bitkub-banner

KXVC แถลง ‘จอม’ พ้นตำแหน่งตั้งแต่ 31 มี.ค. ย้ำชัดไม่มีนโยบาย ‘ระดมทุน’ จากบุคคลภายนอก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • KXVC กองทุนร่วมทุนในเครือ KBTG กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของกสิกรไทยประกาศเตือนภัย กรณีอดีตผู้บริหาร “กัมปนาท วิมลโนท” แอบอ้างชื่อบริษัทระดมทุน ยืนยันพ้นสภาพพนักงานไปตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568
  • เผยมีพฤติการณ์หลอกลวงอ้างมี “โควตาส่วนตัว” ในโปรเจกต์ระดับโลกอย่าง Monad และ Babylon โดยใช้เอกสารปลอมสร้างความน่าเชื่อถือ พบเหยื่อทั่วโลกกว่า 24 ราย ความเสียหายพุ่งหลักร้อยล้านบาท
  • บริษัทยืนยันชัดเจน KXVC เป็นกองทุน CVC ที่ใช้เงินทุนของบริษัทเองในการลงทุนสตาร์ทอัพเท่านั้น ไม่เคยมีนโยบายรับเงินจากบุคคลภายนอก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

เหตุการณ์นี้เป็นกรณีทุจริตเฉพาะตัวบุคคล ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นฐานทางเทคโนโลยีของโปรเจกต์ที่ถูกอ้างชื่ออย่าง Monad หรือ Babylon โดยตรง 

อย่างไรก็ตาม อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการเข้าถึงการลงทุนรอบ Early Stage ซึ่งตลาดอาจเกิดสภาวะระมัดระวังตัวมากขึ้นในการลงทุนผ่านตัวแทนหรือกลุ่มปิด

บริษัท กสิกรเอกซ์ เวนเจอร์ แคปิทัล (KXVC) กองทุนในเครือ KBTG ของธนาคารกสิกรไทย ออกประกาศเตือนภัยนักลงทุนอย่างเป็นทางการ หลังพบกรณีอดีตผู้บริหารระดับสูงแอบอ้างชื่อและตำแหน่งหน้าที่ในการหลอกระดมทุนจากบุคคลภายนอก

ทั้งนี้ KXVC ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงสถานะของ นายกัมปนาท วิมลโนท โดยยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวได้พ้นสภาพจากการเป็นผู้บริหารและพนักงานของบริษัทไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568 พร้อมย้ำจุดยืนที่ชัดเจนว่า KXVC ดำเนินงานในรูปแบบ Corporate Venture Capital (CVC) ซึ่งใช้เงินทุนของบริษัทในการลงทุน 100% และ ไม่มีนโยบายรับฝากเงินหรือระดมทุนจากบุคคลภายนอกในทุกกรณี

พฤติการณ์แอบอ้าง “โควตาวงใน” ปลอมสัญญาโปรเจกต์ระดับโลก

ข้อมูลจากเว็บไซต์ตรวจสอบมิจฉาชีพ Scamurai เผยรายละเอียดที่น่าตกใจว่า อดีตผู้บริหารรายนี้ได้อาศัยความน่าเชื่อถือจากตำแหน่งเดิม แอบอ้างว่าตนมีสิทธิพิเศษหรือ “โควตาส่วนตัว” ในการลงทุนกับโปรเจกต์บล็อกเชนระดับโลก อาทิ Monad, Babylon และ Linera

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการปลอมแปลงและดัดแปลงเอกสารข้อเสนอการลงทุนให้ดูเสมือนเป็นเอกสารจริงของ KXVC จากนั้นจึงนำไปชักชวนกลุ่มนักลงทุนผ่านแอปพลิเคชันสนทนาแบบปิด เช่น Telegram และ WhatsApp ทำให้มีนักลงทุนจำนวนมากหลงเชื่อเนื่องจากความน่าเชื่อถือขององค์กรต้นสังกัดเดิม

ความแตกเมื่อโปรเจกต์ดังประสานเสียงปฏิเสธไม่เคยรับเงิน

กรณีดังกล่าวถูกตรวจสอบพบเมื่อกลุ่มผู้เสียหายได้ติดต่อไปยังตัวแทนโปรเจกต์ที่ถูกแอบอ้างโดยตรง ซึ่งทางผู้พัฒนาโปรเจกต์อย่าง Monad, Babylon และ Linera ได้ออกมายืนยันตรงกันว่า สัญญาการลงทุนที่ถูกนำมากล่าวอ้างนั้นเป็น “เอกสารปลอม” และทางโปรเจกต์ไม่เคยมีการลงนามหรือรับโอนเงินลงทุนใดๆ จากบุคคลดังกล่าว

รายงานเบื้องต้นพบว่า มีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 24 ราย ครอบคลุมทั้งในประเทศไทย สิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา มูลค่าความเสียหายมีตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงหลายสิบล้านบาทต่อราย โดยจากการตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนพบว่า มีเม็ดเงินหมุนเวียนในกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เกี่ยวข้องสูงถึง 1.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน

สถานะล่าสุด ปิดโซเชียลหนี ลือเดินทางออกนอกประเทศ

ปัจจุบัน พบว่านายกัมปนาทได้ปิดบัญชีโซเชียลมีเดียและช่องทางการติดต่อทาง Telegram ทั้งหมดแล้ว และมีรายงานข่าวว่าได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อย

ขณะนี้ กลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานการโอนเงินผ่านบล็อกเชนเพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางด้าน KXVC ได้ดำเนินการขึ้นประกาศเตือนภัยผ่านเว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจและแสดงจุดยืนในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่


มุมมองผู้เขียน : เคสนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับนักลงทุน​​ ซึ่งการตรวจสอบข้อมูลโดยตรงกับทางบริษัทก่อนตัดสินใจโอนเงินหรือลงทุน คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อ