bitkub-banner

CEO Cloudflare เตือน บอท AI อาจแซงทราฟฟิกมนุษย์บนเน็ตได้ภายในปี 2570

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Matthew Prince ซีอีโอของ Cloudflare เตือนในงาน SXSW ที่เมืองออสตินว่า บอท AI มีแนวโน้มจะแซงหน้าทราฟฟิกจากมนุษย์จริง ๆ บนอินเทอร์เน็ตได้ภายในปี 2570
  • ปัจจุบัน Cloudflare ซึ่งดูแลทราฟฟิกให้กับเว็บไซต์ราว 20% ทั่วโลก ได้บล็อกคำขอจากบอท AI ไปแล้วกว่า 4.16 แสนล้านครั้งนับตั้งแต่กลางปี 2568 โดยบอท AI คิดเป็นเฉลี่ย 4.2% ของ HTML requests ในปี 2568
  • การพุ่งขึ้นของทราฟฟิกจากบอท AI อาจกระทบโมเดลธุรกิจโฆษณาออนไลน์ เพราะบอทไม่คลิกโฆษณา และอาจบังคับให้ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตต้องปรับตัวครั้งใหญ่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโต แต่สะท้อนถึงการเติบโตของ AI ที่ยังคงเร่งตัว ซึ่งในระยะยาวอาจหนุนความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และโทเคนที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจออนไลน์จากบอท AI อาจส่งผลต่อการลงทุนในเทคโนโลยีแบบกระจายอำนาจในอนาคต

ตามรายงานจาก Cointelegraph Matthew Prince ซีอีโอของ Cloudflare ได้ออกมาเตือนในงานประชุม SXSW ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ว่าบอทที่ขับเคลื่อนด้วย AI มีแนวโน้มจะแซงหน้าทราฟฟิกจากผู้ใช้งานจริงบนอินเทอร์เน็ตได้ภายในปี 2570 โดยชี้ว่าการเติบโตของ Generative AI กำลังผลักดันให้กิจกรรมอัตโนมัติบนเว็บเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ก่อนยุค AI เฟื่องฟู บอทคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของทราฟฟิกทั้งหมด แต่ตอนนี้ตัวเลขกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว Cloudflare ซึ่งดูแลทราฟฟิกให้กับเว็บไซต์ราว 20% ทั่วโลก ได้บล็อกคำขอจากบอท AI ไปแล้วกว่า 4.16 แสนล้านครั้งนับตั้งแต่กลางปี 2568 และในปี 2568 บอท AI คิดเป็นเฉลี่ย 4.2% ของ HTML requests โดยมีความผันผวนตลอดปีอยู่ในช่วง 2.4% ถึง 6.4%

ทำไมบอท AI ถึงกินทราฟฟิกมหาศาลขนาดนี้

หัวใจของปัญหาอยู่ที่พฤติกรรมของ AI Agent ที่แตกต่างจากมนุษย์โดยสิ้นเชิง เมื่อมนุษย์ค้นหาข้อมูลสักเรื่อง เราอาจเปิดเว็บไซต์แค่ 5 แห่ง แต่เมื่อ AI Agent ทำงานเดียวกัน มันอาจเข้าชมเว็บไซต์สูงถึง 5,000 แห่ง นั่นคือความต่างถึง 1,000 เท่าต่อการค้นหาหนึ่งครั้ง ยิ่งโมเดล AI ถูกฝึกและต้องการข้อมูลใหม่ ๆ มากขึ้นเท่าไหร่ ความอยากข้อมูลที่ไม่มีวันอิ่มก็จะยิ่งผลักดันทราฟฟิกอัตโนมัติให้พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ

Prince มองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็น “การเปลี่ยนแพลตฟอร์มครั้งใหญ่” เทียบได้กับยุคที่อินเทอร์เน็ตเดสก์ท็อปเปลี่ยนผ่านไปสู่มือถือ และสิ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์กังวลมากกว่าช่วงโควิด-19 คือทราฟฟิก AI ไม่มีสัญญาณว่าจะชะลอตัวลง ต่างจากช่วงล็อกดาวน์ที่ทราฟฟิกพุ่งแล้วก็ค่อย ๆ ลดลงสู่ระดับปกติในที่สุด

ผลกระทบต่อโมเดลธุรกิจออนไลน์และโครงสร้างพื้นฐาน

การที่บอทเข้ามาครอบงำอินเทอร์เน็ตมากขึ้นส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศออนไลน์หลายมิติ โมเดลธุรกิจโฆษณาที่ผูกกับการคลิกและการดูของมนุษย์จริง ๆ อาจถูกท้าทายอย่างรุนแรง เพราะบอท AI ไม่คลิกโฆษณา ไม่ซื้อสินค้า และไม่มีพฤติกรรมผู้บริโภคแบบมนุษย์ เว็บไซต์ที่พึ่งพารายได้จากโฆษณาอาจต้องปรับโมเดลใหม่ทั้งหมด

ในฝั่งโครงสร้างพื้นฐาน Cloudflare และผู้ให้บริการรายอื่นกำลังพัฒนาโซลูชันใหม่ เช่น “สภาพแวดล้อมแบบแยกส่วน” (sandboxed environments) เพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent โดยเฉพาะ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่บริษัทเทคโนโลยีและโปรโตคอลแบบกระจายอำนาจกำลังแข่งกันสร้างระบบรองรับ AI Agent ที่สามารถดำเนินการธุรกรรมและเข้าถึงข้อมูลได้โดยอิสระ อย่างที่เห็นจากโปรเจกต์อย่าง World Liberty Financial ที่เพิ่งเปิดตัว AgentPay SDK สำหรับให้ AI Agent ทำธุรกรรมบนบล็อกเชนได้โดยตรง

นัยสำคัญสำหรับวงการคริปโตและ AI Token

แม้คำเตือนของ Prince จะไม่ได้มุ่งเป้าไปที่คริปโตโดยตรง แต่นักลงทุนในวงการต่างจับตามองแนวโน้มนี้อย่างใกล้ชิด การระเบิดตัวของทราฟฟิก AI หมายความว่าความต้องการด้านการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายอำนาจจะเพิ่มขึ้นตาม โทเคนที่เชื่อมโยงกับ AI Infrastructure และ Decentralized Compute อาจได้รับอานิสงส์ในระยะยาว นอกจากนี้ การที่ AI Agent ต้องการทำธุรกรรมและเข้าถึงบริการต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ ยังเป็นปัจจัยหนุน Use Case ของคริปโตในฐานะ “เงินสำหรับเครื่องจักร” อีกด้วย


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำเตือนของ Prince ครั้งนี้น่าสนใจมากกว่าที่ดูเผิน ๆ เพราะ Cloudflare ไม่ใช่แค่บริษัทที่มีความเห็นส่วนตัว แต่เป็นบริษัทที่เห็นทราฟฟิกจริง ๆ ของอินเทอร์เน็ต 20% ทั่วโลก ตัวเลข 4.16 แสนล้านคำขอจากบอท AI ที่บล็อกไปตั้งแต่กลางปีที่แล้วมันสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจริงแล้ว ไม่ใช่แค่การคาดการณ์ สิ่งที่น่าจับตาดูต่อไปคือว่าโปรโตคอลและแพลตฟอร์มในวงการคริปโตรายไหนจะปรับตัวรองรับโลกที่ AI Agent เป็นผู้ใช้งานหลักได้เร็วกว่ากัน เพราะนั่นอาจเป็นตัวกำหนดว่าโปรเจกต์ไหนจะรอดหรือร่วงในยุคหน้า

เครดิตภาพจาก @Cointelegraph