สรุปข่าว
- จำนวนกระเป๋าที่ถือครอง Bitcoin ตั้งแต่ 100 BTC ขึ้นไปพุ่งทะลุเกือบ 20,000 ใบ สะท้อนการสะสมของกลุ่มสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ในช่วงราคาย่อตัว
- ข้อมูล “Old Supply” เผย เหรียญที่ไม่ขยับนานกว่า 6 เดือน เพิ่มขึ้นถึง 188,000 BTC มูลค่ารวมกว่า 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์ภายใน 3 สัปดาห์
- ตลาดอนุพันธ์ (Futures) ยังคงมีมุมมองเชิงลบ ด้วยค่า Funding Rate ที่ติดลบ ซึ่งอาจนำไปสู่สภาวะ Short Squeeze หากมีแรงซื้อดันราคาเบรกแนวต้านสำคัญ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
แม้ว่าในระยะสั้นกราฟ Bitcoin จะยังดูซบเซา และมีการทำจุดสูงสุดที่ต่ำลงเรื่อย ๆ แต่หากมองลึกลงไปในข้อมูลเบื้องหลัง จะพบว่ากลุ่มเจ้ามือกำลังเดินหน้าสะสมเหรียญอย่างหนัก ประกอบกับมีปริมาณเหรียญมูลค่ากว่าหมื่นล้านดอลลาร์ที่ถูกถือยาวโดยไม่ขยับเขยื้อนเลย สิ่งนี้สะท้อนว่า แรงขายในตลาดกำลังใกล้จะหมดลงเต็มทีแล้ว
และหากราคาสามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ 70,000 ดอลลาร์ ไปได้สำเร็จ จะเกิดเหตุการณ์ที่นักเทรดสาย Short ถูกบีบให้ต้องตัดขาดทุนและกลับมาซื้อคืนอย่างรวดเร็ว ซึ่งแรงซื้อคืนมหาศาลนี้เองจะเป็น “เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ช่วยผลักดันให้ราคาพุ่งทะยานเข้าสู่โหมดการฟื้นตัวครั้งใหญ่อย่างรุนแรง
บรรยากาศตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงนี้อาจดูเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความระมัดระวัง หลังจากที่ Bitcoin (BTC) ไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ จนดูเหมือนแรงส่งจะเริ่มหมด
แต่ข้อมูลจากบล็อกเชนกลับฟ้องว่า มีกระแสคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนไหว โดยเหล่าเจ้ามือ และนักลงทุนสถาบันต่างพากันซุ่มเก็บของเงียบๆ คิดเป็นมูลค่ารวมมหาศาลกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ท่ามกลางเสียงเตือนว่า นี่อาจเป็นสัญญาณก่อนพายุลูกใหญ่
กระเป๋าระดับ 100 BTC พุ่งแตะ 20,000 ใบ สถาบันเริ่มขยับตัว
ข้อมูลจาก Santiment เผยสถิติที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันเครือข่าย Bitcoin ใกล้จะมีกระเป๋าที่ถือครองอย่างน้อย 100 BTC แตะระดับ 20,000 ใบเข้าไปทุกที หากคำนวณจากราคาปัจจุบันที่ประมาณ 67,800 ดอลลาร์ กระเป๋าเหล่านี้ต้องมีเงินในพอร์ตอย่างน้อย 6.78 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนรวยระดับสูง สถาบันการเงิน หรือกองทุนรวมที่มองภาพระยะยาว
การเพิ่มขึ้นของจำนวนกระเป๋าใหญ่ในช่วงที่ราคา Bitcoin ย่อตัวลงมา มักถูกตีความเป็นสัญญาณบวกเสมอ แม้การกระจายตัวของเหรียญจะไม่ได้กระจุกอยู่ที่เจ้ามือรายเดิมเพียงไม่กี่ราย แต่นั่นกลับช่วยลดความเสี่ยงจากการผูกขาดตลาด และสะท้อนถึงฐานผู้ถือครองที่แข็งแกร่งขึ้นในวงกว้าง
เจ้ามือรายเก่าไม่ยอมเทขาย ถือ Bitcoin เพิ่มอีก 1.8 แสน BTC
อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นคือ “Old Supply” หรือเหรียญที่นอนนิ่งไม่มีการขยับเขยื้อนเลยอย่างน้อย 6 เดือน โดยในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณเหรียญกลุ่มนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 188,000 BTC มูลค่ารวมกว่า 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์ พฤติกรรมนี้สะท้อนว่า ผู้เล่นรายใหญ่ไม่ได้หวาดกลัวต่อความผันผวนระยะสั้น และเลือกที่จะเก็บเหรียญไว้ในคลังแทนการเทขาย
ในอดีตพฤติกรรมการกักตุนเหรียญเก่ามักจะเกิดขึ้น ก่อนช่วงการฟื้นตัวครั้งใหญ่เสมอ เนื่องจากปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนในตลาดมีน้อยลง เมื่อความต้องการซื้อกลับเข้ามา แรงผลักดันราคาจึงเกิดขึ้นได้ง่าย และรวดเร็วกว่าปกติ
ตลาด Futures เดิมพันฝั่งลง ระวังโดน Short Squeeze
ในขณะที่สายถือยาวยังคงมั่นใจ แต่นักเทรดในตลาดฟิวเจอร์สบนกระดานเทรดอย่าง Binance กลับมองต่าง โดยค่า Funding Rate ล่าสุดเริ่มติดลบและแสดงเป็นแท่งสีแดงหนาแน่น สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่กำลังเดิมพันว่าราคาจะลงต่อ การที่ฝั่ง Short หนาแน่นเกินไปในขณะที่เจ้ามือกำลังสะสมของแบบนี้ มักจะสร้างโอกาสให้เกิดสภาวะ Short Squeeze หรือการบีบซื้อคืนโดยไม่ตั้งใจ
หากราคา BTC สามารถยืนเหนือ 68,830 ดอลลาร์และเบรกผ่าน 70,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ นักเทรดฝั่ง Short จะถูกบังคับให้ต้องปิดสถานะด้วยการซื้อคืน ซึ่งจะเป็นแรงส่งมหาศาลที่ดันราคา Bitcoin ให้ทะลุแนวต้าน 72,294 ดอลลาร์เพื่อเข้าสู่โหมดการฟื้นตัวอย่างเต็มตัว
อย่างไรก็ตามหากราคา Bitcoin หลุดแนวรับสำคัญที่ 66,224 ดอลลาร์ลงไป ภาพในเชิงบวกทั้งหมดอาจเสียทรง และเข้าสู่ช่วงพักฐานยาวแทน
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : การที่ปริมาณเหรียญที่ถือยาว (Old Supply) พุ่งสูงขึ้นเป็นหมื่นล้านดอลลาร์คือ หลักฐานชั้นดีว่าเจ้ามือยังไม่หนีไปไหน นี่คือจังหวะสะสมก่อนการระเบิดของราคาครั้งใหม่ ใครที่ยังShort อยู่ตอนนี้ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะถ้าแรงซื้อชนะเมื่อไหร่ กราฟจะพุ่งแรงแบบที่ไม่มีใครตั้งตัวทัน
