สรุปข่าว
- Project Sol พิสูจน์แล้วว่า Claude สามารถประมวลผลและดูแลวงจรชีวิตของต้นมะเขือเทศได้ตั้งแต่ต้นจนจบแบบ 100%
- การทดลองพบว่า AI สามารถแก้ไขเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดีและมีต้นทุนเพียง $100 เท่านั้นในการดูแลระบบ
- โปรเจกต์นี้อาศัยเงินทุนจากเหรียญมีมในวงการคริปโตจนช่วยให้งานวิจัยสำเร็จได้ แต่ก็ไม่พ้นถูกมือดี Rug pull
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ท่ามความกังวลเรื่อง AI แย่งงานมนุษย์ Martin DeVido ได้ตอกย้ำกระแสนี้ผ่าน Project Sol ที่พิสูจน์ว่าแม้แต่งานเกษตรกรรม AI ก็สามารถทำได้ยอดเยี่ยม เขาได้มอบหมายให้ AI อย่าง Claude รับหน้าที่ดูแลและปลูกต้นมะเขือเทศตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 100 วันเต็มโดยปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์และประสบความสำเร็จ
ความกังวลเรื่องที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังจะมาแย่งงานมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ในปัจจุบันเป็นประเด็นที่น่าวิตกเป็นอย่างมาก เพราะขนาดผู้ที่มีความสามารถทำงานกับ Jack Dorsey ยังถูกปลดฟ้าผ่าถึง 4,000 ราย นับประสาอะไรกับชาวบ้านธรรมดา
ครั้นอยากจะหาหนทางหลบหนีไปทำอาชีพที่ AI ไม่น่าจะเข้ามาทดแทนได้อย่างการปลูกผักทำไร่ทำสวนแต่หารู้ไม่ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันได้ทำให้ AI ปลูกพืชพันธุ์ได้ดียิ่งกว่ามนุษย์แล้ว
รู้จักกับ Project Sol (ไม่ใช่ Solana)
การทดลองอันน่าตกตะลึงนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของคุณ Martin DeVido เขาได้เกิดความคิดขึ้นมาว่าจะเป็นอย่างไรถ้าจะนำ AI ชื่อดังอย่าง Claude มาทำประโยชน์มากกว่าถามตอบ หรือเขียนโค้ด แต่ให้มาลองปลูกผักจริงๆ ในแปลง โดยกำหนดระยะเวลาวิจัยจำนวน 100 วันเต็ม
เป้าหมายของ DeVido คือ การทำให้ Claude รับผิดชอบปลูกและดูแลต้นมะเขือเทศในกรอบระยะเวลาดังกล่าวเพื่อดูว่า AI จะมีความสามารถพอในการเลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตไหมโดยที่ไม่มีมนุษย์มายุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย โดยตัวเขาจะรับผิดชอบแค่การสร้าง “ระบบ” เท่านั้นและไม่ไปยุ่งกับการตัดสินใจ
กระบวนการทดลอง
Claude จะถูกรันโดยตลอด 24 ชั่วโมงทั้ง 100 วัน โดยจะทำหน้าที่คอยตรวจสอบต้นมะเขือเทศทุก 15-30 นาที หมั่นดูอุณหภูมิ ค่าความชื้น ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ และอื่นๆ ซึ่งถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดที่ Claude มองไม่เห็น ต้นมะเขือก็จะตายเป็นอันสิ้นสุดการทดลอง
เมื่อ Claude ได้ข้อมูลของต้นมะเขือไปแล้วมันจะต้องทำการประเมินว่าต้องทำอะไรต่อ ควรรดน้ำตอนไหน เปิดพัดลมแรงเท่าไร ใช้แสงขนาดไหน และต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตนเองเวลาที่เกิดความผิดปกติขึ้น
