bitkub-banner

S&P 500 นิ่งสุดในรอบ 98 ปี แกว่งแค่ 2.7% นักลงทุนเตรียมรับมือพายุลูกใหญ่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • S&P 500 มีช่วงการเคลื่อนไหวเพียง 2.7% ใน 41 วันทำการแรกของปี 2569 ซึ่งแคบที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1928
  • ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะนิ่งสงบผิดปกติ อาจสะท้อนความเฉยชาของนักลงทุน หรือข้อจำกัดด้านสภาพคล่องในระบบ
  • ประวัติศาสตร์ชี้ว่าช่วงแกว่งแคบผิดปกติมักนำมาซึ่งการระเบิดตัวของความผันผวนที่รุนแรง ซึ่งจะดึงตลาดคริปโตเข้าสู่โหมดเสี่ยงได้ทุกทิศทาง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ในระยะสั้น ตลาดที่นิ่งสงบอาจไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโต แต่เมื่อ S&P 500 เริ่มเคลื่อนไหวรุนแรง ตลาดคริปโตมักถูกดึงตามไปด้วย ไม่ว่าจะขาขึ้นหรือขาลง สัญญาณนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตา ไม่ใช่เรื่องที่ตื่นตระหนกทันที

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังอยู่ในภาวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ระบุว่า S&P 500 มีช่วงการเคลื่อนไหวเพียง 2.7% ใน 41 วันทำการแรกของปี 2569 ซึ่งแคบที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 1928 ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงการเคลื่อนไหวนี้ยังแคบกว่าช่วงใดๆ ของ Dow Jones ย้อนหลังไปถึงปี 1896 อีกด้วย ภาวะที่ตลาดหุ้นนิ่งสงบผิดปกติเช่นนี้กำลังส่งสัญญาณเตือนที่นักลงทุนคริปโตไม่ควรมองข้าม เพราะในอดีตทุกครั้งที่ตลาดสงบเกินไป มักตามมาด้วยการระเบิดตัวของความผันผวนที่ไม่อาจคาดเดาทิศทางได้

กราฟแสดงช่วงการซื้อขายของดัชนี S&P 500 (ในรูปแบบล็อก) ในช่วง 41 วันทำการแรกของปีในแต่ละทศวรรษ ตั้งแต่ทศวรรษ 1930s ถึงปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นว่าช่วงการซื้อขายปัจจุบัน (0.0264) เป็นช่วงที่แคบที่สุดในประวัติศาสตร์
กราฟแสดงช่วงการซื้อขายของดัชนี S&P 500 (ในรูปแบบล็อก) ในช่วง 41 วันทำการแรกของปีในแต่ละทศวรรษ ตั้งแต่ทศวรรษ 1930s ถึงปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นว่าช่วงการซื้อขายปัจจุบัน (0.0264) เป็นช่วงที่แคบที่สุดในประวัติศาสตร์ (ภาพจาก: @TheKobeissiLetter)

ตลาดสงบผิดปกติ แต่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย

ช่วงการเคลื่อนไหวเพียง 2.7% ใน 41 วันทำการหมายความว่า S&P 500 แทบไม่ขยับไปไหนเลยตลอดช่วงต้นปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปีอื่นๆ ในประวัติศาสตร์ ช่วงเวลาปกติจะมีการแกว่งตัวมากกว่านี้หลายเท่า ซึ่งนักวิเคราะห์ตีความได้สองทาง ทางแรกคือนักลงทุนอยู่ในภาวะเฉยชา ไม่มีสัญญาณชัดเจนให้ซื้อหรือขาย ทางที่สองคืออาจมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องในระบบที่ทำให้ตลาดไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

