bitkub-banner

ก.ล.ต. สหรัฐฯ ระส่ำ ! ผอ.ฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย SEC ลาออกฟ้าผ่า เซ่นปมงัดข้อคดี “คนสนิททรัมป์”

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Margaret Ryan ผอ.ฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย SEC ลาออกฟ้าผ่าหลังรับตำแหน่งแค่ 6 เดือน เซ่นปมงัดข้อกับเบื้องบน
  • คดีเพื่อนรักประธานาธิบดี: จุดแตกหักคือการที่ผู้บริหาร SEC สั่งให้ “เบามือ” กับคดีของคนใกล้ชิดทรัมป์ อย่าง Justin Sun (จบที่จ่ายค่าปรับ) และ Elon Musk (กำลังเจรจายอมความ)
  • SEC ยุคใหม่สายประนีประนอม: นโยบายเปลี่ยนทิศ เลิกบี้คริปโตแบบยุคก่อน ท่ามกลางเสียงด่าจากเดโมแครตว่าเล่นพรรคเล่นพวก

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Margaret Ryan ผอ.ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของ SEC ตัดสินใจทิ้งเก้าอี้กะทันหันหลังทำงานได้เพียง 6 เดือน เซ่นปมงัดข้อกับเบื้องบนที่สั่งให้ใช้แนวทางไกล่เกลี่ยและยอมความในคดีของคนสนิททรัมป์อย่าง Justin Sun และ Elon Musk ทั้งที่หลักฐานแน่นพอจะฟ้องร้องได้ การลาออกครั้งนี้สะท้อนชัดว่า SEC ยุคใหม่กำลังเปลี่ยนนโยบายมาโอนอ่อนให้อุตสาหกรรมคริปโตและเอื้อพวกพ้องทางการเมือง จนทำให้ฝั่งเดโมแครตเตรียมนัดสอบสวนข้อหาเลือกปฏิบัติอย่างเร่งด่วน

Margaret Ryan ผู้อำนวยการฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) ลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน หลังดำรงตำแหน่งได้เพียง 6 เดือน ท่ามกลางรายงานความขัดแย้งรุนแรงกับผู้บริหารระดับสูง กรณีการแทรกแซงคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิดประธานาธิบดี Donald Trump

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักข่าว Reuters อ้างอิงแหล่งข่าววงในและรายงานว่า ต้นตอของรอยร้าวเกิดจากนโยบายของ Paul Atkins ประธาน SEC คนปัจจุบันที่สั่งการให้ยุติคดีหรือใช้แนวทางประนีประนอมยอมความ แทนการฟ้องร้องในชั้นศาล ซึ่งสวนทางกับจุดยืนของ Ryan ที่ต้องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

คดีสำคัญที่เป็นจุดแตกหักมี 2 คดีหลัก ได้แก่ คดีแรกคือของ Justin Sun ผู้ก่อตั้ง Tron ที่ถูกฟ้องเรื่องขายหลักทรัพย์ไม่จดทะเบียน ซึ่งจบลงด้วยการจ่ายค่าปรับ 10 ล้านดอลลาร์โดยไม่ต้องยอมรับผิด ทั้งที่เขาเพิ่งทุ่มเงินลงทุนในโปรเจกต์คริปโตของครอบครัวทรัมป์ 

คดีถัดมาเป็นของ Elon Musk กรณีปกปิดข้อมูลการซื้อหุ้น Twitter ซึ่งปัจจุบัน SEC กำลังเจรจายอมความ แม้ทีมกฎหมายจะประเมินว่ามีหลักฐานแน่นหนาพอที่จะชนะคดีได้

การลาออกครั้งนี้ ตอกย้ำถึงทิศทางใหม่ของ SEC ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ที่หันมาใช้นโยบายผ่อนปรนต่ออุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับ สส. พรรคเดโมแครต ซึ่งเตรียมยื่นเรื่องตรวจสอบการทำงานของ SEC ในประเด็นการเลือกปฏิบัติและเอื้อประโยชน์ทางการเมืองแก่พวกพ้องต่อไป


มุมมองผู้เขียน: เรื่องนี้อาจถูกใจชุมชนคริปโต เพราะมันแสดงให้เห็นว่า SEC ได้เปลี่ยนไปจากยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง แต่นักลงทุนต้องจับตานักการเมืองฝั่งเดโมแครตเอาไว้ให้ดี เพราะาพวกเขากำลังจ้องจะใช้เรื่องนี้เป็นอาวุธโจมตีรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งอาจทำให้ตลาดคริปโตตกเป็นเป้าทางการเมืองแบบเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต