สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์จาก JPMorgan คาดการณ์ว่าตลาดคริปโตอาจได้รับแรงหนุนครั้งใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 หากร่างกฎหมาย Market Structure ผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรสสหรัฐฯ
- สัญญาณนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ว่าความชัดเจนด้านกฎระเบียบจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ดึงเงินทุนสถาบันเข้าตลาดคริปโตในระยะยาว
- อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์นี้ยังเป็นเรื่องในอนาคตและขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของกระบวนการออกกฎหมายซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง JPMorgan ออกมาให้มุมมองเชิงบวกต่อตลาดคริปโตในอนาคตเป็นสัญญาณที่ดีต่อความเชื่อมั่น แม้ผลจะยังไม่เกิดขึ้นในทันที แต่ช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันที่รอความชัดเจนด้านกฎหมายก่อนตัดสินใจเข้าตลาด
นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ออกมาคาดการณ์ว่าตลาดคริปโตอาจได้รับแรงหนุนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือร่างกฎหมาย Market Structure สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ ก่อน ตามรายงานจาก @Cointelegraph (X) เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.พ. 2569 การออกมาแสดงจุดยืนของธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง JPMorgan ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่าสถาบันการเงินกระแสหลักกำลังจับตาดูพัฒนาการด้านกฎระเบียบของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และมองว่าความชัดเจนในเรื่องนี้จะเป็นตัวแปรที่เปลี่ยนเกมสำหรับตลาดคริปโตในอนาคต
ร่างกฎหมาย Market Structure คืออะไร และทำไม JPMorgan ถึงให้ความสำคัญ
ร่างกฎหมาย Market Structure สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลคือกฎหมายที่สหรัฐฯ กำลังพัฒนาขึ้นเพื่อกำหนดกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนว่าคริปโตแต่ละประเภทอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานใด ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (ก.ล.ต. หรือ SEC) หรือคณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ซึ่งที่ผ่านมาความคลุมเครือในจุดนี้คือหนึ่งในอุปสรรคหลักที่ทำให้เงินทุนสถาบันยังไม่กล้าเข้าตลาดเต็มที่
การที่ JPMorgan ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ออกมาระบุชัดเจนว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็น “ตัวจุดชนวน” ให้ตลาดพุ่งขึ้นในช่วงปลายปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่มองเรื่องกฎระเบียบเป็นปัจจัยลำดับต้นๆ มากกว่าปัจจัยด้านเทคโนโลยีหรือการใช้งานจริง
สัญญาณสถาบันการเงินที่ทยอยเข้ามาในตลาดคริปโต
มุมมองของ JPMorgan ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Morgan Stanley ประกาศแผนเปิดบริการซื้อขาย Bitcoin พร้อมปล่อยกู้ สร้างผลตอบแทน และรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นสัญญาณการเข้ามาของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่ชัดเจนที่สุดในรอบนี้ นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก ที่ปรึกษาทำเนียบขาวที่ระบุว่ามีเม็ดเงินมหาศาลรอเข้าตลาดคริปโต อยู่แล้ว
แนวโน้มเหล่านี้บ่งชี้ว่าตลาดคริปโตกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สถาบันการเงินไม่ได้มองว่าคริปโตเป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไรอีกต่อไป แต่กำลังวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าสถาบันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของกระบวนการออกกฎหมายซึ่งในสหรัฐฯ มักใช้เวลานานและผ่านอุปสรรคมากมายก่อนจะเห็นผลจริง
ความเสี่ยงของการคาดการณ์ระยะยาวที่มีเงื่อนไข
สิ่งที่ต้องระวังคือการคาดการณ์ของ JPMorgan ฉบับนี้มีเงื่อนไขหลายชั้น ทั้งเรื่องระยะเวลา (ครึ่งหลังปี 2026 ซึ่งยังอีกกว่าหนึ่งปีครึ่ง) และเงื่อนไขที่กฎหมายต้องผ่านการพิจารณาก่อน ในขณะที่กระบวนการนิติบัญญัติของสหรัฐฯ มักมีความไม่แน่นอนสูง ตามที่ Siam Blockchain รายงานก่อนหน้าว่า หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ Coinbase ยอมรับว่าการผลักดันกฎหมายคริปโตยังเผชิญอุปสรรคอยู่ แม้จะมีความคืบหน้าบ้าง
นอกจากนี้ตลาดในปัจจุบันยังมีแรงกดดันอีกหลายด้าน ทั้งจากการไหลออกของเงินทุนในหุ้น Small Cap สหรัฐฯ ที่ Siam Blockchain รายงานว่า อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตปี 2008 ซึ่งสะท้อนบรรยากาศตลาดที่ยังระมัดระวังอยู่มาก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ JPMorgan ออกมาพูดเรื่องนี้มีนัยสำคัญมากกว่าแค่การคาดการณ์ราคา เพราะมันบ่งบอกว่าธนาคารระดับโลกกำลังเตรียมการรับลูกอยู่แล้วถ้ากฎหมายผ่าน คำถามจริงๆ ไม่ใช่ “จะขึ้นไหม” แต่คือ “กฎหมายจะผ่านได้เมื่อไหร่” ซึ่งในการเมืองสหรัฐฯ ไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่น่าจับตาคือดูว่าร่างกฎหมายคืบหน้าไปถึงไหนในช่วงกลางปีนี้ ถ้าได้เห็น momentum ที่ชัดขึ้น นั่นแหละถึงจะเริ่มให้น้ำหนักกับสถานการณ์นี้มากขึ้นได้
