bitkub-banner

รัฐเคนทักกีเสนอกฎหมายไม่ไว้หน้าทรัมป์ ! จ่อสั่งแบนห้ามประชาชนถือคริปโตด้วยตัวเอง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ชาวคริปโตในรัฐเคนทักกีเกิดความไม่พอใจอย่างหนัก หลังพบว่ามีการแอบเพิ่ม มาตรา 33 เข้าไปในร่างกฎหมาย HB 380 ที่เดิมทีใช้กำกับดูแลแค่ตู้ Bitcoin ATM
  • ข้อกฎหมายดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการสั่งแบนกระเป๋าเงินคริปโตแบบดูแลตัวเองโดยทางอ้อม
  • กลุ่มรณรงค์สิทธิ BPI ได้ส่งจดหมายด่วนเพื่อชี้แจงถึงอันตรายและเรียกร้องให้สมาชิกสภาตัดมาตรา 33 ออกจากร่างกฎหมายทันที

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

ชุมชนคริปโตกำลังลุกฮือต่อต้านร่างกฎหมาย HB 380 หลังจากมีการตรวจพบ ข้อบังคับยัดไส้ในมาตรา 33 ที่กำหนดให้ผู้ผลิตกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ ต้องมีระบบที่สามารถกู้คืนรหัสผ่านให้กับผู้ใช้งานได้ ซึ่งถือเป็นการทำลายความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง และต้องเร่งกดดันให้ถอดบทบัญญัตินี้ออกโดยด่วน ก่อนที่ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเพื่อลงมติ

ชาวคริปโตในรัฐเคนตักกี้ล่าสุดกำลังโกรธจนลุกเป็นไฟ หลังจากมีการค้นพบข้อแก้ไขเพิ่มเติมที่ถูกซ่อนไว้ในร่างกฎหมายกำกับดูแลของรัฐ ซึ่งอาจส่งผลเป็นการสั่งห้ามการใช้งานกระเป๋าเงินคริปโตแบบดูแลตัวเองในทางปฏิบัติ และเป็นการพรากความสามารถของผู้ใช้ในการรักษาความปลอดภัยสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเองอย่างร้ายแรง 

กลุ่ม Bitcoin Policy Institute (BPI) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยระบุว่าถ้อยคำที่ปรากฏในข้อแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว เป็นการเรียกร้องความต้องการที่เป็นไปไม่ได้ในทางเทคโนโลยีจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ต และเป็นการทำลายรูปแบบความปลอดภัยพื้นฐานของบิตคอยน์โดยสิ้นเชิง

บทบัญญัติที่เป็นประเด็นร้อนแรงคือมาตรา 33 ที่ถูกเพิ่มเข้ามาวินาทีสุดท้าย ในร่างกฎหมาย Kentucky HB 380 ซึ่งมีความยาวถึง 77 หน้า โดยเดิมทีร่างนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลตู้บริการเงินตราเสมือน หรือตู้ Bitcoin ATM

ข้อแก้ไขนี้ระบุข้อบังคับไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์วอลเล็ต ต้องสามารถ “รีเซ็ต Seed Phrase” ของผู้ใช้ได้หากมีการร้องขอ และเนื่องจากตัวร่างกฎหมายหลักที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลตู้ ATM มีแรงสนับสนุนทางการเมืองอย่างมากอยู่แล้ว จึงคาดการณ์ว่าร่างนี้จะผ่านการพิจารณาของวุฒิสภารัฐเคนทักกีเพื่อลงมติขั้นสุดท้ายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พร้อมกับพ่วงเอาบทบัญญัติที่แอบยัดไส้ติดเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมาก

ความเป็นไปไม่ได้ทางเทคโนโลยี

ปัญหาหลักของกฎข้อนี้คือ การบังคับใช้ข้อกำหนดทางกฎหมายที่ขัดแย้งกับพื้นฐาน ของกระเป๋าเงินแบบดูแลตัวเองโดยสิ้นเชิง

สำหรับ Hardware wallets นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ผลิตจะไม่มีทางเข้าถึง private keys หรือ seed phrase ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม และตัวของอุปกรณ์ก็จะสร้างกุญแจรหัสผ่านเหล่านี้ขึ้นมาในเครื่องเองแบบออฟไลน์ 

ดังนั้น การบังคับให้มีแผนสองเพื่อกู้คืนรหัสผ่าน ถือเป็นการทำลายสถาปัตยกรรมความปลอดภัยพื้นฐานของการดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง และถ้าหากผู้ผลิตวอลเล็ตถูกบีบให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้ พวกเขาก็จำเป็นต้องออกแบบอุปกรณ์ใหม่เพื่อให้เก็บสำเนากุญแจของผู้ใช้เอาไว้ 

ปัญหาที่ตามมาหลังจากนั้นคือ การผลักภาระให้ผู้ใช้ที่ต้องละทิ้งอิสระในการพึ่งพาตนเอง และหันไปพึ่งพาตัวกลางที่รวมศูนย์ ซึ่งมีความเสี่ยงโดยธรรมชาติจากการถูกแฮก, ระบบเซิร์ฟเวอร์ล่ม หรือการรั่วไหลของข้อมูล อีกทั้งยังเป็นกฎหมายที่ขัดต่อหลักการตั้งต้นของ Bitcoin 

การปกป้องอิสรภาพ

เพื่อเป็นการป้องกันและโต้กับข้อกฎหมายดังกล่าว ทาง BPI จึงได้ทำการลุกขึ้นมาต่อต้านและได้ร่อนจดหมายทางการส่งไปยังวุฒิสภาแห่งรัฐเคนทักกี เพื่อให้ความรู้แก่เหล่าสมาชิกรัฐสภาเกี่ยวกับผลกระทบที่เป็นอันตรายของมาตรา 33 โดยองค์กรได้เรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้วุฒิสภาตัดข้อบังคับที่เป็นไปไม่ได้นี้ออกจากร่างกฎหมายทั้งฉบับ ก่อนที่ร่างดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อลงมติขั้นสุดท้าย

ที่มา : u.today


มุมมองผู้เขียน : ในบางครั้งความหวังดีก็อาจเป็นการทำร้ายท้างอ้อมโดยไม่รู้ตัว บางทีหน่วยงานรัฐอาจเพียงต้องการที่จะคุ้มครองประชาชนโดยไม่ทราบว่าสิ่งที่พวกเขาได้เสนอนั้นสร้างผลกระทบขนาดไหน โดยเหตุการณ์นี้ได้เป็นบทเรียนชั้นดีเลยว่าทำไมถึงต้องเร่งอบรบเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่นข้อกฎหมายที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง