bitkub-banner

ช็อกโลก! สหรัฐฯ ยอมรับพลาดเป้า ยิงขีปนาวุธถล่มโรงเรียนประถมอิหร่าน ดับ 175 ศพ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บัญชีรายงานข่าวสารการเงินและภูมิรัฐศาสตร์ชื่อดัง Walter Bloomberg (@DeItaone) บน X เผยแพร่รายงานด่วน ระบุผลการสืบสวนเบื้องต้นว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีทางอากาศพลาดเป้า ไปถูกโรงเรียนประถมในอิหร่าน
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นวันเปิดฉากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยกองบัญชาการส่วนกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ยิงขีปนาวุธ Tomahawk ถล่มโรงเรียนประถม Shajarah Tayyebeh ในเมืองมินับ (Minab)
  • โศกนาฏกรรมครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 175 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 7-12 ปี

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ข่าวโศกนาฏกรรมที่สร้างความสะเทือนใจระดับโลกนี้ จะเป็น “น้ำมันราดกองไฟ” ที่ทำให้สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ทวีความรุนแรงจนยากจะเจรจา ตลาดการเงินจะเข้าสู่สภาวะตื่นตระหนก (Panic) หุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอาจถูกเทขายอย่างหนักเพื่อดึงสภาพคล่อง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบและทองคำจะพุ่งทะยานทะลุเพดานจากความกลัวสงครามสเกลใหญ่

โศกนาฏกรรมเปิดฉากสงคราม: ขีปนาวุธถล่มโรงเรียนประถม

ระเบิดสหรัฐพลาดเป้าโรงเรียนอิหร่่านในสงครามอิหร่านสหรัฐ realistic cinematic no text

วันแรกของการปะทะกันอย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในปี 2026 ได้เปิดฉากขึ้นพร้อมกับโศกนาฏกรรมที่โลกต้องจารึก รายงานข่าวด่วนระบุว่า ขีปนาวุธร่อน Tomahawk ของกองทัพสหรัฐฯ ได้พุ่งชนเป้าหมายที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ โดยตกลงกลางโรงเรียนประถม Shajarah Tayyebeh ในเมืองมินับ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 175 ราย ซึ่งรายงานระบุชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ วัยเพียง 7 ถึง 12 ปีเท่านั้น

ความผิดพลาดจาก “ข้อมูลเก่า” ไม่ใช่เซนเซอร์รวน

ผลการสืบสวนเบื้องต้นชี้ให้เห็นถึงรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบความมั่นคงของสหรัฐฯ ความพินาศครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากระบบนำวิถีของขีปนาวุธขัดข้อง แต่เกิดจาก “ความประมาทเลินเล่อของมนุษย์ (Human Oversight)” และกระบวนการตรวจสอบข่าวกรองที่หละหลวม

ข้อมูลเก่า เอกสารเก่า แฟ้มเก่า กอง realistic cinrmatic

กองบัญชาการส่วนกลางสหรัฐฯ ได้ดึงข้อมูลเป้าหมายมาจากสำนักงานข่าวกรองกลาโหม (DIA) ซึ่งเป็น “ข้อมูลที่ล้าสมัย (Outdated Data)” โดยพิกัดดังกล่าวยังคงถูกระบุว่าเป็นอดีตฐานทัพเรือของอิหร่าน นำไปสู่การกดปุ่มสั่งยิงที่พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปนับร้อย

ทรัมป์กลับลำยอมรับความจริง ท่ามกลางกระแสประณามทั่วโลก

หลังเกิดเหตุการณ์ สื่อของรัฐบาลอิหร่านได้ตีแผ่ภาพและวิดีโอเศษซากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีตราประทับ “ผลิตในสหรัฐฯ (U.S.-made munitions)” อย่างชัดเจน พร้อมกับภาพถ่ายดาวเทียมที่มัดตัวกองทัพสหรัฐฯ จนดิ้นไม่หลุด

ทรัมป์ทำหน้าเศร้ารู้สึกผิด

หลักฐานที่แน่นหนานี้ บีบบังคับให้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องออกมายอมรับผลการสืบสวนและข้อผิดพลาดดังกล่าวอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ในช่วงแรกของการเกิดเหตุ เขาได้พยายามออกมาให้สัมภาษณ์ปัดความรับผิดชอบและกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของอิหร่านเอง เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนความโกรธแค้นไปทั่วโลก และทำให้เกิดการตั้งคำถามอย่างหนักถึงความรับผิดชอบและมาตรฐานจริยธรรมของกองทัพสหรัฐฯ

ที่มา: @DeItaone


ผู้เขียนมองว่าโศกนาฏกรรมที่มินับไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางทหาร แต่คือ “Black Swan” เชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าสงครามครั้งนี้ การเสียชีวิตของเด็กนับร้อยจะทำให้อิหร่านมีความชอบธรรมในการตอบโต้ขั้นสูงสุด และปิดประตูการเจรจาทางการทูตในระยะสั้นอย่างสิ้นเชิง สำหรับตลาดทุน นี่คือฝันร้ายของการเทขายสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-off) ตลาดคริปโทฯ อาจเผชิญปัญหาสภาพคล่องหดตัวอย่างรุนแรงในระยะสั้นจากการแห่ถือเงินสดดอลลาร์ แต่ในระยะยาว ความล้มเหลวของรัฐและผลกระทบของสงคราม จะยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นของสินทรัพย์ที่ไม่มีใครควบคุมได้อย่าง Bitcoin ในฐานะหลุมหลบภัย (Safe Haven) ของประชาชนที่ติดอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของรัฐบาล