bitkub-banner

น้ำมันพุ่ง 12% แตะ $75 ทันทีที่ตลาดสหรัฐฯ เปิด สัญญาณเสี่ยงดึงคริปโตลง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกือบ 12% แตะระดับ $75 ต่อบาร์เรล ทันทีที่ตลาดฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการในช่วงเช้าวันที่ 2 มี.ค.
  • การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันสะท้อนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น โดยเฉพาะจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางหลังการเสียชีวิตของผู้นำอิหร่าน
  • นักลงทุนควรจับตาว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะกดดันตลาดคริปโตให้ร่วงต่อ หรือตลาดจะรับมือกับความเสี่ยงนี้ได้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

น้ำมันพุ่ง 12% ในครั้งเดียวเป็นสัญญาณที่ตลาดตีความว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังรุนแรง นักลงทุนมักโยกเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตในช่วงแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังหมายถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยช้าลง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกือบ 12% แตะระดับ $75 ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 13:08 น. ตามเวลาไทย (06:08 UTC) ของวันที่ 2 มี.ค. 2569 ทันทีที่ตลาดฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการอีกครั้ง ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ซึ่งเป็นสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคที่ติดตามตลาดการเงินโลก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือว่ารุนแรงผิดปกติ เนื่องจากราคาน้ำมันปรับขึ้น 12% ในครั้งเดียวนั้นหายากมากในสภาวะตลาดปกติ และเป็นสัญญาณชัดเจนว่าตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความวุ่นวายในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่

ทำไมน้ำมันถึงพุ่งแรงขนาดนี้

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อตลาดได้รับข้อมูลใหม่ที่กระทบต่อการคาดการณ์อุปทานน้ำมันโลกอย่างมีนัยสำคัญ ในกรณีนี้ ความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลางหลังจากการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน และการตอบสนองทางทหารที่ตามมา ได้ส่งสัญญาณให้ตลาดเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้ำมันราว 20% ของโลกผ่านไป

นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรงในช่วงที่ตลาดฟิวเจอร์เพิ่งเปิดยังสะท้อนว่ามีแรงซื้อสะสมอยู่มากระหว่างที่ตลาดดั้งเดิมปิดทำการ โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า นักเทรดได้แห่ใช้ Hyperliquid เทรดน้ำมันและทองคำตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงที่ตลาดดั้งเดิมปิดรับวิกฤตอิหร่าน บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาได้สะสมอยู่ในตลาดอนุพันธ์คริปโตก่อนหน้านี้แล้ว

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

น้ำมันพุ่ง 12% ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตผ่านสองช่องทางหลัก ช่องทางแรกคือ ความรู้สึกเสี่ยงของนักลงทุน เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งขึ้นแรงจากเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนสถาบันมักลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือคริปโต และโยกเงินไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล ช่องทางที่สองคือแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงมีผลโดยตรงต่อต้นทุนในทุกอุตสาหกรรม ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อสูงขึ้น และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดดอกเบี้ยในระยะสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตโดยตรง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านลุกลามทั้งตะวันออกกลาง ดูไบ-บาห์เรน-ซาอุฯ โดนถล่ม ซึ่งเป็นฉากหลังที่ทำให้การพุ่งขึ้นของน้ำมันรอบนี้มีน้ำหนักมากกว่าปกติ เพราะตลาดกำลังประเมินสถานการณ์ที่อาจลากยาวออกไปอีก ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ระยะสั้น อีกทั้งยังมีรายงานจาก Siam Blockchain ว่า Polymarket มีเงินพนันกว่า $50 ล้านในสถานการณ์สงครามอิหร่าน สะท้อนว่านักลงทุนในตลาดคาดการณ์ยังให้น้ำหนักสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างจริงจัง

เงินเฟ้อและดอกเบี้ย ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่

นอกจากความกลัวระยะสั้นแล้ว การพุ่งของน้ำมันยังส่งผลระยะกลางที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน หากราคาน้ำมันทรงตัวสูงในระดับนี้ต่อไป ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะประกาศในเดือนหน้าจะสูงขึ้นแน่นอน ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแรงจูงใจน้อยลงที่จะลดดอกเบี้ย ตลาดคริปโตนั้นไวต่อการคาดการณ์ดอกเบี้ยมากเป็นพิเศษ เนื่องจากดอกเบี้ยต่ำหมายถึงสภาพคล่องล้นตลาดที่มักไหลมาหาสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ altcoin ต่าง ๆ ในทางกลับกัน ดอกเบี้ยสูงดึงเงินกลับไปอยู่ในพันธบัตรและบัญชีออมทรัพย์แทน

อย่างไรก็ตาม มีมุมมองตรงข้ามที่น่าพิจารณา Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลบางส่วนมีคุณสมบัติในการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในระยะยาว หากนักลงทุนเริ่มมองว่าเงินเฟ้อจะอยู่กับเราไปอีกนาน บางส่วนอาจหันมาซื้อ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเองแบบเดียวกับทองคำ แต่ในระยะสั้น แรงกดดันจากการขายสินทรัพย์เสี่ยงน่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ครองตลาด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการพุ่งของน้ำมัน 12% ในครั้งเดียวนี้หนักมาก และตลาดคริปโตคงรับแรงกดดันต่อในช่วงสั้น ๆ นี้ค่อนข้างแน่ สิ่งที่ผู้เขียนจะจับตาดูเป็นพิเศษคือว่าราคาน้ำมันจะรักษาระดับ $75 ไว้ได้หรือไม่ หรือจะเป็นแค่ Spike ชั่วคราวที่เกิดจากความตื่นตระหนกครั้งแรกหลังตลาดเปิด ถ้าราคาน้ำมันร่วงกลับมาเร็ว ตลาดคริปโตอาจฟื้นตัวได้เร็วเช่นกัน แต่ถ้าน้ำมันทรงตัวสูง ต้องเตรียมใจรับแรงขายที่อาจลากยาวออกไปอีกสักพัก สำหรับนักลงทุนที่ถือคริปโตอยู่ แนะนำให้ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางควบคู่ไปด้วย เพราะตอนนี้ราคาน้ำมันกับคริปโตเดินไปด้วยกันในทิศทางตรงข้ามอย่างชัดเจน