bitkub-banner

น้ำมันดิ่งหลุด $97 หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวน้ำมันอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คลายวิกฤตพลังงาน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงกว่า 2.7% ลงมาอยู่ที่ระดับ 96.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทันทีหลังมีข่าวการผ่อนปรนมาตรการในตะวันออกกลาง
  • สหรัฐฯ ประกาศอนุญาตให้น้ำมันจากอิหร่านสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง หลังเกิดภาวะตึงเครียดและการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026
  • การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการลดความร้อนแรงของราคาน้ำมันโลกที่เคยพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ จากผลกระทบของปฏิบัติการทางทหารในช่วงก่อนหน้า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การเพิ่มขึ้นของอุปทาน (Supply) จากอิหร่านที่กลับเข้าสู่ตลาด จะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสพักตัวหรือปรับฐานลงต่อในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยนี้จะส่งผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกโดยการช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และอาจทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้นและคริปโทฯ) มีการฟื้นตัวจากการคาดการณ์ว่าต้นทุนพลังงานจะลดลง

ตลาดคลายกังวล! น้ำมัน WTI ร่วงแตะ $96 หลังข่าวดีจากวอชิงตัน

ข้อมูลล่าสุดจาก The Kobeissi Letter และกราฟราคาจาก TradingView ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ดิ่งลงอย่างรวดเร็วหลุดระดับสำคัญที่ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับตัวลดลงกว่า 2.7% ในช่วงเวลาสั้นๆ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดได้รับรู้ปัจจัยบวกจากการที่สหรัฐฯ ยอมผ่อนปรนให้มีการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นการยุติภาวะการขาดแคลนอุปทานที่กดดันตลาดมาอย่างยาวนาน

เปิดเส้นทางฮอร์มุซ: จุดเปลี่ยนสำคัญของวิกฤตพลังงานโลก

สงครามอิหร่านสหรัฐ ช่องแคบ เฮอร์มุช realistic cinematic no text

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของปริมาณการใช้ทั่วโลก การที่สหรัฐฯ ประกาศอนุญาตให้ “น้ำมันอิหร่าน” สามารถผ่านเส้นทางนี้ได้อีกครั้ง ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ปิดล้อมพื้นที่และการปะทะกันอย่างรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเคยผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานสูงขึ้นจนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก

ย้อนรอยความตึงเครียด: จากสงครามสู่การเจรจาลดความร้อนแรง

สร้างภาพทรัมป์งัดข้อกับผู้นำอิหร่านมองโกรธกัน realistic cinematic

วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางปี 2026 เริ่มต้นขึ้นอย่างรุนแรงหลังปฏิบัติการทางทหาร “Operation Epic Fury” ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำ จนราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ การผ่อนปรนให้การขนส่งน้ำมันกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งในวันที่ 16 มีนาคม 2026 จึงถือเป็นสัญญาณการลดระดับความขัดแย้ง (De-escalation) ที่ตลาดเฝ้ารอคอยมาตลอด 2 สัปดาห์

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค: สัญญาณบวกต่อการสยบเงินเฟ้อ

การร่วงลงของราคาน้ำมันมาอยู่ที่ระดับ 96.61 ดอลลาร์ จะส่งผลบวกโดยตรงต่อตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกที่กำลังพุ่งสูงขึ้น นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากอุปทานน้ำมันจากอิหร่านและประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซียสามารถไหลเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดภาระค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่รุนแรง และส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง

แหล่งข้อมูล: KobeissiLetter, tradingview


ผู้เขียนมองว่าแม้ตลาดจะขานรับเชิงบวกในระยะสั้น แต่คำถามสำคัญคือการอนุญาตให้น้ำมันอิหร่านผ่านเส้นทางฮอร์มุซนี้จะเป็นมาตรการชั่วคราวหรือเป็นการถอยทัพอย่างยั่งยืน หากสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ยังไม่สงบลงอย่างถาวร ความผันผวนของราคาน้ำมันอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ นักลงทุนจึงควรติดตามถ้อยแถลงจากทำเนียบขาวและท่าทีของรัฐบาลเตหะรานอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของราคาน้ำมัน แต่เป็นเกมภูมิรัฐศาสตร์ที่เดิมพันด้วยเสถียรภาพทางการเงินโลก