สรุปข่าว
- ร่างกฎหมาย CLARITY Act มีความคืบหน้าแบบก้าวกระโดด หลังทีมงานของวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ระบุว่า ประเด็นร้อนอย่างการให้ผลตอบแทนของ Stablecoin บรรลุข้อตกลงกับฝั่งธนาคารไปแล้วกว่า 99%
- การประชุมร่วมกับที่ปรึกษาคริปโตจากทำเนียบขาวเป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก โดยเนื้อหาหลักเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ถือว่าลงตัว และพร้อมเดินหน้าต่อในชั้นวุฒิสภา
- เกิดดีลแลกเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญ เมื่อฝั่งรีพับลิกันเสนอผ่อนปรนกฎระเบียบให้ธนาคารท้องถิ่น เพื่อแลกกับการผลักดันนโยบายด้านที่อยู่อาศัย และกฎหมายคริปโตให้ผ่านฉลุยแบบยกแพ็กเกจ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ความชัดเจนด้านกฎหมายคือ สิ่งที่ตลาดคริปโตโหยหามาตลอดหลายปี การที่กฎหมายระดับโครงสร้างอย่าง Clarity Act เดินหน้ามาถึงจุดที่เคลียร์ปัญหาคาใจกับระบบธนาคารได้เกือบทั้งหมด จะเป็นตัวจุดชนวนให้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่กระโดดเข้ามาเล่นในตลาด Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเต็มตัว
หากกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้จริง จะเป็นการปลดล็อกเม็ดเงินมหาศาล และสร้างฐานรากที่แข็งแกร่งให้ราคาคริปโตทะยานขึ้นได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
วงการคริปโตเคอร์เรนซีฝั่งสหรัฐฯ กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังมีรายงานความคืบหน้าครั้งสำคัญของร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งถือเป็นกฎหมายแม่บทที่จะเข้ามาจัดระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลและ Stablecoin แบบยกเครื่อง
ล่าสุดแหล่งข่าวใกล้ชิดของวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และกลุ่มธุรกิจธนาคารเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หลังจากที่กฎหมายฉบับนี้เคยติดหล่มมาเป็นเวลานาน เนื่องจากความเห็นที่ไม่ตรงกันในรายละเอียดเชิงเทคนิค
ปลดล็อกปม Stablecoin บรรลุข้อตกลงเกือบเต็มร้อย
หัวใจสำคัญที่ทำให้การเจรจารอบนี้ราบรื่นคือ ประเด็นเรื่อง “ผลตอบแทน” หรือ Yield ของ Stablecoin รวมถึงระบบการให้รางวัลต่างๆ ในเครือข่ายคริปโต ซึ่งเคยเป็นจุดขัดแย้งหลัก กับฝั่งธนาคารดั้งเดิม
ทีมงานของ Lummis ระบุชัดเจนว่า ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวตกลงกันได้แล้วประมาณ 99% โดยเน้นการสร้างสมดุลที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวม
ซึ่งการประชุมร่วมกับ Patrick Witt ที่ปรึกษาด้านคริปโตจากทำเนียบขาวถูกนิยามว่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสรรค์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ดีลแลกเปลี่ยน ดันกฎหมายผ่านฉลุย
เพื่อให้กฎหมายเดินหน้าต่อได้อย่างรวดเร็ว ฝั่งรีพับลิกันในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาเริ่มใช้กลยุทธ์การแลกเปลี่ยนทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเสนอให้มีการผ่อนปรนกฎระเบียบที่เข้มงวดสำหรับธนาคารท้องถิ่น เพื่อแลกกับการให้สภาผู้แทนราษฎรยอมรับแพ็กเกจนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของฝั่งวุฒิสภา
ข้อเสนอนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุมวันเดียวกัน และได้รับเสียงตอบรับที่เป็นบวก ซึ่งจะช่วยลดแรงต้านจากวุฒิสมาชิกบางรายที่เคยมีความกังวลก่อนหน้านี้
ก้าวสุดท้าย สู่มาตรฐานการเงินใหม่
ปัจจุบันเนื้อหาเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในร่างกฎหมายถือว่าอยู่ในจุดที่ดีมาก และแทบจะไม่มีข้อโต้แย้งหลักหลงเหลืออยู่ ความคืบหน้านี้ชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯ กำลังเร่งสปีดเพื่อสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้สูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภูมิภาคอื่น ที่เริ่มมีกฎหมายคริปโตออกมารองรับล่วงหน้าไปแล้ว
ในตอนนี้คือ CLARITY Act “ใกล้จบ” เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดเล็กน้อยและการทำดีลทางการเมืองให้เสร็จสมบูรณ์ หากกฎหมายฉบับนี้ผ่านการเห็นชอบ และมีผลบังคับใช้จริง จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนโครงสร้างตลาดคริปโตในอเมริกาไปอย่างสิ้นเชิง
ที่มา : bitcoinsistemi
มุมมองผู้เขียน : การที่ตัวเลขความสำเร็จแตะระดับ 99% ในเรื่อง Stablecoin Yield คือชัยชนะครั้งใหญ่ของฝั่งคริปโต เพราะหมายความว่า กำแพงที่ธนาคารเคยสร้างไว้เพื่อกันท่าคริปโตเริ่มพังลงแล้ว
