bitkub-banner

BlackRock ทุ่มซื้อ Bitcoin กว่า $660 ล้านในสัปดาห์เดียว แม้ราคาร่วง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BlackRock เข้าซื้อ Bitcoin มูลค่ารวมกว่า $660 ล้านในสัปดาห์นี้ สะท้อนความต้องการสะสม BTC อย่างต่อเนื่องของสถาบันการเงินรายใหญ่
  • การซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นแม้ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลง -4.41% มาอยู่ที่ $67,813 ในช่วงเวลาที่รายงาน แสดงให้เห็นว่า BlackRock ใช้กลยุทธ์สะสมในช่วงราคาย่อตัว
  • ต้องจับตาดูว่าสถาบันการเงินอื่นจะทยอยเข้ามาซื้อตามหรือไม่ และการสะสมอย่างต่อเนื่องนี้จะส่งผลต่อราคา BTC ในระยะกลางอย่างไร

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ BlackRock ทุ่มซื้อ Bitcoin ถึง $660 ล้านในสัปดาห์เดียวถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน เพราะแสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่ยังคงมองว่า Bitcoin มีมูลค่าในระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้น การซื้อในช่วงราคาย่อตัวยังบ่งชี้ว่า BlackRock มองการปรับฐานครั้งนี้เป็นโอกาสสะสม ซึ่งอาจช่วยพยุงราคาและดึงดูดนักลงทุนสถาบันรายอื่นให้เข้ามาในตลาดตาม

เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Crypto Rover ระบุว่า BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เข้าซื้อ Bitcoin มูลค่ารวมสูงถึง $660 ล้าน หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 2.2 หมื่นล้านบาทภายในสัปดาห์เดียว การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ราคา Bitcoin กำลังปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ $67,813 หรือติดลบประมาณ 4.41% ในรอบ 24 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า BlackRock ไม่ได้หยุดสะสมแม้ตลาดจะผันผวน และยังคงมองว่าระดับราคาปัจจุบันเป็นจุดที่น่าสนใจในการเพิ่มการถือครอง

BlackRock ซื้อทุกช่วงย่อ กลยุทธ์สะสมไม่หยุด

สิ่งที่น่าสังเกตในการซื้อครั้งนี้คือการที่ BlackRock ตัดสินใจเข้าซื้อในปริมาณมากขณะที่ราคา Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวลง นักวิเคราะห์หลายรายมองว่านี่คือสัญญาณของกลยุทธ์ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือการทยอยซื้อในราคาเฉลี่ย ซึ่งเป็นแนวทางที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่มักใช้เมื่อต้องการสะสมสินทรัพย์ระยะยาวโดยไม่สนใจความผันผวนระยะสั้น

BlackRock บริหารสินทรัพย์รวมกว่า $10 ล้านล้าน และ iShares Bitcoin Trust ETF (IBIT) ของบริษัทถือเป็นกองทุน Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก การซื้อมูลค่า $660 ล้านในสัปดาห์เดียวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับบริษัทที่มีฐานสินทรัพย์ขนาดนี้ แต่ก็ยังคงส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าความต้องการของสถาบันต่อ Bitcoin ยังคงแข็งแกร่ง

ดีมานด์สถาบันยังแข็งแกร่ง แม้ตลาดผันผวน

การซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ตลาดโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และสัญญาณเศรษฐกิจที่ปะปนกัน แต่ BlackRock กลับเลือกที่จะเดินหน้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทในพอร์ตการลงทุนระยะยาว ไม่ว่าสภาพตลาดในระยะสั้นจะเป็นอย่างไร

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทุบสถิติ! กองทุน Bitcoin ETF ของ BlackRock มีกระแสเงินไหลออกหนักสุดตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดัน แต่การซื้อโดยตรงครั้งล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า BlackRock ยังคงมั่นใจในศักยภาพของ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ Siam Blockchain ยังได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า Bitcoin ETF ยังแกร่ง! เงินไหลเข้าทะลุ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ในขณะ BlackRock ขึ้นแท่นผู้ถือ BTC อันดับสามของโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของการถือครอง Bitcoin ของ BlackRock มาอย่างต่อเนื่อง

นัยสำคัญต่อตลาด Bitcoin ระยะต่อไป

เมื่อสถาบันการเงินขนาดใหญ่อย่าง BlackRock ยังคงซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องในปริมาณมาก ผลที่ตามมาในระยะกลางคือ supply ของ Bitcoin ในตลาดที่มีอยู่จำกัดจะยิ่งลดน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อรวมกับ Bitcoin ที่ถูกล็อกไว้ใน ETF ต่าง ๆ ทั่วโลก สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้ราคา Bitcoin มีความผันผวนน้อยลงในระยะยาว เนื่องจากมีผู้ถือระยะยาวรายใหญ่คอยรองรับแรงขายอยู่

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นราคา Bitcoin ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยปัจจุบันราคาอยู่ที่ $67,813 ซึ่งต่ำกว่าแนวต้านสำคัญที่ $70,000 นักลงทุนควรจับตาดูว่าการซื้อของ BlackRock จะมีปริมาณมากพอที่จะช่วยพยุงราคาได้หรือไม่ในสัปดาห์ถัดไป


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ BlackRock ทุ่มซื้อ Bitcoin ถึง $660 ล้านในช่วงที่ราคากำลังย่อตัวนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตามากพอสมควร เพราะบริษัทระดับนี้คงไม่ซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นแน่นอน การเคลื่อนไหวแบบนี้มักหมายถึงมีมุมมองระยะยาวอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคือบริบทตลาดรวมในตอนนี้ยังมีความไม่แน่นอนเยอะมาก ทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาค ดังนั้นแม้ BlackRock จะซื้อหนัก แต่ราคาก็ยังอาจผันผวนได้ในระยะสั้น สิ่งที่ควรจับตาดูต่อจากนี้คือตัวเลขการไหลเข้าของ Bitcoin ETF ในสัปดาห์หน้าว่าสถาบันอื่นจะเข้าร่วมสะสมตามหรือเปล่า

เครดิตภาพจาก @CryptoRover