษฐ์และความมั่นคงกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดศึกกดดันบริษัท AI ชั้นนำอย่าง Anthropic เพื่อนำเทคโนโลยีไปใช้ในกองทัพอย่างเต็มรูปแบบ
เส้นตายวันศุกร์: คำขาดจากเพนตากอน
The Kobeissi Letter รายงานข่าวด่วนที่ได้รับการยืนยันจากสื่อใหญ่หลายสำนักระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับ Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนา AI ระดับแนวหน้าที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
ความขัดแย้งนี้มาถึงจุดแตกหักเมื่อ Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แจ้งให้ Anthropic ทราบว่าพวกเขาต้องยอมปลดล็อกข้อจำกัดการใช้งาน AI ให้กับกองทัพภายในวันศุกร์นี้ หากปฏิเสธ บริษัทจะถูกตราหน้าว่าเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานของประเทศ และอาจสูญเสียสัญญาที่เพิ่งลงนามกับรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ไปในทันที
จริยธรรม AI ท้าทาย อำนาจรัฐ
สาเหตุหลักที่ Anthropic ยังคงพยายามต่อต้านคำสั่งนี้ มาจากจุดยืนหลักของบริษัทที่ต้องการพัฒนา AI อย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม ทางบริษัทมีความกังวลอย่างยิ่งว่า การมอบสิทธิ์การเข้าถึงแบบไร้ข้อจำกัดให้กับกองทัพ อาจเปิดทางให้เทคโนโลยีของพวกเขาถูกนำไปใช้ในทางที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม เช่น การสร้างเครือข่ายสอดแนมประชาชนภายในประเทศแบบเบ็ดเสร็จ หรือการนำไปขับเคลื่อนอาวุธสังหารอัตโนมัติ
ไพ่ตายของรัฐบาล และสงครามเทคโนโลยีกับจีน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า สถานการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของสัญญาฉบับเดียว แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางของสหรัฐฯ ในการทำสงครามเทคโนโลยี กับจีน
หาก Anthropic ยังคงยืนกรานปฏิเสธ รัฐบาลสหรัฐฯ อาจตัดสินใจงัดไพ่ตายอย่างกฎหมาย Defense Production Act (DPA) มาใช้ เพื่อ “บังคับ” ให้บริษัทต้องทำตามความต้องการของรัฐเพื่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งจะถือเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าการพัฒนา AI ในสหรัฐฯ ไปสู่ยุค “AI เพื่อการทหาร” อย่างเต็มรูปแบบ
ผู้เขียนมองว่านี่คือบททดสอบที่ใหญ่ที่สุดของอุดมการณ์ “AI Safety” ในซิลิคอนแวลลีย์ครับ เมื่อถึงจุดที่รัฐบาลมองว่าความอยู่รอดของชาติและความได้เปรียบทางทหารเหนือคู่แข่งอย่างจีน สำคัญกว่าหลักการทางจริยธรรมของภาคเอกชน การงัดข้อครั้งนี้ไม่ว่าใครจะชนะ ก็จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ ให้กับบริษัท AI ทุกแห่งบนโลกอย่างแน่นอน หากรัฐบาลสามารถบังคับ Anthropic ได้สำเร็จ บริษัทอื่นๆ ก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกัน
แหล่งข้อมูล: @KobeissiLetter
