bitkub-banner

กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ เสี่ยงไม่ทัน! ปมผลตอบแทน Stablecoin ยังตกลงกันไม่ได้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ร่างกฎหมาย Market Structure คริปโตของสหรัฐฯ มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ผ่านสภาก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม หลังการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวและวุฒิสภายังไม่มีทางออก
  • ประเด็นหลักที่ติดขัดคือเรื่องการอนุญาตให้ Stablecoin มีผลตอบแทน (yield) ซึ่งทำเนียบขาวจัดประชุมแล้วถึง 3 ครั้งแต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้
  • ความล่าช้านี้ทำให้อุตสาหกรรมคริปโตต้องรอกรอบกฎหมายที่ชัดเจนออกไปอีก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมักกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่รอกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนก่อนเข้าตลาด การที่ร่างกฎหมาย Market Structure อาจไม่ผ่านก่อนเลือกตั้งกลางเทอมเท่ากับเลื่อนโอกาสที่ตลาดคริปโตจะได้รับการรับรองทางกฎหมายอย่างเป็นทางการออกไปอีกนาน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันเชิงลบต่อตลาดในระยะสั้นถึงกลาง

ตามรายงานจาก Cointelegraph ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต (Market Structure) ของสหรัฐฯ มีสัญญาณน่าเป็นห่วง เนื่องจากการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวและวุฒิสภายังคงติดหล่มอยู่กับประเด็นเรื่องการอนุญาตให้ Stablecoin สร้างผลตอบแทน (yield) ได้ แม้ว่าจะมีการประชุมร่วมกันแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหาข้อสรุปได้ ทำให้เกิดคำถามว่ากฎหมายฉบับนี้จะสามารถผ่านสภาได้ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมหรือไม่ ความล่าช้าที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการต่อรองระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะแรงกดดันจากกลุ่มล็อบบี้ธนาคารที่ต้องการปิดกั้นไม่ให้แพลตฟอร์มคริปโตเสนอผลตอบแทนจาก Stablecoin ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ธนาคารแข่งขันได้ยาก

ปม Stablecoin Yield ขวางทางกฎหมายคริปโต

หัวใจของความขัดแย้งอยู่ที่ว่าควรอนุญาตให้ Stablecoin มีผลตอบแทนหรือไม่ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่แพลตฟอร์มคริปโตหลายรายมีอยู่แล้วและได้รับความนิยมจากผู้ใช้งาน แต่กลุ่มธนาคารดั้งเดิมมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อธุรกิจรับฝากเงินของตน ทำเนียบขาวเคยแสดงท่าทีสนับสนุนแนวคิดนี้บางส่วนมาก่อน แต่ดูเหมือนว่าแรงกดดันจากภาคธนาคารยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการหาข้อตกลงที่ทุกฝ่ายพอรับได้

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า กลุ่มล็อบบี้ธนาคารกำลังกดดันให้แพลตฟอร์มคริปโตยกเลิกโปรแกรมผลตอบแทนจาก Stablecoin และก่อนหน้านั้น ทำเนียบขาวเคยหนุน Stablecoin ที่มีผลตอบแทน พร้อมจี้ธนาคารให้ยอมรับความเปลี่ยนแปลง แต่สถานการณ์ดูเหมือนจะยังไม่คืบหน้ามากนัก

โอกาสผ่านก่อนเลือกตั้งกลางเทอมเป็นเรื่องท้าทาย

การผ่านกฎหมายที่ซับซ้อนระดับนี้ในช่วงใกล้เลือกตั้งกลางเทอมเป็นโจทย์ที่ยากมาก เนื่องจากสมาชิกสภาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการหาเสียงและประเด็นที่ผู้ลงคะแนนให้ความสนใจมากกว่า นอกจากนี้ กฎหมายคริปโตมักต้องการเสียงสนับสนุนข้ามพรรค ซึ่งยิ่งทำให้การผลักดันในช่วงเวลาอ่อนไหวทางการเมืองเช่นนี้เป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า JPMorgan ชี้ว่าตลาดคริปโตอาจพุ่งแรงในช่วงครึ่งหลังปี 2026 หากกฎหมาย Market Structure ผ่าน ซึ่งหมายความว่าหากกฎหมายล่าช้าออกไป สัญญาณดังกล่าวก็อาจต้องเลื่อนออกไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวจาก CFTC ที่แต่งตั้งทนายความด้านคริปโตมาเป็นหัวหน้าฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งบ่งชี้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลบางส่วนกำลังปรับท่าทีในเชิงที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมมากขึ้น แต่สิ่งนี้ก็ไม่สามารถทดแทนกรอบกฎหมายที่ครอบคลุมได้

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหากกฎหมายล่าช้าต่อไป

การที่สหรัฐฯ ยังไม่มีกรอบกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตที่ชัดเจนทำให้หลายบริษัทและนักลงทุนสถาบันต้องระมัดระวังในการลงทุนหรือขยายธุรกิจในอเมริกา ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เช่น สหภาพยุโรปที่มีกฎหมาย MiCA บังคับใช้แล้ว อาจดึงดูดธุรกิจคริปโตได้มากกว่า สำหรับตลาด Stablecoin โดยเฉพาะ ความไม่แน่นอนเรื่องกฎระเบียบยังทำให้ผู้ออก Stablecoin รายใหม่ต้องชะลอแผนการขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ อีกด้วย


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์นี้ไม่ค่อยน่าแปลกใจนัก เพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับเงินและการเงินมักผ่านยากและช้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีกลุ่มผลประโยชน์ขนาดใหญ่อย่างธนาคารมาเกี่ยวข้อง ปม Stablecoin yield ดูเหมือนจะเป็นจุดที่แต่ละฝ่ายยังต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอย สิ่งที่น่าจับตาดูต่อจากนี้คือว่าทำเนียบขาวจะยอมประนีประนอมมากแค่ไหน และฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตจะยอมสละฟีเจอร์ Stablecoin yield ไปเพื่อแลกกับการได้กฎหมาย Market Structure ฉบับสมบูรณ์หรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่ยอม กฎหมายฉบับนี้อาจต้องรอถึงปีหน้าหลังเลือกตั้งกลางเทอมผ่านพ้นไปแล้ว