bitkub-banner

ราคา Bittensor (TAO) พุ่งแรง 20% ในวันเดียว! รับกระแส Subnet ของ Templar กลายเป็นไวรัล

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาเหรียญ TAO ทะยานขึ้นกว่า 19.19% แตะระดับ 284.75 ดอลลาร์ ภายใน 24 ชั่วโมง หลังความต้องการใช้งานในระบบนิเวศ Subnet ของ AI พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ทีมพัฒนา Templar ประสบความสำเร็จในการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ Covenant-72B บนเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ โดยใช้ GPU จากอินเทอร์เน็ตทั่วไป ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถแข่งขันกับโมเดลยักษ์ใหญ่ของโลกได้
  • นักลงทุนแห่เข้าซื้อ TAO เพื่อนำไปแลกเป็นโทเค็นของ Subnet ต่างๆ เช่น SN3 Templar, SN4 Targon และ SN39 Basilica จนทำให้เหรียญเหล่านี้ ติดอันดับ Top 8 ที่ราคาพุ่งขึ้นแรงที่สุดบน CoinGecko

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish 

แม้ในระยะสั้นอาจมีจังหวะที่ราคาพักตัวลงมาบ้าง เนื่องจากพุ่งสูงเกินค่าเฉลี่ยไปไกล (1.8 Sigma) แต่ภาพรวมในระยะยาวของ Bittensor (TAO) ยังคงดูดี เนื่องจากตอนนี้บนเครือข่ายเริ่มมีการใช้งานจริงที่จับต้องได้ โดยเฉพาะความสำเร็จผ่านโมเดล AI ขนาดใหญ่ระดับ7 2,000 ล้านพารามิเตอร์ 

ซึ่งความสำเร็จของ Templar ในครั้งนี้ จะกลายเป็นต้นแบบให้ Subnet อื่นๆ เร่งพัฒนาตาม ทำให้เกิดความต้องการถือครองเหรียญ TAO เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงนวัตกรรม AI ล้ำสมัยบนเครือข่ายนี้

เหรียญคริปโตธีม AI เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลัง Bittensor (TAO) ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการพุ่งขึ้นเกือบ 20% ภายในวันเดียว 

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความสำเร็จของ Templar ซึ่งเป็นหนึ่งใน Subnet ที่ทรงอิทธิพลที่สุดบนเครือข่าย หลังมีการประกาศความสำเร็จเชิงเทคนิคที่เขย่าวงการคริปโตและปัญญาประดิษฐ์ไปพร้อมกัน ส่งผลให้ราคา TAO ทะลุระดับ 280 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงซื้อมหาศาลจากนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงระบบนิเวศนี้

ความสำเร็จของ Covenant-72B จุดชนวนราคาพุ่ง

เบื้องหลังแรงส่งที่ทำให้ TAO กลายเป็นไวรัลคือ การที่ทีม Templar ประกาศฝึกโมเดล AI ชื่อ Covenant-72B ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา 

โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ตัวนี้มีพารามิเตอร์สูงถึง 72,000 ล้านหน่วย และที่น่าทึ่งคือ การเทรนทั้งหมดเกิดขึ้นบน Subnet 3 ของ Bittensor โดยใช้ข้อมูลมหาศาลถึง 1.1 ล้านล้านโทเค็น 

จุดเด่นที่ทำให้เหล่านักพัฒนาทึ่งคือ การใช้เพียงอินเทอร์เน็ตทั่วไปและ GPU จากอาสาสมัครทั่วโลก ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาศูนย์คอมพิวเตอร์กลางหรือเซิร์ฟเวอร์ยักษ์ใหญ่เหมือนบริษัทเทคระดับโลก

เทคนิค SparseLoCo แก้โจทย์ใหญ่ของการกระจายศูนย์

ปัญหาคอขวดที่ใหญ่ที่สุดของการเทรน AI แบบกระจายศูนย์คือ เรื่องของความเร็วอินเทอร์เน็ตหรือ Bandwidth แต่ทีม Templar ได้นำเทคนิคใหม่ที่ชื่อว่า SparseLoCo มาใช้แก้ปัญหาได้สำเร็จ 

โดยให้ผู้เข้าร่วมคำนวณส่วนประมวลผลในเครื่องตัวเองก่อน จากนั้นจึงบีบอัดข้อมูลและแชร์เฉพาะส่วนที่อัปเดตกลับเข้าสู่เครือข่าย วิธีการนี้ทำให้การฝึกโมเดลระดับ 72B มีประสิทธิภาพสูงจนสามารถแข่งขันกับโมเดลรวมศูนย์อย่าง LLaMA-2-70B ของ Meta ได้เลยทีเดียว ผลลัพธ์นี้ทำให้เหรียญในเครือข่ายอย่าง SN3 Templar, SN4 Targon และ SN39 Basilica พุ่งแรงติดอันดับโลกทันที

มุมมองนักเทรดชื่อดังกับการทำกำไรระยะสั้น

ด้านนักลงทุนชื่อดังอย่าง Michael van de Poppe ได้ออกมาเปิดเผยว่า เขาเพิ่งขายเหรียญ TAO บางส่วนออกไปที่ราคา 288 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินประมาณ 3,000 ดอลลาร์ เพื่อนำทุนไปกระจายเข้าเหรียญอื่นอย่าง Sei และ EigenLayer 

อย่างไรก็ตาม เขายังคงถือครอง TAO และ NEAR Protocol รวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของพอร์ต โดยให้เหตุผลว่า การพุ่งขึ้นครั้งนี้รุนแรงเกินค่าเฉลี่ยในกรอบเวลารายวันเล็กน้อย จึงมีโอกาสที่จะเห็นการย่อตัวระยะสั้น เพื่อให้ผู้เล่นรายใหม่ได้มีจังหวะเข้าซื้อก่อนที่ราคาจะเดินหน้าต่อไป

ที่มา : beincrypto


มุมมองผู้เขียน : ความสำเร็จของ Templar คือ เครื่องพิสูจน์ว่า Bittensor ไม่ได้มีไว้แค่เก็งกำไร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานได้จริงในระดับโลก

การที่โมเดล AI ขนาดใหญ่สามารถเทรนได้โดยไม่ต้องง้อคลาวด์ยักษ์ใหญ่นับเป็นก้าวสำคัญของ Decentralized AI 

หาก Subnet อื่นๆ เริ่มโชว์ผลงานแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ ความต้องการเหรียญ TAO จะกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจนราคาในอดีตอาจดูถูกไปเลย