สรุปข่าว
- Revolut บริษัทฟินเทคยักษ์ใหญ่ ได้ยื่นขอใบอนุญาตธนาคารระดับรัฐบาลกลางในชื่อ “Revolut Bank US, NA” เพื่อให้บริการเต็มรูปแบบ ครบทั้ง 50 รัฐในสหรัฐฯ พร้อมระบบประกันเงินฝาก FDIC
- ความเคลื่อนไหวนี้ เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจาก Kraken กลายเป็นบริษัทคริปโตรายแรกที่คว้าบัญชีเงินฝากกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเชื่อมต่อโลกการเงินดิจิทัล เข้ากับระบบธนาคารหลัก
- นักวิเคราะห์มองว่า นโยบายสนับสนุนคริปโตของรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปิดทางให้บริษัทเทคโนโลยีการเงิน เข้าถึงระบบชำระเงิน Fedwire และ ACH ได้โดยตรง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากกลุ่มธนาคารดั้งเดิม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับโลกอย่าง Revolut และ Kraken สามารถเจาะทะลุกำแพงกฎหมายสหรัฐฯ เข้าสู่ระบบธนาคารกลางได้โดยตรง คือสัญญาณบวกขั้นสุดต่อการรับรองสถานะของสินทรัพย์ดิจิทัล
สิ่งนี้จะช่วยลดอุปสรรคในการโอนเงินระหว่างธนาคารกับเว็บเทรดให้รวดเร็ว และต้นทุนต่ำลงมหาศาล ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะดึงดูดเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างยั่งยืน
สมรภูมิการเงินในสหรัฐฯ เริ่มระอุขึ้นทันทีเมื่อ Revolut บริษัทฟินเทคสัญชาติอังกฤษที่มีมูลค่ากว่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัดสินใจยื่นขอใบอนุญาตธนาคารระดับรัฐบาลกลาง กับหน่วยงาน OCC และ FDIC อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ “Revolut Bank US, NA” โดยเป้าหมายหลักคือ การสลัดภาพลักษณ์แค่แอปพลิเคชันโอนเงิน สู่การเป็นธนาคารเต็มตัวที่สามารถปล่อยสินเชื่อ รับเงินฝากที่มีประกันคุ้มครอง และเชื่อมต่อระบบชำระเงินหลักของสหรัฐฯ ได้อย่างอิสระทั่วประเทศ
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส: จากความล้มเหลวสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า
เส้นทางในสหรัฐฯ ของ Revolut ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ย้อนกลับไปในปี 2021 บริษัทเคยพยายามขอใบอนุญาตผ่านรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ต้องถอนคำขอไปในปี 2023 เนื่องจากปัญหาการบริหารจัดการภายในที่ยังไม่เข้าตาหน่วยงานกำกับดูแล
จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นปี 2026 บริษัทตัดสินใจยกเลิกแผนการไล่ซื้อธนาคารขนาดเล็กที่มีอยู่เดิม แล้วเปลี่ยนมาเป็นการยื่นขอใบอนุญาตใหม่ในระดับรัฐบาลกลางแทน เพื่อเป้าหมายในการขยายฐานลูกค้าให้ถึง 100 ล้านคน ภายในปี 2027 โดยวางสหรัฐฯ เป็นยุทธศาสตร์หลักในการเติบโต
เดินรอยตาม Kraken: จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์การเงินคริปโต
การประกาศของ Revolut เกิดขึ้นตามหลัง Kraken Bank เพียงหนึ่งวันหลังจากที่ Kraken Bank สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นบริษัทคริปโตเจ้าแรกที่ได้รับ “Fed master account” หรือบัญชีตรงกับธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม
ซึ่งการได้สิทธิ์นี้หมายความว่า Kraken สามารถเข้าถึงระบบ Fedwire และ ACH ได้โดยตรงโดยไม่ต้องง้อธนาคารตัวกลาง ถือเป็นสิ่งที่บริษัทคริปโตทั่วโลกถวิลหามานาน
นักวิเคราะห์จาก TD Cowen ประเมินว่า ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เทรนด์การเปิดประตูให้บริษัทคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินหลัก จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหยุดยั้งได้ยาก
ธนาคารดั้งเดิมประสานเสียงค้าน ความเสี่ยงหรือความกังวลเสียประโยชน์?
ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับสมาคมธนาคารดั้งเดิมในสหรัฐฯ โดยกลุ่ม Independent Community Bankers of America ที่ออกมาวิจารณ์ว่า การอนุมัติให้บริษัทคริปโตเข้าถึงระบบของ Fed คือ ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ขณะที่ Banking Policy Institute มองว่า กระบวนการพิจารณานั้นขาดความโปร่งใส แต่ในมุมมองของนักลงทุน นี่คือจุดเริ่มต้นของการทลายกำแพงที่เคยแบ่งแยกโลกการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) และโลกคริปโตออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ยุคที่ธนาคารพยายามตัดคริปโตออกจากระบบการเงินกำลังจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว การที่ Revolut และ Kraken รุกคืบเข้าสู่หัวใจหลักของ Fed ได้สำเร็จคือชัยชนะของฝั่งฟินเทคอย่างแท้จริง

