สรุปข่าว
- หน่วย DC Scam Center Strike Force ของสหรัฐฯ ยึดคริปโตมูลค่ากว่า $580 ล้านที่เชื่อมโยงกับแก๊งสแกม Pig Butchering ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ทางการสหรัฐฯ ประเมินว่าชาวอเมริกันสูญเงินจากเครือข่ายหลอกลวงเหล่านี้เกือบ $1 หมื่นล้านต่อปี
- การยึดครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ กำลังเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมคริปโตข้ามชาติอย่างจริงจัง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การปราบปรามการฉ้อโกงคริปโตในระดับนี้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อความน่าเชื่อถือของตลาดในระยะยาว เพราะแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถติดตามและยึดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้ในทางมิชอบได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาโดยตรงมีจำกัด เนื่องจากเป็นการดำเนินคดีทางกฎหมายมากกว่าปัจจัยพื้นฐานของตลาด
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก Coin Bureau และ Cointelegraph หน่วยงาน DC Scam Center Strike Force ของสำนักงานอัยการสหรัฐฯ ได้ยึดคริปโตมูลค่ากว่า $580 ล้านที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายหลอกลวงรูปแบบ “Pig Butchering” ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นหนึ่งในการยึดทรัพย์สินคริปโตจากแก๊งสแกมที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทางการสหรัฐฯ ระบุว่าชาวอเมริกันสูญเงินจากเครือข่ายหลอกลวงเหล่านี้เกือบ $1 หมื่นล้านต่อปี สะท้อนให้เห็นขนาดของปัญหาที่ยังคงรุนแรง
Pig Butchering คืออะไร และทำไมถึงอันตราย
การหลอกลวงแบบ Pig Butchering (ชื่อมาจากแนวคิด “เลี้ยงหมูก่อนเชือด”) คือกลวิธีที่มิจฉาชีพสร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อผ่านแอปออกเดต โซเชียลมีเดีย หรือแอปพลิเคชันแชทต่าง ๆ เป็นเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ก่อนจะชักจูงให้เหยื่อลงทุนในแพลตฟอร์มคริปโตปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ เมื่อเหยื่อโอนเงินเข้าไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่ง มิจฉาชีพก็จะปิดแพลตฟอร์มและหนีพร้อมเงินทั้งหมด
เครือข่ายเหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น เมียนมา กัมพูชา และลาว โดยมักบังคับแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์ให้มานั่งโต้ตอบกับเหยื่อตลอดทั้งวัน ทำให้เป็นปัญหาทั้งในด้านอาชญากรรมทางการเงินและการละเมิดสิทธิมนุษยชน
หน่วยใหม่ปราบสแกมเซ็นเตอร์ บวกกับการยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย
การยึดทรัพย์ครั้งนี้เกิดขึ้นจากหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่ล่าสุดอย่าง DC Scam Center Strike Force ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานอัยการสหรัฐฯ หน่วยงานนี้มุ่งเน้นการสืบสวนและรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แก๊งสแกมใช้ฟอกเงินผ่านคริปโต มูลค่า $580 ล้านที่ยึดได้ครั้งนี้ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับการดำเนินการก่อนหน้า
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า สหรัฐฯ เคยยึด USDT มูลค่า $61 ล้านจากแก๊งสแกม Pig Butchering ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นการยึดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ อ่านข่าวเดิม แต่การยึดครั้งล่าสุดมูลค่าสูงกว่านั้นถึงเกือบ 10 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าทั้งขนาดของปัญหาและความตั้งใจของทางการสหรัฐฯ ในการแก้ไขกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
แม้การยึดทรัพย์ครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อราคาคริปโตโดยตรงในระยะสั้น แต่การที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถติดตามและอายัดสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมหาศาลได้ ถือเป็นสัญญาณบวกต่อความโปร่งใสและความชอบธรรมของระบบนิเวศคริปโตโดยรวม นักลงทุนสถาบันมักมองการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่และลดความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์
นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อรับมือกับอาชญากรรมคริปโตโดยเฉพาะ ยังสอดคล้องกับแนวโน้มการกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าจะช่วยดึงดูดผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ในระยะยาว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจมากในแง่ของสเกลที่เพิ่มขึ้น จาก $61 ล้านมาเป็น $580 ล้านในเวลาแค่ไม่กี่วัน แสดงว่าหน่วยงานใหม่นี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อประดับประดา แต่มีข้อมูลและทรัพยากรพร้อมดำเนินการจริง สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือว่าการยึดเหล่านี้จะนำไปสู่การฟ้องคดีและการทลายเครือข่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาการจับกุมผู้ก่อการจริงยังเป็นโจทย์ที่ยากมาก และถ้าสหรัฐฯ สามารถกดดันทางการทูตให้ประเทศในภูมิภาคร่วมมือได้ ตรงนั้นแหละจะเป็นชัยชนะที่แท้จริง

