bitkub-banner

เซียนคริปโตระดับโลกฟันธง! เหรียญ HYPE เตรียมพุ่งแตะ $150 รับอัปเกรดแพลตฟอร์มครั้งใหญ่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อดีตผู้บริหารกระดานเทรดคริปโทฯ ระดับโลก ฟันธงโทเคน HYPE ของแพลตฟอร์ม Hyperliquid มีลุ้นราคาพุ่งไปถึง 150 ดอลลาร์ภายในเดือนสิงหาคม 2026
  • ปัจจัยหลักมาจากการอัปเกรดระบบที่เปิดให้เทรดสินทรัพย์อย่างทองคำและดัชนีหุ้น ซึ่งคาดว่าจะดันรายได้แพลตฟอร์มพุ่งแตะ 1.4 พันล้านดอลลาร์
  • จุดแข็งสำคัญคือการนำรายได้ถึง 97% ไปซื้อเหรียญคืน ทำให้มูลค่าพื้นฐานแข็งแกร่ง แม้ในสถานการณ์ตลาดเลวร้ายที่สุด ราคาก็ยังประเมินไว้ที่ขั้นต่ำ 58 ดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

บทความวิเคราะห์นี้เป็นการเจาะลึกปัจจัยพื้นฐานและคาดการณ์ราคาในระยะยาว แม้จะสร้างความน่าสนใจให้กับตัวโปรเจกต์ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของตลาดคริปโทฯ โดยรวมหรือทิศทางเศรษฐกิจมหภาคโดยตรง

กูรูระดับโลกฟันธง HYPE จ่อทะลุ $150

Arthur Hayes อดีตซีอีโอของแพลตฟอร์มเทรดคริปโทฯ ระดับโลกและผู้ก่อตั้งกองทุน Maelstrom ได้เผยแพร่บทความวิเคราะห์เจาะลึกผ่านแพลตฟอร์ม Substack ในชื่อ “HYPE Man” โดยระบุเป้าหมายราคาของโทเคน HYPE ซึ่งเป็นเหรียญหลักของกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) อย่าง Hyperliquid ว่ามีศักยภาพที่จะพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 150 ดอลลาร์ได้ภายในเดือนสิงหาคม 2026 หรือคิดเป็นการเติบโตกว่า 5 เท่าจากราคาปัจจุบันที่ราว 30 ดอลลาร์ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังคงผันผวนและไร้ทิศทางที่ชัดเจน

อาวุธลับ HIP-3 เจาะตลาดนอกคริปโทฯ

เหตุผลหลักที่สนับสนุนการคาดการณ์นี้ คือศักยภาพในการทำกำไรของแพลตฟอร์ม โดยคาดว่า Hyperliquid จะมีรายได้เติบโตกลับไปแตะระดับสูงสุดเดิมที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

ปัจจัยเร่งสำคัญคือการอัปเกรดระบบที่เรียกว่า HIP-3 ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถสร้างและเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Perpetual) ของสินทรัพย์อื่นๆ เช่น เงิน ทองคำ ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ได้อย่างอิสระตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้กระดานเทรดสามารถดึงดูดผู้ใช้งานจากกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ (CEX) ได้มากขึ้น เพียงแค่ดึงส่วนแบ่งการตลาดมาได้อีก 4% ก็เพียงพอที่จะทำให้รายได้ทะลุเป้าหมายที่วางไว้

โมเดลธุรกิจแข็งแกร่ง นำรายได้ 97% ซื้อเหรียญคืน

สิ่งที่ทำให้โทเคน HYPE แตกต่างอย่างโดดเด่น คือนโยบายการคืนกำไรสู่ผู้ถือครองเหรียญ โดยแพลตฟอร์มนำรายได้สูงถึง 97% ไปใช้ในการซื้อเหรียญคืนจากตลาด ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม ส่งผลให้ค่า P/E (Price-to-Earnings Ratio) ของแพลตฟอร์มอยู่ที่ระดับ 12 เท่านั้น ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับตลาดซื้อขายล่วงหน้าดั้งเดิมอย่าง CME หรือ Coinbase ที่มีค่า P/E สูงถึง 26-40

นอกจากนี้ Arthur Hayes ยังชี้ให้เห็นว่าปริมาณการซื้อขายบน Hyperliquid มาจากผู้ใช้งานจริง โดยพิจารณาจากอัตราส่วนปริมาณการซื้อขายต่อสถานะคงค้าง (ADV/OI) ที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งสะท้อนว่าไม่มีการปั่นตัวเลขหลอกลวง หรือการสร้างแรงจูงใจด้วยคะแนน เหมือนแพลตฟอร์มอื่น สอดคล้องกับสภาพคล่องใน Order Book ที่แน่นหนา ทำให้มีต้นทุนแฝง Slippage ในการซื้อขายต่ำที่สุด

ทีมงานลดเทขาย พอร์ตยังรอดแม้ตลาดพัง

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือพฤติกรรมของทีมพัฒนา Hyperliquid ที่เพิ่งปรับลดการกระจายเหรียญสู่ตลาดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยปล่อยเหรียญออกมาเกือบ 20% ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดเหลือเพียง 1% ในช่วงต้นปี เพื่อลดแรงเทขายและพยุงราคาเหรียญในระยะยาว

เพื่อความรัดกุม ผู้เชี่ยวชาญยังได้ทำการทดสอบจำลองสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด โดยตั้งสมมติฐานว่าทีมงานกลับมาเทขายเหรียญในปริมาณมหาศาล และอัตราตัวคูณมูลค่าไม่เติบโต ผลลัพธ์ชี้ว่าราคาของโทเคน HYPE ก็ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ที่ระดับ 58 ดอลลาร์เป็นขั้นต่ำ ซึ่งตอกย้ำว่ามูลค่าของโปรเจกต์นี้ขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพการทำกำไรที่แท้จริง

ที่มา: cryptohayes


ความเห็นผู้เขียน: การวิเคราะห์ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดมุมมองที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะไม่ได้อาศัยเพียงแค่กราฟเทคนิค แต่มองลึกไปถึงโครงสร้างรายได้และกระแสเงินสดของแพลตฟอร์ม การที่โปรเจกต์สามารถสร้างรายได้จริงและนำเงินกลับมาซื้อโทเคนคืนในสัดส่วนที่เกือบ 100% ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและหาได้ยากในโลกคริปโทฯ แม้เป้าหมาย 150 ดอลลาร์อาจดูท้าทาย แต่หากแพลตฟอร์มสามารถดึงปริมาณการซื้อขายมาได้ตามคาด นี่อาจเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้