สรุปข่าว
- สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ฝั่งเดโมแครต 9 คน ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรม ขอให้เปิดการสอบสวน Binance เรื่องมาตรการป้องกันการฟอกเงิน
- การเรียกร้องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่าอาจมีเงินทุนไหลผ่าน Binance ไปยังกลุ่มผู้ก่อการร้าย แม้ว่า Binance จะเคยยอมความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ไปแล้วเมื่อปี 2566
- ต้องจับตาว่ากระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรมจะตอบรับหรือดำเนินการสอบสวนต่อหรือไม่ เนื่องจากอาจส่งผลต่อสถานะการดำเนินงานของ Binance ในสหรัฐฯ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
แรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นต่อ Binance ซึ่งเป็นกระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาจสร้างความกังวลให้นักลงทุนและกดดันภาพรวมตลาดคริปโต แม้ว่าการเรียกร้องให้สอบสวนยังไม่ใช่การดำเนินคดีจริง แต่บรรยากาศความไม่แน่นอนด้านกฎหมายมักกระทบความเชื่อมั่นของตลาดในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตรวม 9 คน ได้ส่งหนังสือร้องขออย่างเป็นทางการถึงกระทรวงการคลัง (Treasury) และกระทรวงยุติธรรม (DOJ) เพื่อให้ดำเนินการสอบสวน Binance กรณีมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (AML) และการควบคุมธุรกรรมที่เกี่ยวกับการเงินผิดกฎหมาย โดยอ้างอิงรายงานที่ระบุถึงความเป็นไปได้ว่าเงินทุนบางส่วนอาจถูกส่งผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวไปยังกลุ่มผู้ก่อการร้าย การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับแรงกดดันด้านกฎระเบียบต่อ Binance ซึ่งเป็นกระดานเทรดคริปโตที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก
9 วุฒิสมาชิกเดโมแครตรุมกดดัน ขอให้สอบสวนปมผู้ก่อการร้าย
วุฒิสมาชิกทั้ง 9 คนที่ร่วมลงนามในหนังสือดังกล่าวต่างแสดงความกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบธุรกรรมของ Binance โดยเฉพาะในแง่ของการป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มถูกใช้เป็นช่องทางระดมทุนให้กับองค์กรที่ถูกขึ้นบัญชีดำว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย นักการเมืองฝ่ายค้านกลุ่มนี้เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทบทวนว่า Binance ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการต่อต้านการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย (AML/CFT) อย่างครบถ้วนหรือไม่
น่าสังเกตว่าข้อเรียกร้องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้พรรครีพับลิกันกำลังมีท่าทีผ่อนคลายต่อวงการคริปโตมากขึ้น การที่ฝ่ายเดโมแครตออกมากดดันให้สอบสวน Binance จึงสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองในแนวทางการกำกับดูแลคริปโตของสหรัฐฯ ที่ยังคงดำเนินอยู่
Binance เคยยอมความ DOJ ไปแล้ว แต่ปัญหายังไม่จบ
ย้อนกลับไปในปี 2566 Binance ได้ยอมรับผิดและยอมความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในคดีเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน โดยยอมจ่ายค่าปรับรวมกว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการยอมความครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมคริปโต และอดีต CEO อย่าง CZ หรือ Changpeng Zhao ก็ต้องรับโทษจำคุกในสหรัฐฯ ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม การยอมความครั้งนั้นดูเหมือนจะยังไม่ได้ปิดประตูการตรวจสอบจากฝ่ายการเมืองได้อย่างสมบูรณ์
การที่วุฒิสมาชิกเดโมแครตยังคงกดดันให้สอบสวนซ้ำสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบตนเองของ Binance ยังคงมีข้อสงสัยจากผู้กำกับดูแลและนักการเมืองบางส่วน สิ่งสำคัญที่ต้องติดตามคือ กระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรมจะตอบรับข้อเรียกร้องนี้อย่างไร โดยเฉพาะในบริบทที่รัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายที่เป็นมิตรต่ออุตสาหกรรมคริปโตมากกว่าเดิม
ผลกระทบต่อตลาดและภาพรวมกฎระเบียบคริปโตสหรัฐฯ
แรงกดดันต่อ Binance ในช่วงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับพัฒนาการด้านกฎระเบียบคริปโตหลายด้านในสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า สภาคองเกรสสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายพรรคร่วมเพื่อคุ้มครองนักพัฒนาบล็อกเชนจากคดีอาญา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาพรวมกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าในหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ต้องการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ก็เคยคาดการณ์ว่าตลาดคริปโตอาจได้แรงหนุนหากกฎหมายด้านโครงสร้างตลาดผ่านสภาได้ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569
สำหรับนักลงทุนและผู้ใช้งาน Binance ควรติดตามว่าหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือดังกล่าว รวมถึงว่า Binance จะออกมาชี้แจงหรือแสดงจุดยืนใดๆ หรือไม่ เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบมักส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของแพลตฟอร์มในระยะสั้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจมากนัก เพราะ Binance เคยผ่านพายุลูกใหญ่กว่านี้มาแล้วในปี 2566 และยังคงดำเนินงานได้ตามปกติ การที่วุฒิสมาชิกเดโมแครต 9 คน ส่งหนังสือร้องเรียนเป็นหนึ่งในกระบวนการทางการเมืองปกติ ยังต้องรอดูว่ากระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรมภายใต้รัฐบาลชุดนี้จะสนใจข้อเรียกร้องดังกล่าวจริงหรือเปล่า เพราะถ้าไม่มีการดำเนินการจริง มันก็แค่แถลงการณ์ทางการเมือง สิ่งที่ต้องจับตาจริงๆ คือการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากสองกระทรวง และท่าทีของ Binance ในการชี้แจงต่อสาธารณะครับ

