bitkub-banner

Balancer Labs ประกาศยุติบทบาท! เซ่นปมโดนแฮ็ก 3,700 ล้านบาท พร้อมส่งไม้ต่อให้ DAO ดูแล

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Balancer Labs ทีมพัฒนาหลักผู้อยู่เบื้องหลังโปรโตคอล DeFi ชื่อดัง ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลังเผชิญมรสุมการเงิน และเหตุการณ์ถูกแฮ็กมูลค่ากว่า 116 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3,784 ล้านบาท เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
  • ผู้ก่อตั้งยอมรับบริษัทกลายเป็นภาระมากกว่าประโยชน์ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดึงสภาพคล่องสูงกว่ารายได้ที่ทำได้จริง ส่งผลให้มูลค่ารวมของสินทรัพย์ที่ล็อกไว้ในระบบร่วงดิ่งจากหลักพันล้าน เหลือเพียง 158 ล้านดอลลาร์
  • ส่งมอบอำนาจการบริหารจัดการทั้งหมดให้ Balancer Foundation และ Balancer DAO ดูแลแทน โดยเน้นกลยุทธ์ลดต้นทุนแบบสุดโต่ง และยกเลิกการแจกเหรียญรางวัล เพื่อประคองโปรโตคอลให้รอดพ้นวิกฤต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish 

การประกาศปิดตัวของทีมพัฒนาหลักมักส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ตัวโปรโตคอลจะยังสามารถใช้งานได้และมีรายได้เข้ามาบ้าง แต่การสูญเสียฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม รวมทั้งตัวเลข TVL ที่หายไปเกือบทั้งหมดสะท้อนถึงวิกฤตศรัทธาที่รุนแรง ราคาเหรียญ BAL จึงมีแนวโน้มเผชิญแรงเทขายต่อเนื่องจนกว่าแผนการปรับโครงสร้าง Tokenomics ใหม่โดย DAO จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

Balancer Labs ทีมผู้บุกเบิกโปรโตคอลสภาพคล่องชื่อดังอย่าง Balancer ประกาศยุติบทบาทการดำเนินงานอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากปัญหาทางการเงินที่สะสมมานาน ประกอบกับเหตุการณ์ถูกแฮ็กครั้งใหญ่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 116 ล้านดอลลาร์ 

Fernando Martinelli หนึ่งในผู้ก่อตั้งระบุว่า การตัดสินใจปิดตัวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปัจจุบันบริษัทกลายเป็นภาระที่หนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับไหว เนื่องจากโมเดลธุรกิจเดิมไม่มีรายได้เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงองค์กรได้อีกต่อไป

บทเรียนราคาแพงจากการถูกแฮ็ก

หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2020–2021 Balancer เคยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในโลก DeFi โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ที่ล็อกไว้ในระบบหรือ TVL สูงสุดถึง 3.3 พันล้านดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นตัวเลขกลับถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง จนเหลือเพียง 800 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 และซ้ำร้ายกว่าเดิมเมื่อถูกโจมตีทางไซเบอร์จน TVL หายวับไปอีกกว่า 500 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ 

ล่าสุดตัวเลขร่วงลงมาอยู่ที่ประมาณ 158 ล้านดอลลาร์เท่านั้น สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเมื่อโปรโตคอล DeFi สูญเสียความเชื่อมั่นจากการถูกแฮ็ก การจะฟื้นตัวกลับมานั้นยากลำบากเพียงใด

แผนกู้ชีพ ส่งไม้ต่อให้ DAO คุมเข้ม ลดต้นทุน

Marcus Hardt ซีอีโอของบริษัท เผยหมัดฮุกว่า ที่ผ่านมาบริษัทใช้เงินมากเกินไปในการดึงดูดสภาพคล่อง ซึ่งไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายได้ที่ได้รับ แถมยังเป็นการทำลายมูลค่าของผู้ถือโทเค็น BAL 

ทางออกเดียวที่เหลืออยู่คือ การโอนย้ายการกำกับดูแลทั้งหมดไปสู่ Balancer Foundation และ Balancer DAO โดยจะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้คล่องตัวมากขึ้น 

ซึ่งแนวทางใหม่คือ การสั่งตัดยอดการแจกจ่ายเหรียญรางวัล BAL ให้เหลือศูนย์ทันที พร้อมปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้รายได้ไหลเข้าสู่ DAO โดยตรง และลดขนาดทีมงานให้เล็กลงที่สุด เพื่อตัดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป

โปรโตคอลยังไม่ตาย 

แม้บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังจะปิดตัวลงไป แต่ Martinelli ยังคงยืนยันว่า โปรโตคอล Balancer ยังคงมีศักยภาพในการทำเงินได้จริง โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้เกินกว่า 1 ล้านดอลลาร์ 

Martinelli เชื่อมั่นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะระบบใช้งานไม่ได้ แต่เป็นเพราะโมเดลเศรษฐศาสตร์ของเหรียญหรือ Tokenomics ที่ออกแบบมาผิดพลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ในภายหลัง ขณะนี้สมาชิก DAO กำลังเร่งโหวตข้อเสนอสำคัญเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน และแผนผังเหรียญรูปแบบใหม่ เพื่อหวังจะพา Balancer กลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : กรณีของ Balancer Labs ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของโลกการเงินไร้ตัวกลางที่พิสูจน์ว่า ต่อให้เทคโนโลยีจะดีเพียงใดแต่ถ้าโมเดลธุรกิจและระบบเศรษฐกิจในเกมไม่ยั่งยืน ก็ยากที่จะอยู่รอดได้ภายใต้คลื่นลมที่รุนแรงของตลาดคริปโต