สรุปข่าว
- CPI คือมาตรวัดค่าครองชีพของสหรัฐฯ โดยแบ่งเป็น Headline CPI ที่รวมทุกอย่าง) และ Core CPI ที่หักอาหาร/พลังงานออก
- Core CPI ถือเป็นตัวเลขสำคัญที่ Fed และนักลงทุนคริปโตใช้ดูแก่นแท้ของเงินเฟ้อ
- หากไม่มีตัวเลขนี้ Fed จะเหมือนขับรถในหมอกหนา ตลาดการเงินจะปั่นป่วนและเทรดกันด้วยข่าวลือล้วนๆ
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI (Consumer Price Index) คือตัวเลขสถิติสำคัญที่สะท้อนสภาวะค่าครองชีพและเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ซึ่งมีอิทธิพลมหาศาลต่อความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะ Core CPI ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนเข็มทิศให้ Fed ใช้กำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย ดังนั้น CPI จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขราคาข้าวของทั่วไป แต่เป็นมาตรวัดชีพจรของระบบทุนนิยมที่คอยรักษาสมดุลไม่ให้เศรษฐกิจโลกพังทลาย และเป็นข้อมูลที่นักเทรดทั่วโลกขาดไม่ได้
นักลงทุนเคยสังเกตกันไหมว่า ตลอดทุกช่วงกลางเดือนจะมีอยู่วันหนึ่งที่บรรยากาศในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีจะตึงเครียดเป็นพิเศษ นักเทรดทั่วโลกต่างจ้องมองหน้าจอตาไม่กะพริบ และทันทีที่ถึงกำหนดเวลา กราฟของ Bitcoin ก็อาจจะพุ่งทะยานทะลุฟ้า หรือไม่ก็ทิ้งดิ่งลงเหวเป็นหลักพันดอลลาร์ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที โดยวันดังกล่าวคือวันประกาศดัชนี “CPI”
บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกและไขปริศนากันว่า CPI คืออะไร? ทำไมตัวเลขที่ใช้วัดราคาหมู เห็ด เป็ด ไก่ ในอเมริกา ถึงได้กลายมาเป็น ปัจจัยชี้เป็นชี้ตายของเม็ดเงินมหาศาลในโลกได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
CPI คืออะไร?
Consumer Price Index (CPI) แปลตรงตัวว่าดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งเป็นสถิติระดับชาติที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ Bureau of Labor Statistics หรือ BLS โดยพวกเขาจะเก็บข้อมูลราคาสินค้าและบริการกว่า 80,000 รายการในทุกๆ เดือนเพื่อมาวิเคราะห์ดูว่าของ “แพงขึ้น หรือ ถูกลง” เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหรือปีที่แล้ว
ทั้งนี้ CPI จะมีการถ่วงน้ำหนักที่ต่างกันและจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ที่แต่ละอย่างจะส่งผลกระทบต่อตลาดคนละแบบดังนี้ :
Headline CPI : ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป
คือการนับรวมของทุกอย่างในระบบเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าบ้าน, รถยนต์, เสื้อผ้า ไปจนถึง อาหารและพลังงาน ซึ่งดัชนีดังกล่าวคือตัวเลขที่สะท้อนค่าครองชีพที่แท้จริง ที่ประชาชนต้องจ่ายในแต่ละเดือน
ความแตกต่างของ Headline CPI จะอยู่ตรงที่ตัวของมันนั้นแกว่งแรงและผันผวนสูงมาก ทำให้สามารถสะท้อนความเจ็บปวดของประชาชนได้ตรงความจริงที่สุด
Core CPI : ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน
