สรุปข่าว
- หน่วยงาน Financial Intelligence Unit ของเกาหลีใต้เตรียมพิจารณาบทลงโทษ Bithumb หลังพบการละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน โดยอาจถูกสั่งระงับกิจการบางส่วนนานถึง 6 เดือน
- คาดการณ์ค่าปรับอาจสูงถึง 37,000 ล้านวอน หรือประมาณ 802 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากรณีของ Upbit เนื่องจากมีการทำธุรกรรมกับศูนย์ซื้อขายต่างประเทศที่ไม่ได้ลงทะเบียนจำนวนมาก
- Bithumb เสี่ยงถูกเพิ่มค่าปรับอีก 10% ตามกฎหมาย หากพบว่าเคยกระทำความผิดซ้ำในรอบ 3 ปี ซ้ำเติมวิกฤตความเชื่อมั่น หลังระบบเคยเกิดข้อผิดพลาดในการโอน Bitcoin มหาศาล เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
ข่าวนี้ส่งผลกระทบเชิงลบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดเกาหลีใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก การที่เว็บเทรดอันดับสองของประเทศเสี่ยงถูกระงับกิจการนานถึงครึ่งปี และต้องจ่ายค่าปรับมหาศาล อาจทำให้เกิดแรงเทขายเพื่อโยกย้ายสินทรัพย์ออกจากแพลตฟอร์มเพื่อความปลอดภัย และส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนคริปโตในเกาหลีใต้มีความผันผวนสูงกว่าตลาดโลกในช่วงสั้น
อนาคตของเว็บเทรดยักษ์ใหญ่คริปโตแดนกิมจิกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย หลังมีรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน (FIU) ภายใต้ Financial Services Commission เตรียมพิจารณาบทลงโทษขั้นรุนแรงจากการละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงินกับ Bithumb
สื่อท้องถิ่น News1 Korea ระบุว่า การประชุมคณะกรรมการพิจารณาบทลงโทษในวันที่ 16 มีนาคมนี้ จะเป็นตัวชี้ชะตาว่า Bithumb จะต้องเผชิญกับคำสั่งระงับธุรกิจบางส่วนนานถึง 6 เดือนหรือไม่ ซึ่งถือเป็นบทลงโทษที่หนักหนากว่าคู่แข่งอย่าง Upbit ที่เคยโดนไปเพียง 3 เดือนก่อนหน้านี้
ค่าปรับสถิติใหม่ และกฎเพิ่มโทษ 10%
วงการคริปโตเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า ค่าปรับที่ Bithumb ต้องจ่ายอาจพุ่งทะยานสูงกว่า 37,000 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 802 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญมาจากปริมาณธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับศูนย์ซื้อขายต่างประเทศที่ไม่ได้ลงทะเบียนอย่างถูกต้องซึ่งมีจำนวนมหาศาล
นอกจากนี้ยังมีข้อกฎหมายที่ระบุว่า หากบริษัทเคยถูกปรับในความผิดลักษณะเดียวกันภายในระยะเวลา 3 ปี หน่วยงานสามารถเพิ่มค่าปรับได้อีก 10% ทันที ซึ่ง Bithumb เคยถูกปรับไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2023 ทำให้ความเสี่ยงในการถูกเพิ่มโทษครั้งนี้มีสูงมาก
ปัญหาระบบ และความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน
นอกเหนือ จากประเด็นข้อกฎหมาย Bithumb ยังคงมีแผลสดจากเหตุการณ์ระบบทำงานผิดพลาดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีการแจ้งเตือนการโอน Bitcoin ผิดพลาดที่มีมูลค่าทางบัญชีสูงถึง 42,676 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าเหรียญที่มีอยู่จริงในระบบมหาศาล
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างหนัก และกลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้การพิจารณาบทลงโทษในครั้งนี้เข้มงวดเป็นพิเศษ
รอผลสรุปจากคณะกรรมการชุดใหญ่
แม้การแจ้งเตือนล่วงหน้าจากหน่วยงาน Financial Intelligence Unit จะระบุถึงการระงับธุรกิจ และการตักเตือนตัวบุคคลระดับซีอีโอเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ทางเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการบริการทางการเงินยืนยันว่า ระดับบทลงโทษสุดท้ายยังไม่ได้มีการตัดสินอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับผลสรุปจากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาบทลงโทษที่จะเกิดขึ้น ซึ่งผลลัพธ์นี้จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการแข่งขันของตลาดคริปโตในเกาหลีใต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การที่ Bithumb โดนเพ่งเล็งซ้ำซ้อนทั้งเรื่องฟอกเงินและปัญหาระบบไอที ถือเป็นวิกฤตศรัทธาที่หนักหนาสาหัสมาก
ถ้าหาก Bithumb ถูกสั่งระงับกิจการนานถึง 6 เดือนจริงๆ อาจส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดไหลไปอยู่ที่ Upbit เกือบทั้งหมด
