bitkub-banner

ก.ล.ต. สหรัฐฯ เปิดตัวกฎใหม่ ให้ 3 เส้นทางสำหรับนักพัฒนาคริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ Paul Atkins ประกาศ “Regulation Crypto Assets” ข้อเสนอ safe harbor สำหรับโทเคน พร้อม 3 เส้นทางสำหรับนักพัฒนาคริปโต ได้แก่ startup exemption, fundraising exemption และ investment contract safe harbor
  • พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และ CFTC ร่วมออกการตีความใหม่ ชี้ชัดว่าสินทรัพย์คริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์ โดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดที่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์
  • ก.ล.ต. สหรัฐฯ คาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับ safe harbor เหล่านี้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เปิดเส้นทางที่ชัดเจนสำหรับนักพัฒนาคริปโต พร้อมความร่วมมือกับ CFTC ในการระบุว่าสินทรัพย์คริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมากสำหรับวงการ เนื่องจากลดความไม่แน่นอนด้านกฎหมายที่กดดันตลาดมานาน ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักพัฒนาโดยรวม

ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) Paul Atkins ได้ประกาศข้อเสนอชื่อ “Regulation Crypto Assets” ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงาน DC Blockchain Summit ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph ข้อเสนอนี้ถือเป็น safe harbor สำหรับโทเคนคริปโต โดยเปิด 3 เส้นทางสำหรับนักพัฒนา ได้แก่ startup exemption, fundraising exemption และ investment contract safe harbor ซึ่งนับเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ภายใต้การนำของ Atkins ที่เข้ารับตำแหน่งประธานในเดือนเมษายน 2568 ในฐานะผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี Donald Trump

ภาพของ Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ผู้เปิดตัวกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโต
ภาพของ Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ผู้เปิดตัวกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโต (ภาพจาก: @Cointelegraph)

3 เส้นทางสำหรับนักพัฒนาคริปโต มีอะไรบ้าง

ข้อเสนอ Regulation Crypto Assets ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก แนวทางแรกคือ startup exemption หรือการยกเว้นการจดทะเบียนแบบมีกำหนดเวลาสำหรับการเสนอขาย investment contract ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์คริปโตบางประเภท โดยอาจมีระยะเวลาสูงสุด 4 ปีและมีเพดานระดมทุนที่ 5 ล้านดอลลาร์ แนวทางที่สองคือ fundraising exemption สำหรับผู้ประกอบการที่ระดมทุนได้สูงสุด 75 ล้านดอลลาร์ผ่าน investment contract ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์คริปโต และแนวทางที่สามคือ investment contract safe harbor สำหรับสินทรัพย์คริปโตที่ผู้ออกได้ดำเนินการหรือยุติความพยายามในการบริหารจัดการที่สำคัญทั้งหมดตามที่ระบุไว้ใน investment contract เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ คาดว่าจะเผยแพร่กฎเสนอฉบับทางการเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับ safe harbor เหล่านี้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งหมายความว่าวงการยังมีโอกาสแสดงความคิดเห็นก่อนที่กฎจะมีผลบังคับใช้จริง

ก.ล.ต. และ CFTC ชี้ชัด คริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์

พร้อมกับการประกาศข้อเสนอดังกล่าว ก.ล.ต. สหรัฐฯ และ CFTC ยังร่วมกันออกการตีความใหม่ที่ระบุอย่างชัดเจนว่าสินทรัพย์คริปโตส่วนใหญ่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ โดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดที่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (digital commodities), ของสะสมดิจิทัล (digital collectibles), เครื่องมือดิจิทัล (digital tools) และ payment stablecoin ภายใต้ GENIUS Act ในขณะที่กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางจะใช้บังคับเฉพาะกับ “หลักทรัพย์ดิจิทัล” ซึ่งหมายถึงหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมที่ถูกแปลงเป็นโทเคนเท่านั้น

ความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. และ CFTC ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เนื่องจากประเด็นว่าหน่วยงานใดมีอำนาจกำกับดูแลหลักในตลาดคริปโตเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันมานาน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง ก.ล.ต. สหรัฐฯ และ CFTC ร่วมชี้แจงว่าสินทรัพย์คริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์ ไปแล้ว และล่าสุดยังมีรายงานเรื่อง ประธาน CFTC ประกาศแผนหลายปี ดันกฎหมายคริปโตให้ชัดและยุติศึกแย่งอำนาจกับ SEC ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจนในระดับนโยบาย

จุดเปลี่ยนจากยุค Gensler สู่ยุค Atkins

ข้อเสนอนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องจากวงการคริปโตที่ต้องการความชัดเจนด้านกฎหมายในสหรัฐฯ มาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ ยุคของ Gary Gensler อดีตประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (เมษายน 2564 ถึงมกราคม 2568) เน้นการบังคับใช้กฎหมายเป็นหลักและมีจุดยืนว่าสินทรัพย์คริปโตส่วนใหญ่ถือเป็นหลักทรัพย์ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนอย่างมากในวงการ ในทางตรงกันข้าม Atkins สนับสนุนกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นมิตรกับตลาดมาโดยตลอด การที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยังเตรียมปลดคริปโตออกจากกฎโบรกเกอร์ด้วยนั้น อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เตรียมปลดคริปโตออกจากกฎโบรกเกอร์ วงการหายใจได้โล่งขึ้น และยังมีสัญญาณเชิงบวกอื่น เช่น ก.ล.ต. สหรัฐฯ โหวตหนุนหุ้นบนบล็อกเชน ซึ่งล้วนบ่งชี้ว่าทิศทางของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ในยุคนี้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่เป็นข่าวที่ดีมากสำหรับวงการคริปโตในระยะยาว เพราะความไม่ชัดเจนด้านกฎหมายคือสิ่งที่กดดันตลาดและทำให้นักพัฒนาหลายรายหนีไปสร้างโปรเจกต์นอกสหรัฐฯ การมี 3 เส้นทางที่ชัดเจน รวมถึงการที่ ก.ล.ต. และ CFTC ยืนยันพร้อมกันว่าคริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์ ช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายได้มาก อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูว่ากฎเสนอฉบับทางการที่จะออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์จะมีรายละเอียดปลีกย่อยอะไรที่น่ากังวลหรือเปล่า และกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก็เป็นตัวแปรสำคัญที่อาจเปลี่ยนหน้าตาของกฎได้อีก สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือรายละเอียดเพดาน $75 ล้านใน fundraising exemption ว่าจะครอบคลุมโปรเจกต์ขนาดกลางในตลาดได้มากน้อยแค่ไหน

ภาพจาก AI