สรุปข่าว
- สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมาย Promoting Innovation in Blockchain Development Act of 2026 จากทั้งสองพรรค เพื่อคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์บล็อกเชนจากการถูกดำเนินคดีอาญาภายใต้มาตรา 1960
- มาตรา 1960 เดิมออกแบบมาเพื่อต่อต้านการโอนเงินผิดกฎหมาย แต่ถูกนำมาใช้ฟ้องนักพัฒนาโปรโตคอลบล็อกเชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความเสี่ยงใหญ่สำหรับวงการพัฒนาคริปโต
- ร่างกฎหมายนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอ ยังไม่ผ่านสภา ต้องติดตามดูว่าจะมีแรงหนุนเพียงพอให้ผ่านเป็นกฎหมายจริงได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
กฎหมายที่คุ้มครองนักพัฒนาบล็อกเชนจากคดีอาญาจะช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายสำหรับโปรเจกต์ต่างๆ ในระบบนิเวศคริปโต ส่งผลให้นักพัฒนาและนักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น การมีสองพรรคร่วมกันเสนอกฎหมายนี้ยังเป็นสัญญาณว่าบรรยากาศด้านกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ตามรายงานจาก @Cointelegraph (X) เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ จากทั้งสองพรรคได้ร่วมกันเสนอร่างกฎหมาย Promoting Innovation in Blockchain Development Act of 2026 โดยมีเป้าหมายหลักคือการคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์บล็อกเชนจากการถูกดำเนินคดีอาญาภายใต้มาตรา 1960 ของกฎหมายสหรัฐฯ ซึ่งว่าด้วยธุรกิจโอนเงินที่ไม่มีใบอนุญาต การที่สองพรรคใหญ่จับมือกันในประเด็นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับวงการคริปโต สะท้อนให้เห็นว่าการปกป้องนวัตกรรมบล็อกเชนกำลังกลายเป็นประเด็นที่ได้รับการสนับสนุนข้ามพรรคการเมือง
มาตรา 1960 คืออะไร และทำไมถึงเป็นปัญหาสำหรับนักพัฒนา Blockchain
มาตรา 1960 เป็นกฎหมายที่เดิมออกแบบมาเพื่อต่อต้านธุรกิจโอนเงินผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงินหรือการโอนเงินโดยไม่มีใบอนุญาต แต่ที่ผ่านมา อัยการสหรัฐฯ บางส่วนได้นำมาตรานี้มาใช้ฟ้องร้องนักพัฒนาโปรโตคอลบล็อกเชนและ DeFi ในข้อหาว่าพวกเขาดำเนินธุรกิจโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่นักพัฒนาเหล่านั้นเพียงแค่เขียนโค้ดและปล่อยซอฟต์แวร์แบบกระจายอำนาจออกไป โดยไม่ได้ควบคุมเงินของผู้ใช้แต่อย่างใด
ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้นักพัฒนาหลายรายต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมายที่สูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่พัฒนาโปรโตคอล DeFi หรือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมบนบล็อกเชนได้ ซึ่งส่งผลให้นักพัฒนาฝีมือดีหลายคนย้ายออกไปทำงานในประเทศที่มีความชัดเจนด้านกฎหมายมากกว่า ร่างกฎหมายใหม่นี้จึงมุ่งแก้ปัญหานี้โดยตรง
ความสำคัญของการมีสองพรรคร่วมเสนอกฎหมาย
การที่ร่างกฎหมายนี้มีสมาชิกจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันร่วมเสนอด้วยกัน ถือว่าน่าสนใจอย่างมากในบริบทการเมืองสหรัฐฯ ปัจจุบัน เพราะแสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนการพัฒนาบล็อกเชนและการคุ้มครองนักพัฒนาไม่ใช่แค่นโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่กำลังกลายเป็นฉันทามติที่กว้างขึ้นในระดับรัฐสภา
แนวโน้มนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ Siam Blockchain ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ Coinbase ระบุว่าความพยายามผลักดันกฎหมายคริปโตยังคงเดินหน้าต่อไป แม้จะมีอุปสรรคบ้าง และ JPMorgan คาดการณ์ว่าตลาดคริปโตจะได้รับแรงหนุนสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 หากร่างกฎหมายด้านโครงสร้างตลาดผ่าน ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงอาจเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญของภาพกฎหมายคริปโตที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้า
ยังเป็นแค่การเสนอ ต้องติดตามต่อ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือร่างกฎหมายนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอเท่านั้น ยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ การอภิปราย และการลงมติในทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก่อน รวมถึงต้องได้รับการลงนามจากประธานาธิบดีด้วย กว่าจะมีผลบังคับใช้จริง เส้นทางยังยาวอีกมาก
นอกจากนี้ รายละเอียดของร่างกฎหมายเกี่ยวกับขอบเขตการคุ้มครองที่แน่ชัด เช่น นักพัฒนาประเภทไหนที่จะได้รับความคุ้มครอง หรือโปรโตคอลในลักษณะใดที่จะเข้าข่าย ยังคงต้องรอการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ชุมชนนักพัฒนาและผู้เกี่ยวข้องในวงการคริปโตคงต้องจับตาดูความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดในช่วงเดือนต่อๆ ไป
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับวงการคริปโตในระยะยาว เพราะหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ทำให้นักพัฒนาเก่งๆ ไม่กล้าสร้างโปรเจกต์ในสหรัฐฯ ก็คือความเสี่ยงที่จะโดนฟ้องในฐานะ “ผู้ดำเนินธุรกิจโอนเงินโดยไม่มีใบอนุญาต” ทั้งที่จริงๆ แล้วพวกเขาแค่เขียนโค้ด ถ้ากฎหมายนี้ผ่านจริง มันจะเป็นการเปิดประตูครั้งใหญ่ให้กับนวัตกรรม DeFi และโปรโตคอลบล็อกเชนในสหรัฐฯ แต่อย่าเพิ่งตื่นเต้นมากเกินไป เพราะกว่าจะผ่านออกมาเป็นกฎหมายจริงต้องใช้เวลาอีกนาน สิ่งที่ต้องติดตามคือว่ามีสมาชิกสภาเพิ่มเติมให้การสนับสนุนมากแค่ไหน และมีใครในวุฒิสภาพร้อมผลักดันต่อหรือเปล่า