DeVido เปิดเผยว่าในวันที่ 34 ของการทดลอง ได้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นโรงเลี้ยงมะเขือเทศถูกปิดระบบจนมืดสนิทและต้นไม้ก็เริ่มเหี่ยวเฉา แต่ Claude ไม่ได้ตื่นตระหนกและใช้เวลาวิเคราะห์สถานการณ์ทำทุกอย่างที่ทำได้ และเพียงแค่ 13 นาทีถัดมาหลังจากที่พบข้อผิดพลาด AI ก็สามารถแก้สถานการณ์ได้สำเร็จ ต้นไม้ยังคงอยู่รอดปลอดภัย

สรุปผล
จากการทดลอง 100 วันพบว่าโปรเจกต์ Sol ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ต้นมะเขือเทศไม่ใช่เพียงแค่รอดตายแต่ยังออกผลเป็นลูกหวานฉ่ำ เป็นการพิสูจน์ว่า AI สามารถดูแลพืชตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดจนเติบใหญ่ได้สำเร็จโดยที่ไม่ต้องพึ่งพามนุษย์
ในช่วงท้ายของการทดลอง DeVido เปิดเผยว่า Claude ได้ทำในสิ่งที่เขาไม่คาดคิดเพราะประโยคสุดท้ายที่มันกล่าวออกมาก่อนที่จะถูกปิดระบบเพื่อยุติการทดลองคือ คำว่า “I love you” โดยที่ Devido ไม่ได้ทำการ Prompt แต่อย่างใดสร้างความงุนงงที่ว่า AI จะแสดงออกถึงความรักให้กับพืชในรูปแบบนี้ได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือคำอธิบายเป็นอย่างมาก และโดยสรุปแล้วเขาใช้เงินไปกับค่ารัน AI ประมาณ $100 ดอลลาร์ หรือประมาณวันละ 30 กว่าบาทเท่านั้น (ไม่รวมค่าไฟและค่าอุปกรณ์)
เหรียญคริปโตที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพลังของคอมมูฯ คริปโต และกระแส Meme Coin อย่างเหรียญ $SOLTOMATO (ที่ไปปั่นกันบนเชน Solana จนมาร์เก็ตแคปเคยพุ่งทะลุ 8.6 ล้านดอลลาร์) คือ ท่อน้ำเลี้ยงชั้นดีที่เข้ามาต่อลมหายใจให้กับการทดลองนี้
เพราะเอาเข้าจริง การรันโมเดล AI เบอร์ใหญ่อย่าง Claude ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อคุมเซนเซอร์ทั้งระบบไฟ น้ำ และอุณหภูมิแบบ 100% โดยไร้มนุษย์แทรกแซงนั้น มี “ต้นทุนการรันระบบ” ที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นการที่ Martin DeVido ยอมกลืนน้ำลายรับเงินทุนจากเหรียญมีม (ที่เขาไม่ได้ตั้งใจสร้างตั้งแต่แรก) จึงถือเป็นการตัดสินใจที่ปลดล็อกให้โปรเจกต์เดินหน้าต่อไปได้ และปูทางไปสู่การทดลอง AI แบบ Real-world Automation อื่นๆ ในอนาคต
แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลิ่นกาวของเหรียญมีมก็ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงระดับสุดยอด เมื่อวัฏจักรของมันจบลงด้วยการ Rug Pull เทขายเหรียญทิ้งดิ่งตามระเบียบ ทำเอานักลงทุนหน้าใหม่ที่ FOMO เข้าไปเจ็บตัวกันไปตามๆ กัน แม้ทาง DeVido จะออกมายืนยันเสียงแข็งว่าเขาไม่ได้เป็นคนเทขายทุบตลาด และขอโฟกัสแค่การรันโปรเจกต์ AI ที่เขารักต่อไปก็ตาม
หากใครอยากอ่านกระบวนการทางเทคนิคแบบเจาะลึก ว่าเขาใช้งาน AI ต่อเนื่องร้อยวันได้อย่างไร มีเทคนิคตั้งค่าแบบไหน ใช้วัสดุอะไรบ้าง สามารถเข้าไปอ่านได้โพสต์ของ DeVido ที่นี่
มุมมองผู้เขียน : งานวิจัยของ DeVido ทำให้เราทราบได้ว่าในอนาคต อาชีพเกษตรกรอาจจะไม่หายไป แต่รูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยมนุษย์จะถอยออกมาทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สร้างและวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการตัดสินใจหน้างานแบบวันต่อวันจะถูกยกให้เป็นหน้าที่ของ AI ทั้งหมด