สำหรับนักเทรดคริปโต และเฟด นี่คือตัวเลขที่ต้องจับตามากที่สุดเพราะสิ่งนี้คือการนำ Headline CPI ข้างต้นมา “หักลบ” หมวดอาหารและพลังงานออกเพื่อดูว่าอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริงฝังรากอยู่ในระดับไหนภายในระบบเศรษฐกิจ โดยดัชนีตัวนี้จะนิ่งกว่าและ สะท้อนเทรนด์ระยะยาวได้แม่นยำกว่ามาก
ทำไมตัวเลขนี้ถึงสำคัญ
ความสำคัญของ CPI ไม่ได้อยู่ที่ราคาข้าวหรือราคาน้ำมันโดยตรง แต่มันสำคัญเพราะ CPI คือเข็มทิศที่ Fed จะใช้ในการกำหนดทิศทางของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอัตราดอกเบี้ย คือตัวการแท้จริงที่สูบฉีดหรือดูดเงินออกจากตลาดคริปโต ยิ่งอัตราดอกเบี้ยต่ำสินทรัพย์เสี่ยงก็จะยิ่งน่าสนใจเพราะให้ผลตอบแทนสูง แต่หากอัตราดอกเบี้ยสูงคนจะเริ่มไม่อยากเสี่ยงและฝากเงินไว้กับธนาคารเพื่อความปลอดภัยดีกว่า
หลักการทำงานของ CPI
ถ้า CPI ออกมาสูง หมายความว่าข้าวของเครื่องใช้นั้นแพงยิ่งขึ้น แต่เงินในกระเป๋ามีกำลังซื้อลดลง พูดเป็นภาษาชาวบ้านคือเงินมันเฟ้อ พอ Fed เห็นเงินเฟ้อสูง พวกเขาจะต้องเตะเข้ามาแทรกแซงเศรษฐกิจด้วยการ ขึ้นดอกเบี้ยทำให้การกู้ยืมก็แพงขึ้น
กลับกันถ้า CPI ออกมาต่ำติดลบ แปลว่าของถูกลงเงินสดที่ถือมีค่ามากขึ้น เกิดเป็นภาวะเงินฝืด ซึ่งถ้า Fed เห็นว่าเงินเฟ้อควบคุมได้ก็อาจจะลดดอกเบี้ย หรือคงดอกเบี้ยไว้ พอดอกเบี้ยต่ำ ต้นทุนการกู้เงินก็ถูก นักลงทุนจึงอยากที่จะเสี่ยงมากขึ้น เงินไหลทะลักเข้าสินทรัพย์เก็งกำไรอย่างคริปโตเคอร์เรนซีอย่างรวดเร็ว
จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนักเทรดคริปโตถึงต้องตั้งนาฬิกาปลุกรอดูตัวเลข CPI เพราะมันคือตัวชี้วัดว่าเงินกำลังจะไหลเข้า หรือ ไหลออกจากตลาด
หากไม่มี CPI จะเกิดอะไรขึ้น
ในบางครั้งตัวเลข CPI อาจไม่มีการเปิดเผยออกมา อันเนื่องมาจากปัญหาต่างๆ เช่น รัฐบาลชัตดาวน์ ซึ่งการที่ตัวเลข CPI หายไปก็ไม่ต่างอะไรกับการขับรถในหมอกหนาทึบ
พอเฟดไม่สามารถมองเห็นตัวเลขได้ พวกเขาก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ควรที่จะขึ้นหรือลดดอกเบี้ย เพราะถ้าทำอะไรบุ่มบ่ามในขณะที่ยังไม่ชัดเจนอาจส่งผลทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างระดับประเทศ เพราะตลาดการเงินจะใช้ “ข่าวลือ” ในการคาดเดาทิศทางล้วนๆ
ตลาดหุ้นและตลาดคริปโตจะผันผวนขั้นสุดยอด ทุกคนจะเทรดกันด้วยความกลัว บริษัทยักษ์ใหญ่จะไม่กล้าวางแผนลงทุนระยะยาว เพราะไม่รู้ว่าต้นทุนในอนาคตจะเป็นอย่างไร แถมความเหลื่อมล้ำจะรุนแรงขึ้น จนรู้ตัวอีกทีเงินเก็บทั้งชีวิตก็ไม่พอซื้อข้าวสารกินแล้ว
Jerome Powell ประธานเฟดเคยกล่าวไว้ว่าถ้าหากต้องขับรถในหมอกสิ่งที่เขาจะทำคือการ “ขับให้ช้าลง” หมายความว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทางเฟดเลือกที่จะไม่ทำอะไรเกินจำเป็นที่ไม่เร่งด่วนและรอจนกว่าพวกเขาจะเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัด
สรุปแล้ว CPI จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขที่นักเทรดจะเอาไว้เก็งกำไรระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่มันคือตัวชี้วัดที่ช่วยให้ระบบทุนนิยมและเศรษฐกิจโลกยังคงรักษาสมดุลและเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่พังทลายลงไป
อ้างอิง : Investopedia
