bitkub-banner

ปธน.อาร์เจนตินาปัดรู้เรื่องเหรียญ LIBRA แต่เอกสารจากมือถือนักล็อบบี้แฉแผน $5 ล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเลอี แห่งอาร์เจนตินา ยืนกรานว่าตนไม่รู้ว่าเหรียญมีม LIBRA ที่ตนโปรโมตเป็นการฉ้อโกง แต่เอกสารที่กู้คืนจากโทรศัพท์ของนักล็อบบี้ชี้ให้เห็นแผนจ่ายเงิน $5 ล้านที่มีความเชื่อมโยงกับเขา
  • เอกสารดังกล่าวระบุการจ่ายเงินสามงวด รวมถึงเงินล่วงหน้า $1.5 ล้าน และงวดถัดมาที่ผูกกับเงื่อนไขให้มิเลอีประกาศแต่งตั้ง Hayden Davis เป็นที่ปรึกษา โดยเอกสารนี้ถูกร่างขึ้นก่อนทวีตโปรโมตของมิเลอีถึง 3 วัน
  • คณะกรรมาธิการรัฐสภาอาร์เจนตินาสรุปแล้วว่ามิเลอีอาจใช้ตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อส่งเสริมการฉ้อโกง และมีรูปแบบคล้ายกันกับเหรียญโทเคนก่อนหน้านี้ที่เขาเคยโปรโมต ขณะที่คดีความและการสอบสวนยังดำเนินต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

แม้เหรียญ LIBRA จะล่มสลายไปนานแล้ว แต่คดีนี้ส่งสัญญาณเชิงลบต่อภาพลักษณ์คริปโตในวงกว้าง เพราะแสดงให้เห็นว่าบุคคลมีอำนาจระดับสูงสามารถถูกโยงเข้ากับแผนฉ้อโกงได้ ซึ่งอาจทำให้ผู้กำกับดูแลทั่วโลกเร่งออกกฎเข้มงวดเกี่ยวกับการโปรโมตเหรียญมีมโดยบุคคลสาธารณะมากขึ้น

ตามรายงานจาก Coin Bureau ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเลอี แห่งอาร์เจนตินา ยังคงยืนกรานว่าตนไม่ทราบว่าเหรียญมีม $LIBRA ที่ตนโปรโมตผ่านบัญชี X เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 นั้นเป็นการฉ้อโกง อย่างไรก็ตาม เอกสารร่างที่กู้คืนได้จากโทรศัพท์ iPhone ของนักล็อบบี้ด้านคริปโต มอริซิโอ โนเวลลี กลับระบุถึงแผนจ่ายเงินมูลค่า $5 ล้าน ที่มีความเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีมิเลอี ซึ่งเอกสารนี้ถูกร่างขึ้นก่อนที่มิเลอีจะโพสต์ทวีตโปรโมตถึง 3 วัน หลังจากมิเลอีโปรโมตเหรียญดังกล่าว ราคาของ LIBRA พุ่งขึ้นไปสูงสุดที่มูลค่าตลาดราว $4,600 ล้าน ก่อนจะดิ่งลง 85-97% ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สร้างความเสียหายให้นักลงทุนกว่า 74,000 ถึง 114,000 กระเป๋าเงิน รวมมูลค่าความเสียหายที่ประเมินไว้ตั้งแต่ $251 ล้านถึงกว่า $4,000 ล้าน

เอกสารลับจากโทรศัพท์นักล็อบบี้เผยแผนจ่ายเงิน 3 งวด

เอกสารร่างที่ถูกพบในโทรศัพท์ของโนเวลลีระบุโครงสร้างการจ่ายเงินออกเป็น 3 งวด ได้แก่ เงินล่วงหน้า $1.5 ล้าน งวดที่สอง $1.5 ล้านที่ผูกกับเงื่อนไขให้มิเลอีประกาศแต่งตั้ง Hayden Davis ซึ่งเชื่อว่าคือซีอีโอของ Kelsier Ventures บริษัทที่สร้างเหรียญ LIBRA เป็นที่ปรึกษา และงวดสุดท้าย $2 ล้านหลังลงนามสัญญาที่ปรึกษาให้รัฐบาลด้านบล็อกเชนและ AI โดยเอกสารใช้ตัวย่อ “H” ซึ่งเชื่อกันว่าหมายถึง Hayden Davis นั่นเอง

