สรุปข่าว
- มีการประกาศปลดพนักงานครั้งใหญ่จากหลายองค์กรชั้นนำ นำโดยรัฐบาลสหรัฐฯ 300,000 คน, UPS 78,000 คน และ Amazon 30,000 คน รวมกว่า 4 แสนตำแหน่งในคราวเดียว
- บริษัทระดับโลกอื่น ๆ ยังร่วมประกาศลดพนักงานพร้อมกัน ได้แก่ Intel, Nissan, Nestlé, Microsoft, Bosch และ Verizon สะท้อนว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจกระทบวงกว้าง
- นักลงทุนต้องจับตาว่าการปลดพนักงานคลื่นใหญ่ครั้งนี้จะเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดดอกเบี้ยเร็วขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดคริปโต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การปลดพนักงานจำนวนมหาศาลพร้อมกันหลายองค์กรส่งสัญญาณชัดว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว กระตุ้นให้นักลงทุนหันออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต แม้ในระยะยาว ความคาดหวังว่า Fed จะลดดอกเบี้ยอาจช่วยพยุงตลาดได้บ้าง แต่ในระยะสั้นแรงขายจากความกังวลเรื่องภาวะถดถอยมีแนวโน้มกดดันราคาให้ร่วงลง
เมื่อช่วงดึกของวันที่ 28 ก.พ. 2569 ตามเวลาไทย ตัวเลขการประกาศปลดพนักงานระลอกใหม่จากภาคธุรกิจและภาครัฐของสหรัฐฯ สร้างความตื่นตระหนกในวงการการเงินทั่วโลก ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter บัญชีวิเคราะห์เศรษฐกิจชื่อดังบน X รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมปลดพนักงานสูงถึง 300,000 คน ขณะที่ UPS ประกาศลดพนักงาน 78,000 คน และ Amazon อีก 30,000 คน เมื่อรวมกับการปลดพนักงานจากบริษัทอื่น ๆ อีกหลายแห่งในคราวเดียวกัน ตัวเลขรวมพุ่งสูงกว่า 5 แสนตำแหน่ง สะท้อนภาพของตลาดแรงงานที่เริ่มเปราะบางอย่างน่ากังวล
ใครบ้างที่ประกาศปลดพนักงานพร้อมกัน
นอกจากรัฐบาลสหรัฐฯ, UPS และ Amazon แล้ว รายชื่อบริษัทที่ประกาศลดพนักงานในรอบนี้ยังครอบคลุมยักษ์ใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ Intel 25,000 คน, Nissan 20,000 คน, Nestlé 16,000 คน, Microsoft 15,000 คน, Bosch 13,000 คน และ Verizon อีก 13,000 คน การที่บริษัทหลากหลายอุตสาหกรรมตัดสินใจลดต้นทุนด้านแรงงานพร้อมกันในช่วงเวลานี้เป็นสัญญาณที่นักเศรษฐศาสตร์มองว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ในช่วงก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Block Inc (บริษัทแม่ของ Square) ประกาศลดพนักงานถึง 40% แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งขึ้น 25% หลังตลาดปิด สะท้อนว่าตลาดหุ้นบางส่วนมองการลดต้นทุนครั้งใหญ่เป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้น แต่ภาพรวมของการปลดพนักงานระลอกนี้มีขนาดใหญ่กว่ามากจนยากจะมองข้ามผลกระทบต่อการบริโภคและเศรษฐกิจโดยรวม
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
การปลดพนักงานในระดับนี้มักส่งผลลูกโซ่ต่อตลาดการเงินในหลายมิติ ในระยะสั้น นักลงทุนมักปรับพอร์ตออกจากสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างคริปโตและหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยแทน โดยเฉพาะเมื่อตัวเลขการว่างงานพุ่งสูงพร้อมกันในหลายบริษัท สัญญาณเหล่านี้เพิ่มความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยซึ่งกดดันราคา Bitcoin และเหรียญอื่น ๆ โดยตรง
อย่างไรก็ตาม มีมุมมองจากนักวิเคราะห์บางส่วนที่ชี้ว่าหากตลาดแรงงานอ่อนแอลงมากพอ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจถูกบีบให้ลดดอกเบี้ยเร็วขึ้นกว่าที่คาด ซึ่งในทางทฤษฎีจะเพิ่มสภาพคล่องในระบบและเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะกลางถึงยาว นอกจากนี้ ข้อมูลหนี้สินโลกที่ Siam Blockchain เคยรายงานว่า หนี้สินโลกพุ่งทำสถิติใหม่ 348 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 ยิ่งตอกย้ำว่าระบบการเงินโลกกำลังเผชิญแรงกดดันหนักจากหลายทิศทางพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานว่า หนี้มาร์จิ้นในสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติสูงสุดที่ 1.28 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม ซึ่งหากตลาดเริ่มปรับฐานจากข่าวเศรษฐกิจแย่ลง การล้างพอร์ตแบบลูกโซ่จากนักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจสูงอาจขยายความรุนแรงของการปรับตัวลงได้อีก
ทำไมการปลดพนักงานรอบนี้ถึงน่ากังวลกว่าครั้งก่อน
สิ่งที่ทำให้รอบนี้แตกต่างออกไปคือ ขนาดและความหลากหลายของอุตสาหกรรมที่ถูกกระทบพร้อมกัน ตั้งแต่โลจิสติกส์ (UPS), เทคโนโลยี (Amazon, Intel, Microsoft), ยานยนต์ (Nissan), อาหาร (Nestlé), อุตสาหกรรม (Bosch) ไปจนถึงโทรคมนาคม (Verizon) และภาครัฐ การที่ทุกเซกเตอร์ตัดสินใจลดต้นทุนในจังหวะเดียวกันบ่งชี้ว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกระจายตัวในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่ในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
นักวิเคราะห์จาก JPMorgan เคยระบุไว้ตามที่ Siam Blockchain รายงานว่า ตลาดคริปโตมีโอกาสฟื้นตัวแรงในครึ่งหลังของปี 2569 หากร่างกฎหมาย market structure ผ่านสภา แต่ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรวดเร็วจากการปลดพนักงานระลอกใหม่นี้อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาดในช่วงครึ่งปีแรก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขที่น่ากลัวที่สุดในข่าวนี้ไม่ใช่ของบริษัทไหนบริษัทหนึ่ง แต่คือ “การเกิดพร้อมกัน” ของการปลดพนักงานในทุกเซกเตอร์ ซึ่งบอกว่าบรรดา CEO และ CFO ทั่วโลกต่างมองเห็นปัญหาเดียวกันและตัดสินใจรัดเข็มขัดพร้อมกัน สำหรับตลาดคริปโต ระยะสั้นน่าจะเจอแรงกดดันจากนักลงทุนที่กังวลเรื่อง recession แต่ถ้า Fed เริ่มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย ก็อาจพลิกสถานการณ์ได้เร็ว สิ่งที่น่าจับตาดูคือตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ (Non-Farm Payrolls) รอบถัดไปและการประชุม Fed ครั้งหน้า ถ้าตัวเลขออกมาแย่กว่าที่คาด ให้เตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นอีก

