สรุปข่าว
- ถึงวาระประธานเฟดของ Jerome Powell จะจบลงในวันที่ 15 พ.ค แต่เขาประกาศฉีกธรรมเนียมองค์กร โดยจะไม่ลาออกและขอใช้สิทธิ์นั่งเป็นกรรมการบอร์ดเฟดต่อไป
- ในกรณีที่วุฒิสภาไม่สามารถรับรองตำแหน่งให้แก่ Kevin Warsh ได้ทันกำหนด Powell จะสามารถใช้สิทธิในการเป็นรักษาการต่อได้ทันที
- ต่อให้ Warsh จะขึ้นมารับตำแหน่งแล้วแต่ Powell ยืนกรานจะนั่งอยู่ในบอร์ดต่อจนกว่าคดีความของเฟดจะสิ้นสุดลง
แนวโน้มผลกระทบ: bearish
Jerome Powell กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับการเมืองและระบบการเงินสหรัฐฯ ด้วยการปฏิเสธที่จะก้าวลงจากอำนาจอย่างเต็มตัวแม้จะหมดวาระ ประธานเฟด โดยเขาเตรียมงัดข้อกฎหมายที่อนุญาตให้เขายังคงดำรงตำแหน่งกรรมการบอร์ดบริหารต่อไปซึ่งถือเป็นการฉีกธรรมเนียมปฏิบัติ นอกจากนี้ หากกระบวนการรับรอง Kevin Warsh เกิดความล่าช้า Powell ก็พร้อมจะนั่งเป็นรักษาการประธานเฟดต่อไป และต่อให้จะแต่งตั้งขึ้นมาทันเขาก็จะยังคงอยู่ในบอร์ดต่อจนกว่าคดีของเฟดจะยุติ
เป็นที่ทราบกันดีว่า Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนปัจจุบันกำหนดครบวาระที่จะต้องลงจากตำแหน่งในวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Powell จะยังคงเป็นประธานเฟดต่อไปได้ต่อแม้จะครบวาระแล้วก็ตาม
ดังนั้นในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านมาดูว่าอะไรทำให้ เจอโรม พาวเวลล์ ยังคงครองอิทธิพลในเฟดได้ต่อ
วาระการดำรงตำแหน่งที่ทับซ้อน
ตามกฎแล้ว วาระประธานเฟดของ พาวเวลล์ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค. 2026 จริง แต่ตัวของเขายังมีวาระในตำแหน่ง “ผู้ว่าการเฟด” อยู่อีก ซึ่งวาระของตำแหน่งนี้สามารถลากยาวไปได้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2028 เลยทีเดียว
ในธรรมเนียมปฏิบัติของเฟด ประธานที่หมดวาระมักจะลาออกจากบอร์ดบริหารไปพร้อมกันเลย แต่พาวเวลล์ยืนยันด้วยตนเองที่จะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่ออยู่ในบอร์ดต่อไปซึ่งถือว่าผิดขนบธรรมเนียมขององค์กรเป็นอย่างมาก
สิ่งนี้หมายความว่าอำนาจของพาวเวลล์จะยังคงไม่ได้หายไปไหน ต่อให้มีประธานเฟดคนใหม่ขึ้นมาแทนที่ สถานะของพาวเวลล์ก็แค่ลดจาก “หัวหน้าใหญ่” ที่ต้องออกสื่อตลอด ลงมาเป็นหนึ่งในกรรมการของบอร์ดที่มีสิทธิ์ออกเสียงไม่ต่างอะไรกับประธาน
รักษาการประธานเฟด
ในทางเลือกที่สอง พาวเวลล์จะยังคงทำหน้าที่ประธานต่อไปได้แต่ในฐานะรักษาการ หากว่า กระบวนการรับรอง Kevin Warsh ในวุฒิสภาหยุดชะงักจนไม่สามารถอนุมัติได้ทัน วอร์ช ก็จะยังไม่ใช่ประธานเฟดคนใหม่อย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุนี้พาวเวลล์จึงต้องแทรกแซงโดยการตั้งตนเองเป็นรักษาการตามที่กฎหมายกำหนด จนกว่าประธานคนใหม่จะพร้อมรับช่วงต่อ
การสู้คดีของเฟด
สำหรับประเด็นสุดท้ายซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือถ้อยแถลงของพาวเวลล์ในงานประชุม FOMC เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่าจะไม่มีความตั้งใจที่จะลาออกจากบอร์ดบริหาร จนกว่าประเด็นเรื่องของการสืบสวนเฟดจะจบลงอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
ปัจจุบัน เฟดและพาวเวลล์เอง ต่างกำลังถูกสืบสวนจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในประเด็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ ซึ่งพาวเวลล์ได้ออกมาตอบโต้ว่าการสืบสวนนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง เนื่องจากเขาปฏิเสธในการให้ความร่วมมือแก่ ปธน.ทรัมป์ ในประเด็นเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ย เพราะต้องการคงความเป็นอิสระของเฟดจากการแทรกแซงทางการเมือง
โดยสรุปแล้ว ในเดือนพฤษภาคมนี้ พาวเวลล์จะยังคงนั่งเป็นประธานรักษาการต่อไปหากกระบวนการตั้งประธานคนใหม่ยังไม่เสร็จสิ้น และถึงแม้ เควิน วอร์ช จะเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดอย่างเป็นทางการได้ในภายหลัง พาวเวลล์ก็จะยังคงปฏิเสธที่จะลาออกจากบอร์ดบริหาร เพื่ออยู่สู้คดีและรักษาสถานะของตนเองต่อไปจนกว่าความจริงจะกระจ่าง
มุมมองผู้เขียน : หาก Powell ไม่ยอมสละอำนาจทั้งหมดในมือและยังทำหน้าที่ออกเสียงในบอร์ดต่อไป ปัญหาที่ตามมาก็คือถ้าเขามีความเห็นต่างกับประธานเฟดคนใหม่ อาจส่งผลให้การออกนโยบายการเงินเป็นไปได้ยากขึ้น และทำให้สถานการณ์ภายในบอร์ดเฟดตึงเครียด