นอกจากนั้น ยังพบเอกสารร่างอีกฉบับลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นแถลงการณ์สำหรับมิเลอีที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมความเสียหายจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยมีเนื้อหาที่กล่าวสนับสนุน LIBRA ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธการมีส่วนได้เสียทางการเงิน และระบุว่า “นี่คือสิ่งเดียวที่จะช่วยเขา ฉัน และพวกเรา” อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าเอกสารเหล่านี้เป็นเพียงร่างเอกสาร ยังไม่มีหลักฐานการโอนเงินจริงผ่านระบบธนาคารหรือหลักฐานออนเชนที่ยืนยันการจ่ายเงินดังกล่าว

รัฐสภาชี้รูปแบบซ้ำ เตรียมพิจารณาว่าผิดจรรยาบรรณหรือไม่

คณะกรรมาธิการรัฐสภาอาร์เจนตินาได้สรุปในเดือนพฤศจิกายน 2568 ว่า มิเลอีอาจใช้ตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อโปรโมตการฉ้อโกง และ LIBRA ไม่ใช่กรณีแรก โดยพบรูปแบบคล้ายกันกับโทเคน KIP Protocol ที่มิเลอีเคยรับรองในเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งก็มีกรณีที่ผู้รู้ข้อมูลวงในเทขายทรัพย์สินออกไปหลังการประกาศเช่นกัน คณะกรรมาธิการจึงแนะนำให้รัฐสภาพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดหน้าที่หรือไม่

ด้านกระบวนการทางกฎหมาย อัยการสหพันธ์อาร์เจนตินาและผู้พิพากษาสหพันธ์มาเรีย เซร์บีนีกำลังสอบสวนมิเลอีในข้อหาอาจเป็นการฉ้อโกง การร่วมกันกระทำความผิด หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่สำนักงานกฎหมายในสหรัฐฯ แห่งหนึ่งกำลังเตรียมยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มต่อมิเลอีด้วย ที่น่าสังเกตคือในเดือนพฤษภาคม 2568 มิเลอีได้ยุบหน่วยสอบสวนพิเศษที่ตนเองจัดตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยอ้างว่าหน่วยงานดังกล่าวทำงานเสร็จสิ้นแล้ว

ทำไมคดีนี้สำคัญกับวงการคริปโต

สแกนดัลที่สื่อตั้งชื่อว่า “Cryptogate” นี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นำประเทศที่ดำรงตำแหน่งอยู่ถูกสอบสวนโดยตรงในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงเหรียญมีม คดีนี้ยิ่งย้ำเตือนถึงความเสี่ยงของการโปรโมตเหรียญโดยบุคคลมีอิทธิพล (influencer) ไม่ว่าจะเป็นดาราหรือนักการเมือง และมีแนวโน้มว่าจะถูกนำไปอ้างอิงในการผลักดันกฎหมายกำกับดูแลการโปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ผลสำรวจเผย 57% ของชาวอาร์เจนตินาไม่ไว้ใจ ปธน. Javier Milei หลังดราม่าเหรียญ LIBRA ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคดีนี้ไม่เพียงส่งผลต่อตลาดคริปโต แต่ยังกัดกร่อนความน่าเชื่อถือทางการเมืองของมิเลอีในประเทศของตัวเองอีกด้วย


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคดีนี้น่าสนใจมากในเชิงโครงสร้าง เพราะถ้าเอกสารร่างเหล่านั้นพิสูจน์ได้จริงว่ามีการตกลงจ่ายเงินก่อนทวีตโปรโมต มันก็จะเป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดที่เคยปรากฏในคดีที่เกี่ยวกับ “ผู้นำประเทศกับเหรียญมีม” ปัญหาคือตอนนี้ยังเป็นแค่ร่างเอกสาร ยังไม่มีหลักฐานออนเชนหรือธนาคารมายืนยัน จึงต้องรอดูว่าอัยการจะขุดต่อได้ถึงไหน ประเด็นที่น่าจับตาต่อจากนี้คือผลของคดีศาลที่อาร์เจนตินาและคดีฟ้องกลุ่มในสหรัฐฯ ซึ่งถ้ามีการพิพากษาออกมา ผลกระทบต่อกฎหมายคริปโตทั่วโลกอาจใหญ่กว่าที่หลายคนคาดไว้มาก

เครดิตภาพจาก @coinbureau