สรุปข่าว
- บริษัท Forward Industries ผู้ถือครอง Solana (SOL) มากที่สุดในโลก ประกาศซื้อหุ้นคืนจำนวนกว่า 6.1 ล้านหุ้น มูลค่า 27.4 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์ดิจิทัลในมือ
- บริษัทใช้กลยุทธ์การเงินสุดล้ำ ด้วยการนำ SOL ไปวางค้ำประกัน เพื่อกู้เงินสด 40 ล้านดอลลาร์จาก Galaxy Digital ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3.4% ทำให้บริษัทยังได้รับผลตอบแทน จากการนำเหรียญไปวางระบบตรวจสอบธุรกรรมได้ตามปกติ
- แม้รายได้จะเติบโตกว่า 4 เท่าตัว แต่บริษัทยังเผชิญภาวะขาดทุนทางบัญชีจากการประเมินมูลค่าเหรียญ SOL ตามราคาตลาดที่ลดลง ส่งผลให้ต้องเร่งหั่นค่าใช้จ่ายบริหารจัดการลงถึง 45% ภายในปีนี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การเลือกใช้วิธี “กู้แทนขาย” ของผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุดในโลก ส่งสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นในตัว Solana อย่างแรงกล้า เนื่องจากช่วยลดแรงเทขายมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นในตลาด
ขณะเดียวกัน การที่สถาบันการเงินอย่าง Galaxy Digital ยอมรับ SOL เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันในอัตราดอกเบี้ยต่ำ สะท้อนถึงการยอมรับในมูลค่าของเหรียญระดับสถาบัน ซึ่งจะช่วยพยุงราคา SOL ให้มีฐานที่แข็งแกร่ง และลดความกังวลของนักลงทุนรายย่อยได้ดี
Forward Industries บริษัทจดทะเบียนที่เป็นผู้ถือครอง Solana มากที่สุดในโลก สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดทุน เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยการประกาศแผนการซื้อหุ้นคืน จำนวน 6,164,324 หุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 27.4 ล้านดอลลาร์ ผ่านการทำรายการนอกตลาด กับนักลงทุนสถาบัน
กลยุทธ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะ เนื่องจากจำนวนหุ้นในตลาดจะลดลงทันทีประมาณ 7% ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองเหรียญ SOL ต่อหนึ่งหุ้นเพิ่มสูงขึ้นจาก 0.0624 เป็น 0.0662 หรือเติบโตขึ้นถึง 29% เมื่อคิดเป็นรายปี
กลยุทธ์กู้เงินดอกต่ำ ถือเหรียญไว้แต่ได้เงินมาใช้
ไม้ตายของดีลนี้คือ การที่บริษัทไม่ต้องเจียดขาย SOL ที่ถืออยู่แม้แต่เหรียญเดียว แต่ใช้วิธีนำเหรียญไปวางค้ำประกัน เพื่อขอวงเงินกู้ 40 ล้านดอลลาร์จาก Galaxy Digital LLC โดยมีอัตราดอกเบี้ยเพียง 3.4% นานเกือบ 5 เดือน
วิธีนี้ทำให้ Forward Industries ยังคงรักษาสถานะเจ้าพ่อ Solana อันดับ 1 ของโลกด้วยจำนวน 7,013,536 SOL ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง DeFi Development Corporation ที่ถืออยู่เพียง 2.2 ล้าน SOL แบบไม่เห็นฝุ่น แถมบริษัทยังสามารถรับผลตอบแทนจากการนำเหรียญไปวางระบบตรวจสอบ เพื่อรับรางวัลได้ต่อเนื่อง
มรสุมขาดทุนทางบัญชี
แม้ในแง่การดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2026 จะมียอดขายพุ่งกระฉูดกว่า 21.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเติบโตมากกว่า 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายกลับโชว์ยอดขาดทุนสุทธิสูงถึง 585.6 ล้านดอลลาร์
สาเหตุหลักไม่ได้มาจากตัวธุรกิจล้มเหลว แต่เป็นผลจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด เนื่องจากปัจจุบันราคา SOL เคลื่อนไหวต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 232 ดอลลาร์ ทำให้เกิดผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสะสมสูงถึง 972 ล้านดอลลาร์

แผนฟื้นฟูราคาหุ้นที่ร่วงหนัก
ราคาหุ้นของ Forward Industries ประสบปัญหาอย่างหนักโดยร่วงลงมากถึง 87% จากจุดสูงสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ผู้บริหารต้องเร่งออกมาตรการรัดเข็มขัดด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านการขายและการบริหารลงถึง 45% ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้
การซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการพยายามสร้างสมดุลระหว่างการเป็น “บริษัทถือครองคริปโตระยะยาว” กับการดูแล “ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์” ไปพร้อมๆ กัน เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้กลับคืนมา
การเดินเกมการเงินในลักษณะนี้กำลังถูกจับตามองอย่างมากจากวอล์สตรีท เพราะเป็นการพิสูจน์ว่า คริปโตเคอร์เรนซีสามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้หุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ หากบริษัทสามารถผ่านพ้นช่วงตลาดหมีนี้ไปได้ กลยุทธ์กู้มาซื้อหุ้นคืนอาจกลายเป็นตำราเล่มใหม่ของบริษัทมหาชนทั่วโลก
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การที่ Forward Industries ไม่ขาย SOL ในช่วงที่ราคาต่ำกว่าทุน ถึง 60% แต่เลือกที่จะกู้เงินดอกเบี้ยถูกมาซื้อหุ้นตัวเองคืน คือการเดิมพันว่าในอนาคตราคา SOL จะต้องกลับไปที่จุดเดิมหรือสูงกว่า