ที่น่าสังเกตคือ ภาวะตลาดสงบผิดปกติแบบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยมหภาคที่ยังคุกรุ่น ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า BlackRock เผชิญปัญหาสภาพคล่องในกองทุนสินเชื่อมูลค่า 2.6 แสนล้านบาท ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของแรงกดดันในระบบการเงินที่ซ่อนอยู่ใต้ความสงบของตลาด และยังมีรายงานเกี่ยวกับ กองทุน ETF ทองคำที่เผชิญเงินไหลออกมากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกระแสเงินทุนของนักลงทุนสถาบัน

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ตลาดคริปโตมีความสัมพันธ์กับ S&P 500 ในระดับสูง โดยเฉพาะ Bitcoin ที่มักเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในช่วงที่มีความผันผวนรุนแรง เมื่อ S&P 500 อยู่ในช่วงแกว่งแคบผิดปกติเช่นนี้ นักลงทุนคริปโตต้องเตรียมรับมือกับสองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น หากตลาดหุ้นระเบิดตัวขึ้น (breakout) ในทิศทางบวก กระแสเงินทุนแบบ risk-on จะไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตด้วย แต่หากระเบิดตัวลงในทิศทางลบ แรงขายจะเกิดขึ้นพร้อมกันในทุกตลาดอย่างรวดเร็ว

สำหรับบริบทของตลาดคริปโตในขณะนี้ Siam Blockchain ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า Bitcoin เพิ่งทะลุ $70,500 ครั้งแรกในรอบเดือน และนักวิเคราะห์อย่าง สัญญาณจากตลาดทองคำชี้ว่า Bitcoin อาจใกล้จุดต่ำสุด แต่หากความผันผวนของตลาดหุ้นระเบิดออกมาในทิศทางลบ แนวรับเหล่านี้อาจถูกทดสอบอีกครั้ง ดังนั้นการที่ S&P 500 แกว่งในกรอบแคบที่สุดในประวัติศาสตร์ 98 ปีจึงเป็นสัญญาณที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะยิ่งสงบนาน โอกาสที่จะระเบิดรุนแรงยิ่งมากขึ้น

ประวัติศาสตร์บอกอะไรเราบ้าง

ในอดีต ช่วงที่ตลาดหุ้นนิ่งสงบผิดปกติมักเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตัวอย่างที่มักถูกอ้างถึงคือก่อนวิกฤตปี 2008 และก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ซึ่งทั้งสองครั้งตลาดอยู่ในภาวะผันผวนต่ำก่อนที่จะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ก็มีหลายครั้งที่ตลาดแกว่งแคบแล้วระเบิดตัวขึ้น ไม่ใช่ลง ดังนั้นภาวะนี้จึงบอกทิศทางไม่ได้ แต่บอกได้ว่า “บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น”

นักลงทุนสถาบันมักใช้ช่วงเวลาที่ตลาดนิ่งสงบในการสะสมหรือลดสถานะอย่างเงียบๆ ก่อนที่ตลาดรายย่อยจะรู้ตัว การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งในกรอบแคบสุดในประวัติศาสตร์จึงอาจหมายความว่ากำลังมีแรงกดดันที่สะสมอยู่เบื้องหลัง และรอเพียงตัวกระตุ้นที่ถูกต้องเพื่อระเบิดออกมา


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสัญญาณนี้น่าสนใจมากในเชิงประวัติศาสตร์ แต่ยังไม่ใช่เหตุผลที่จะตื่นตระหนก เพราะมันเป็นการสังเกตการณ์ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือตัวกระตุ้นใดที่จะทำให้ตลาดหลุดออกจากกรอบแคบนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ความเคลื่อนไหวด้านนโยบายดอกเบี้ย หรือการพัฒนาของสงครามในตะวันออกกลาง สำหรับคนที่ถือคริปโตอยู่ ผมแนะนำให้ระวังการใช้ Leverage สูงในช่วงนี้ เพราะถ้าตลาดระเบิดตัวในทิศทางที่ไม่คาดคิด ความเร็วของการเคลื่อนไหวอาจโดนล้างพอร์ตก่อนที่จะทันตั้งตัว