bitkub-banner

ทำเนียบขาวสวนกลับ Jamie Dimon ยัน Stablecoin ไม่ใช่เงินฝาก และ GENIUS Act ปิดช่องโหว่แล้ว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Patrick Witt เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว โต้แย้ง Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan ที่เรียกร้องให้กำกับ Stablecoin เหมือนธนาคาร โดยชี้ว่า Stablecoin ไม่ใช่เงินฝากธนาคารทั่วไป
  • Witt ยืนยันว่าร่างกฎหมาย GENIUS Act ได้ห้ามการปล่อยกู้จากสำรอง Stablecoin ไว้แล้ว ทำให้ข้ออ้างของ Dimon ที่ต้องการให้กำกับเหมือนธนาคารไม่มีน้ำหนัก
  • การออกมาโต้แย้งของทำเนียบขาวส่งสัญญาณชัดว่ารัฐบาลทรัมป์ยังหนุน GENIUS Act และมีท่าทีเป็นมิตรกับ Stablecoin อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ท่าทีของทำเนียบขาวที่ยืนหยัดปกป้อง Stablecoin จากแรงกดดันของวอลล์สตรีทเป็นสัญญาณบวกต่อระบบนิเวศ Stablecoin ในสหรัฐฯ หาก GENIUS Act ผ่านได้โดยไม่ถูกบังคับให้เพิ่มกฎเข้มงวดแบบธนาคาร จะเปิดทางให้ตลาด Stablecoin เติบโตต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อตลาดคริปโตโดยรวม

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 มี.ค. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Cointelegraph Patrick Witt เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวออกมาโต้แย้งจุดยืนของ Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan โดยตรง หลัง Dimon เรียกร้องให้กำกับดูแล Stablecoin ที่จ่ายผลตอบแทนเหมือนธนาคาร Witt ชี้แจงว่า Stablecoin ไม่ได้มีลักษณะเดียวกับเงินฝากธนาคาร และย้ำว่าร่างกฎหมาย GENIUS Act ได้บัญญัติห้ามการนำสำรอง Stablecoin ไปปล่อยกู้อยู่แล้ว ทำให้ข้อกังวลของ Dimon ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะนำมาเรียกร้องให้ออกกฎควบคุมเพิ่มเติม

ภาพปกติการของ Patrick Witt เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ผู้ออกแถลงการณ์ปัดเสียว่า Stablecoin ไม่ใช่เงินฝากและ GENIUS Act ป้องกันช่องโหว่ได้แล้ว
ภาพปกติการของ Patrick Witt เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ผู้ออกแถลงการณ์ปัดเสียว่า Stablecoin ไม่ใช่เงินฝากและ GENIUS Act ป้องกันช่องโหว่ได้แล้ว (ภาพจาก: @Cointelegraph)

ทำไม Dimon ถึงคิดว่า Stablecoin ต้องถูกกำกับเหมือนธนาคาร

ก่อนหน้านี้ Jamie Dimon ได้แสดงความเห็นว่า Stablecoin ที่มีการจ่ายผลตอบแทน (yield) ให้ผู้ถือควรอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลแบบเดียวกับธนาคาร โดยให้เหตุผลว่าหากมีการนำเงินสำรองไปลงทุนหรือปล่อยกู้เพื่อสร้างผลตอบแทน ก็ถือว่ามีความเสี่ยงเชิงระบบไม่ต่างจากสถาบันการเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานไว้ใน ซีอีโอ JPMorgan Jamie Dimon ระบุว่า Stablecoin ที่จ่ายผลตอบแทนควรถูกกำกับดูแลเหมือนธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ฝั่งทำเนียบขาวมองต่างออกไป Witt ระบุว่า GENIUS Act ได้วางกฎห้ามผู้ออก Stablecoin นำสำรองไปปล่อยกู้ไว้ชัดเจนแล้ว ซึ่งต่างจากระบบธนาคารที่ใช้เงินฝากของลูกค้าในการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้น Stablecoin ที่ปฏิบัติตาม GENIUS Act จึงไม่ควรถูกมองว่าเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน

GENIUS Act คือกุญแจสำคัญของการถกเถียงครั้งนี้

GENIUS Act เป็นร่างกฎหมายที่รัฐบาลทรัมป์ผลักดันเพื่อสร้างกรอบกำกับดูแล Stablecoin ในสหรัฐฯ อย่างเป็นระบบ หนึ่งในจุดสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ต้องถือสำรองสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอย่างครบถ้วน และห้ามนำสำรองดังกล่าวไปใช้ในกิจกรรมการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งต่างจากโมเดลธนาคารพาณิชย์ทั่วไปอย่างชัดเจน

การที่ทำเนียบขาวส่งเจ้าหน้าที่ออกมาโต้แย้ง Dimon โดยตรงในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์ไม่ยอมถอยต่อแรงกดดันจากวอลล์สตรีทในเรื่อง Stablecoin โดยง่าย และยืนยันว่า GENIUS Act ในรูปแบบปัจจุบันมีความเพียงพอในการบริหารความเสี่ยงแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับที่ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain รายงานว่าโอกาสผ่าน Clarity Act พุ่งสูงถึง 72% ตามข้อมูลจาก Polymarket หลัง Trump ออกมาแสดงการสนับสนุน (อ่านเพิ่มเติม)

น่าสังเกตว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่งออกมาเตือนว่าการเติบโตของ Stablecoin อาจกระทบเสถียรภาพเงินฝากธนาคารและนโยบายการเงินในยุโรป ซึ่ง Siam Blockchain ได้รายงานไว้แล้วเช่นกัน ทำให้เห็นว่าการถกเถียงเรื่อง Stablecoin กำลังร้อนแรงพร้อมกันทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ทำเนียบขาวส่งคนออกมาโต้แย้ง Dimon โดยตรงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันแสดงว่ารัฐบาลทรัมป์ตั้งใจจะผลักดัน GENIUS Act ต่อไปโดยไม่ยอมให้แบงก์รายใหญ่มาเพิ่มเงื่อนไขที่อาจทำให้กฎหมายเข้มงวดจนผู้ออก Stablecoin แบกภาระไม่ไหว สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ Dimon และ JPMorgan จะกลับมาโต้กลับอีกหรือไม่ และท่าทีของ วุฒิสภาสหรัฐฯ ต่อ GENIUS Act จะเป็นอย่างไร เพราะนั่นคือตัวแปรสำคัญที่จะชี้ว่ากฎหมายนี้จะออกมาเป็นมิตรหรือเป็นอุปสรรคต่อตลาด Stablecoin มากน้อยแค่ไหน